Tag Archives: เรื่องเล่าlol

ผจญปลายักษ์

นอร์ร่าซึ่งเป็นยอร์เดิลของเรานอนกรนใส่หน้าแผ่นกระดาษของเจ้าตำราเรียนซึ่งเป็นเพื่อนของเรา หางของเราแกว่งสลัดไปๆมาๆเวลาที่ฝูงผีเสื้อช่วงกลางคืนพากันบินเข้ามาผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้อย่างกับกรุ๊ปโคมลอย เราดีดตัวกระโจนด้วยความเริงร่าคีกคักและไม่ได้พอใจนักหรอกว่าจะจับพวกมันได้รึเปล่า เราดีดตัวให้ลอยสูงขึ้นไปเรื่อยแล้วก็ตะครุบพวกผีเสื้อช่วงเวลากลางคืนที่บินว่อนอยู่รอบข้างเรา
มีตัวหนึ่งที่บินวนแล้วก็บิดตัวหมุนเป็นเกลียวไปๆมาๆจนถึงมองเหมือนปลาแมกเคอเรล ผีเสื้อยามค่ำคืนตัวอื่นๆที่อยู่รอบข้างเราบินวนไปๆมาๆในอากาศและก็พากันแปลงร่างเป็นปลาที่ลอยได้ มองเห็นแล้วชักชวนน้ำลายหก ตราบจนกระทั่งโลกทั้งยังใบตีลังกากลับด้าน หนังสือเยอะแยะหลุดล่วงจากชั้นและก็ลอยไปตกตรงเพดานพร้อมเสียงดังตุ้บที่มากครั้ง นอร์ร่าของเราลอยขึ้นไปข้างบนแม้ว่ายังหลับอยู่ ปลาพวกนั้นดิ้นสลัดไปๆมาๆอยู่ทั่วทิศในขณะเราทั้งหมดทั้งปวงหล่นสู่ข้างบนที่สูงขึ้นเรื่อยเรื่อยแล้วก็เรื่อย

เราตื่นมาและก็กระพริบตาด้วยความง่วงนอนอยู่ในกล่องไม้ใบหนึ่ง พระจันทร์ส่องแสงขนมลอดช่องไม้เข้ามา ข้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกันล่ะเนี่ย? อ้อ ใช่แล้ว กลิ่นปลาแสนอร่อยลอยมาเตะจมูกเรา เราก็คิดขึ้นมาได้ว่าตนเองกำลังลัดไปตามหนทางในใบเสร็จรับเงินจ์วอเทอร์จนกระทั่งพบกับลังปลาตากแห้งใบหนึ่งแล้วก็รับประทานกระทั่งอิ่มก่อนที่จะหลับลึกในภาวะพุงกาง

สล็อตออนไลน์

ยังไม่ทันได้ขยับท่าให้สบาย เราก็รู้สึกท้องไส้ป่วนปั่นและก็เกลือกหงายลงไปกองที่พื้น ปลาแห้งนับสิบตัวหล่นลงมาทับตัวเรา มันช่างอย่างกับในฝันอย่างไรแบบนั้น! ท้องเราร้องโครกคราก

เจ้าแบบเรียนแพร่หน้ากระดาษพั่บๆอยู่ตรงมุม มันกำลังอุตสาหะเขยิบหนีปลาที่ตกลงมา มันแสดงออกเป็นนัยให้รู้อยู่เสมอว่าของกินเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับหน้ากระดาษของมัน ข้าว่ากลิ่นปลาจะช่วยทำให้ไม้ตากแห้งน่าชื่นชอบมากยิ่งกว่าเดิม แม้กระนั้นเนื่องจากว่าเจ้าแบบเรียนคงจะเข้าใจไม้ตากแห้งดียิ่งกว่าเรา เราก็เลยไม่ต้องการโต้เถียง

เราแอบดูผ่านช่องระหว่างช่องไม้ พื้นที่อยู่ข้างล่างของพวกเราแผดเสียงเอี๊ยดอ๊าดแล้วก็ขยับในระหว่างที่พระจันทร์ซึ่งอยู่ไกลออกไปส่งแสงระยิบบนผิว… ห้วงสมุทร!

“เจ้าหนังสือเรียน ไหงเป็นงี้?!” เราตะโกนร้อง “การงีบไม่เคยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเรื่องร้ายๆนะ!”

เจ้าหนังสือเรียนกางหน้ากระดาษเปิดปิดไปๆมาๆด้วยความอารมณ์เสีย เราเกลียดชังน้ำ แล้วก็เจ้าตำราเรียนก็เหมือนกัน
[NPC5]
เราเริ่มรู้สึกตระหนกตกใจ เจ้าหนังสือเรียนแผดเสียงกรอบแกรบเพื่อบอกข้าว่าไม่ต้องวิตกกังวลหัวใจ แม้กระนั้นมันสายไปเสียแล้ว เราคุ้ยเขี่ยข่วนไม้ด้วยความหดหู่แล้วก็เผลอไปฉีกปลาแห้งเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ห้วงสมุทรนี้ทำให้เราจำเป็นต้องทำลายของว่างสุดอร่อยของเรา ช่างเป็นแผ่นน้ำที่ร้ายกาจที่สุด! เราเอาอุ้งมือไปวางที่ปกเจ้าหนังสือเรียนรวมทั้งเปิดหน้ากระดาษไปสู่ประตูมิติที่มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะซึ่งจะพาพวกเราออกไปให้พ้นจากฝันร้ายซึ่งมีก็เพียงแต่น้ำโอบล้อมที่นี้ พวกเราจะต้องหนีไปที่ใดสักที่ ที่แห่งไหนก็ได้ จะเป็นที่หนาวๆก็ได้

ในระหว่างที่เรากำลังจะกระโจนเข้าประตูมิติของเจ้าตำราเรียน เราก็ได้ยินเสียงกรีดที่ฟังมองเหมือนเสียงกริ๊งๆกรุ๋ขี้งกริ๋งรวมทั้งรุ้งอันเจิดจ้า เป็นเสียงกรีดที่ทำให้เราขนลุกชัน เสียงกรีดของยอร์เดิล

เราแอบดูผ่านช่องแผ่นไม้จากในลังแล้วก็มองเห็นมนุษย์ลูกเรือสองคนกำลังลากยอร์เดิลขนสีฟ้ารายหนึ่งไปที่ขอบดาดฟ้าเรือที่แสนขวักไขว่ คนหนึ่งมีหนวดเคราดำ ส่วนอีกคนร่างอ้วนอวบ ทั้งสองกำลังแสยะยิ้ม พวกเขาก้าวผ่านกองฉมวกที่มีเชือก เบ็ดตกปลา หอก และก็ม้วนเอ็นตกปลาเนื้อครึ้ม เห็นจะเป็นนักล่าสัตว์สมุทรน้ำลึกแน่ๆ

“เจ้าเปี๊ยกนี่อาจจะส่งผลให้พวกเราได้ปลากัลเปอร์เป็นรางวัลนะ ว่ามะ?” ลูกเรือคนแรกเอ่ย

“เราได้ยินมาว่าพวกปลายักษ์น่ะถูกใจเนื้อยอร์เดิลล่ะ” ลูกเรือที่อ้วนอุ้ยอ้ายกว่าตอบ “เราเองก็ไม่เคยลองก่อน แถวใบเสร็จรับเงินจ์วอเทอร์นี่ไม่ค่อยมียอร์เดิลนักหรอคอยก”

ยอร์เดิลขนสีฟ้ากรีดรวมทั้งดิ้นรนต่อสู้ “เราไม่ใช่เหยื่อนะ!” เขาตะโกนร้องเสียงลั่น “ขอความช่วยเหลือล่ะ ปลดปล่อยเราไปเหอะ!” พวกลูกเรือไม่สนใจแม้แต่น้อย

เรือขยับเอียงอีกทั้งลำจากแรงชนร้ายแรงที่ทำเอาลังเราสั่นไปด้วย “อะฮ้า จำเป็นต้องใช่เจ้าปลาโน่นแน่นอนถึงเวลาจับปลากัลเปอร์ขึ้นเรือของพวกเราแล้ว!” ลูกเรือรายแรกกล่าวพลางยิ้มกริ่ม เราเกลียดชังรอยยิ้มเขาเลย

jumboslot

ครีบขนาดยักษ์กำลังเขยื้อนวนรอบเรือของพวกเราแล้วก็ทำให้เกิดลูกคลื่นขนาดใหญ่เท่าสิงโตซัดชนข้างลำเรือ เรามีความรู้สึกว่าเจ้าตำราเรียนกำลังสะกิดเรา เราทราบว่ามันต้องการให้พวกเราหนีไปโดยใช้ประตูมิติ รีบไปจากน่านน้ำอันชั่วร้ายที่นี้ก่อนจะมีผู้ใดกันแน่ทันมองเห็น แม้กระนั้นเราได้ยินเสียงร้องของยอร์เดิลรายนั้น เรายื่นอุ้งมือผ่านช่องของแผ่นไม้ออกไปเพื่อขยับสลักที่เกี่ยวปิดลังไม้ไว้ เราจะไม่ทิ้งยอร์เดิลรายนั้นให้ถูกตายอยู่ตรงนี้เด็ดขาด หลังจากที่้เราเสียนอร์ร่าของเราไปแล้ว

พวกลูกเรือมัวแต่จ้องดูครีบที่ว่ายวนไปๆมาๆในน้ำ พวกเขาไม่ทันสังเกตมองเห็นเราที่กระโจนออกมาจากลังอย่างกับเสือจอมคล่องแคล่วรวมทั้งย่องเข้าไปหาพวกเขาจากข้างหลัง

ยอร์เดิลผู้น่าเวทนาถูกผูกไว้กับคันเบ็ดตกปลาปริมาณยาวที่พวกลูกเรือเอาไปแขวนกระต่องกระแต่งอยู่เหนือห้วงมหาสมุทร แผ่นน้ำที่อยู่ข้างล่างของเขาเป็นฟองฟอด เพราะเหตุไรสายน้ำถึงขยับเขยื้อนได้อย่างน่าสยองตลอดเนี่ย?! เรากระโจนผ่านกองฉมวก เจ้าแบบเรียนบินตามมาด้านข้างพลางกระจายหน้าหนังสือด้วยท่าทีวิตกกังวลในขณะลอยอยู่ในอากาศ พวกเขามองเห็นพวกเราเข้าซะแล้ว

“โน่นมันแร็กคูนสีม่วง กับหนังสือบินได้ด้วยหรอโน่น?” ลูกเรือรายหนึ่งถาม

“ข้าว่าเป็นลูกหมีกับสมุดบันทึกประจำวันมากยิ่งกว่า” ลูกเรืออีกนายโต้เถียง

“ใช่ที่แหน่งใดล่ะ เจ้าทึ่ม โน่นมันแมวต่างหาก” ลูกเรือผู้ที่สามเอ่ย “จับมัน!”

พวกลูกเรือรีบวิ่งล้นเข้ามาหาเรา ถ้าว่าเราเผ่นแผล็ววิ่งลอดขาพวกเขาไป เราเสกเชือกคาถาออกมาผูกพันขาพวกเขาไว้ พวกเขาสะดุดหกล้มคะมำราวกับถ้วยน้ำบนโต๊ะ

เรายืนเกาะอยู่บนราวเรือในตำแหน่งที่ใกล้กับคันเบ็ดตกปลา และไม่มั่นใจว่าควรจะทำยังไงถัดไปดี คลื่นซัดอยู่ข้างล่างพวกเรา สัญชาตญาณนักล่าของเราเริ่มดำเนินการ บางอย่างกำลังจะพุ่งตัวขึ้นมาจากน้ำแล้ว

“แก้มัดให้เราหน!” ยอร์เดิลที่แขวนอยู่กับคันเบ็ดตะโกนร้องออกมา “เราไม่ใช่เหยื่อตกปลานะ นี่มันอีกทั้งแปลกและก็น่าอาย!”

นับเป็นโชคดีของเขาที่เราไม่กลัวปลา ถึงเราจะรังเกียจน้ำนักก็ตาม

ข้าวิ่งไต่ไปตามคันเบ็ดตกปลา ในชั่วครู่ที่เรากำลังกระโจน เวลาดูเหมือนจะหมุนช้าลง เราแผ่อุ้งมือกางออกเหมือนกับแพนขนมเค้ก สายลมพัดผ่านขนย้ายเราเหนือสายน้ำที่ซัดถั่งโถมร้ายแรง ข้ามุ่งมั่นว่าจำเป็นที่จะต้องช่วยยอร์เดิลรายนี้ให้ต้องได้ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ที่สำคัญ กระโจนออกมาอย่างนี้แล้ว จะเปลี่ยนแปลงตัวเองกลางทางก็ย่อมทำไม่ได้

“ไม่ต้องกลัว ยอร์เดิลน้อย!” เราร้องออกไป “ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว!”

ชะตาของยอร์เดิลรายนั้นแล้วก็เราผูกสัมพันธ์กันในนาทีที่เราเหยียบลงบนบ่าของเขาโดยมีเจ้าแบบเรียนตามมาอยู่ข้างหลัง

คันเบ็ดไหวยวบยาบตามแรงกดจากน้ำหนักตัวของพวกเรา มันเป็นปลาที่ใหญ่ยักษ์ใหญ่โตที่สุดเท่าที่เราเคยพบ ตัวมันใหญ่พอๆกับหนึ่งในสามของขนาดเรือ มันดีดตัวสลัดขึ้นจากทะเลและก็อ้าปากกว้างเปิดเผยให้มองเห็นซี่ฟันนับร้อยๆที่สะท้อนแสงจันทร์วาว ฟันกรามกว้างของมันใหญ่พอที่จะแดกโคสองตัวแบบไม่ต้องบดได้สบายๆแม้ว่าจะอยู่ในความมืดดำ แต่ว่าแสงไฟที่เราเสกขึ้นมาช่วยทำให้มีความคิดเห็นว่าผิวของมันหุ้มห่อด้วยเกล็ดคมกริบสีเงินคละเคล้าม่วง

ปลากัลเปอร์ยักษ์กลืนพวกเราลงไป ทั้งยังยอร์เดิล เจ้าแบบเรียนรวมทั้งตัวเรา แม้กระทั้งคันเบ็ดตกปลาก็โดนงับเว้าแหว่งไปด้วย แม้กระนั้นถึงถ้าอย่างงั้นก็ยังมีพื้นที่เหลือ

พวกเราถูกเขย่าไปๆมาๆชนเพดานปากของเจ้าปลายักษ์ในระหว่างที่มันทิ้งตัวคืนสู่แผ่นน้ำ ด้านในนั้นมืดมิดรวมทั้งมีกลิ่นราวกับอาหารทะเลที่เก็บไว้ยาวนานหลายวัน! ก่อนที่จะมันจะทันกลืนพวกเราลงท้อง เราเสกลูกพลังคาถาขึ้นมาเป็นเกราะหุ้มห่อเราไว้เพื่อคุ้มกายในตอนที่พวกเราไหลลงไปตามฝาผนังหลอดของกินของมัน เราเสกแสงไฟขึ้นมาอีกรอบ มันเปิดเผยให้มองเห็นฟันที่ผุอย่างหนักของเจ้าปลายักษ์และก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหึ่ง ยอร์เดิลถึงกับร้องจ๊ากเมื่อเห็นภาพข้างหน้า เจ้าปลายักษ์สลัดตัวไปๆมาๆทำเอาพวกเราทั้งยังสามกระเด็นกระเด้งไปโน่นหนทางนี้หน แม้กระนั้นโชคดีที่มีลูกพลังคาถาที่กันน้ำได้ห่อหุ้มกายพวกเราไว้

เป็นการผูกไมตรีกับสหายใหม่ที่แปลกชะมัด!

เราเพียรพยายามเปิดหน้ากระดาษของเจ้าตำราเรียนเพื่อหาทางให้พวกเราทั้งยังสามหนีออกไป แต่ว่าปลากัลเปอร์ดันดีดตัวกระโดดขึ้นในอากาศอีกที ทำให้พวกเราเกลือกมากมายองซ้อนกันในลูกพลังมนตร์ พวกเราหล่นตุ้บลงมา ปลายักษ์น่าจะทิ้งตัวลงบนดาดฟ้าเรือแน่นอนเราได้ยินเสียงลูกเรือตะคอกตอนที่ปลากัลเปอร์ยักษ์ดิ้นพราดๆไปๆมาๆรวมทั้งใช้หางฟาดสลัดเหล่าลูกเรือ

เราได้ยินเสียงน้ำดังตู้มระลอกแล้วระลอกเล่า อาการพวกมนุษย์จะโดนซัดตกน้ำไปซะแล้ว พวกเรายังติดอยู่ในคอของปลากัลเปอร์ เรากางหน้ากระดาษของเจ้าตำราเรียนเพื่อเปิดประตูมิติที่เรืองแสงสีเขียวหมองของแบนเดิลสิตี้ สีเขียวที่เป็นบ้าน

เราใช้ปากคาบเสื้อของยอร์เดิลตัวจ้อยและก็กระโจนเข้าไปในหน้ากระดาษนั้น ประตูมิติอ้าออก พวกเราหมุนคว้างเข้าไปสู่โลกที่วิญญาณในภาวะมึนหัว พร้อมทั้งภาพรอบข้างที่มองเห็นเป็นริ้วสีต่างๆผสมปนเปกัน

เครดิตฟรี

พวกเรามาโผล่ที่ริมฝั่งสายธารตื้นแห่งหนึ่งและก็ไอเพียงแค่กๆปอดของเราเต็มไปด้วยอากาศอันหอมขจรกระจายอบอวลแสนชุ่มฉ่ำของแบนเดิลสิตี้ราวในความฝัน จิ้งหรีดสีน้ำเงินแผดเสียงร้องในยามเย็น น้ำในลำน้ำไหลรินเฉื่อยๆแล้วก็มีปลาเยอะมากว่ายไปๆมาๆ เป็นฝูงปลาที่ขนาดธรรมดา

เจ้าหนังสือเรียนสลัดกลับหน้ากระดาษไปๆมาๆให้แห้ง ยอร์เดิลขนสีฟ้าลุกขึ้นยืนในภาวะที่มีน้ำหยดติ๋งๆรวมทั้งสั่นเทิ้ม “เมื่อตะกี้นี่มันอะไรกัน? เรา… หนีมาได้อย่างไร?” เขาถาม “ประตูมิติที่ใกล้ที่สุดของใบเสร็จรับเงินจ์วอเทอร์มันอยู่ตรงท่าเรือไม่ใช่หรอ?”

“พวกเราโชคดีที่เจ้าตำราเรียนมีประตูมิติซึ่งสามารถเปิดไปสู่สถานที่ต่างๆติดไว้กับตัว” เราตอบ เจ้าหนังสือเรียนหมุนไปๆมาๆเพื่อเปิดเผยให้มองเห็นหน้ากระดาษของมันที่มีรูปประตูดีเลิศวาดไว้ด้วยหมึกรวมทั้งลงสีพร้อมมูลในแต่ละหน้า

“ขอบคุณมากมากมายนะที่ช่วยเราไว้ ขอบคุณเจ้าทั้งสองเลย” ยอร์เดิลกล่าว เขามองดูเจ้าแบบเรียนด้วยความข้องใจต้องการรู้ “เจ้ามาจากตรงนี้กันหรอ?”

“ใช่ แต่พวกเรามิได้อาศัยอยู่ตรงนี้แล้ว” เราตอบ ผ่านองเจ้าแบบเรียนรวมทั้งระลึกถึงนายจ้างของพวกเราขึ้นมาด้วยความเศร้า

เจ้าตำราเรียนกลับหน้ากระดาษพึ่บพั่บ เรารู้ดีว่ามันรู้สึกว่าถึงเวลาเดินหน้าต่อแล้ว

“เจ้าทราบทางกลับไปอยู่ที่บ้านตนเองจากตรงจุดนี้ใช่มั้ย?” เราถามยอร์เดิล

“ทราบๆเพียงแค่ผ่านเนินโน่นเลยโพรงตุ่นไป เรารู้จักพื้นที่แถวท้องทุ่งนี่ดี ขอให้เจ้าพบยอร์เดิลที่ตามหานะ” เขาให้พรก่อนจากไป

เราอยู่นั่นครู่หนึ่งและก็ดูประกายอรุณรุ่งเปลี่ยนแปลงเป็นแสงสว่างแรกของวัน เรามองเห็นผีเสื้อค่ำคืนบินอยู่ลิบลิ่วๆตรงเส้นขอบฟ้า เราต้องการจะไปไล่ตะปบมันอย่างยิ่ง แม้กระนั้นก็จำได้ว่านอร์ร่ายังอาจล่องหนไปอยู่ที่แหน่งใดสักที่รวมทั้งเวลานี้บางทีอาจจะกำลังคอยให้พวกเราไปช่วย

เราใช้อุ้งมือสัมผัสเจ้าหนังสือเรียนเบาๆเรารู้ดีว่ามันก็นึกถึงคุณเหมือนกัน

เรากลับกระดาษไปที่คนใหม่แล้วก็กระโจนลงไป

สล็อต xo

หนามแห่งกุหลาบดำ

“เราไม่รู้เรื่องเลย” แม่ทัพมึงรนธ์พึมๆพำๆในตอนที่มานะป้องเปลวตะเกียงของเขาไม่ให้ดับ “ตรงนี้ไม่มีอะไรเลย นี่มันทางตัน”เขายืนอยู่ตรงกรอบธรณีประตูที่ก่อขึ้นจากหินสีแก่ ไกลออกไปมีแต่ว่าความมืดดำมิดที่ดำสนิทมากกว่า เขาไม่เห็นทั้งยังประตูที่เปิดอ้าอยู่เบื้องหน้าแล้วก็จารึกอักษรออช์นันที่อยู่รอบประตูนั้น เขามองไม่เห็นเศษกระดูกที่เรี่ยราดอยู่บนพื้นหินใต้รองเท้าของเขาเรายิ้มแล้วก็เริ่มปฏิบัติภารกิจ “แนวทางที่ง่ายที่สุด” เราบอกเขา “ก็คือการซ่อนไว้ภายในจุดที่เห็นได้ชัดที่สุด”
แม่ทัพหันมา สีหน้าท่าทางเขาฟ้องถึงความงงผสมอารมณ์เสียอย่างชัดเจน “อย่าดอกไม้ลาใส่เรา น้องชาย! ทราบรึเปล่าว่าเรายอมเสี่ยงแค่ไหนกับการมาตรงนี้? หรือจะกำเนิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าพวกเราโดนจับ? รอบๆนี้เป็นพื้นที่หวงห้ามตามคำสั่งของที่ประชุมฯ แล้วหลังจากนั้นก็มีกองทหารเที่ยวตรวจตรวจทานเยอะไปหมด!”

สล็อตออนไลน์

เขาบอกถูก ตั้งแต่แมื่อสเวนก่อกบฏแล้วก็ยึดอำนาจได้เสร็จ เขาก็สั่งให้ปิดตายป้อมปราการไม่มีพ่ายแพ้ เหตุผลหน้าฉากก็คือเพื่อป้องกันไทฟาริกซ์จากการโต้ตอบของเครือญาติเจ้าขุนมูลนายทั้งหลายแหล่ที่ไม่เห็นพ้องกับการจัดตั้งที่ประชุมนี้

ส่วนเหตุผลที่หลบซ่อนอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังก็เพื่อท้าคนอย่างกางรนนิน เอ็งรนธ์นี่แหละให้ยอมเผยตัวว่าเป็นศัตรูกับเขา

“แต่ว่าพวกเขาจะไม่เคลือบแคลงในความภักดีของเจ้าหรอก” เรารับรอง “วีรบุรุษที่ประตูที่ความโศกศัลย์ ท่านแม่ทัพสูงสุดกำลังจะสั่งการให้ชื่นชมเกียรติยศเจ้าเลยจ้ะ พวกนั้นจะทำอะไรได้? หากมีคนใดกันแน่มองเห็นพวกเราเข้า เจ้าไม่มีความจำเป็นที่ต้องหนีด้วย”

สีหน้าท่าทางของเขามองเคร่งขรึมขึ้น “หึ ถึงคิดหนีก็เพียงแค่นั้น เจ้าหนีกองทหารไทฟาเรียนไม่พ้นหรอก…”

เราไม่ต้องการฟังคำโฆษณาชวนเชื่อที่ซ่อนเร้นกลอุบายตื้นๆอย่างนี้อีก ภายในช่วงระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีดี สเวนได้สร้างปัญหาลึกลับเกี่ยวกับตัวเขารวมทั้งมือที่น็อกซัส รวมทั้งบรรดาคนที่รับใช้ทั้งคู่กรุ๊ป นี่เป็นเป้าหมายที่หลักแหลมจริงๆมากมาย ถึงแม้ดวงใจเราจะรู้สึกเกลียดที่จะต้องเห็นด้วยข้อเท็จจริงนี้ก็ตาม

แม้กระนั้น เราก็ปลดปล่อยให้มึงรนธ์ได้ซาบซึ้งกับขณะของเขา โน่นเป็นต้นเหตุที่พวกเรามาตรงนี้

เขาหลุบตาลหาองพื้น “คนที่ปราบประตูที่ความโศกศัลย์ได้เสร็จไม่ใช่พวกเรา แม้กระนั้นเป็นกองทหาร ด้วยเหตุนี้ สเวนก็เลยไม่ไปร่วมงานสังสรรค์ชัย เขาทราบว่าที่แท้พวกเราไม่จำเป็นที่ต้องไปตรงนั้นก็ได้ เขาร้ายมาก เขาดูถูกพวกเราโดยใช้พิธีการใหญ่คราวนี้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือต่อหน้าต่อตาคนอีกทั้งแผ่นดินน็อกซัส!”

เราผงกศีรษะแล้วก็เอามือข้างหนึ่งวางบนไหล่ของเอ็งรนธ์ “และก็นี่เป็นเหตุผลที่พวกเราจะมีผลให้เขาจำต้องชดเชยสำหรับทุกอย่างที่เขาได้ทำลงไป เจ้าเป็นชาวน็อกซัสที่จริงจริง ใครๆต่างก็ทราบ เราเล่าเจ้าให้บุคคลอื่นฟังแล้ว พวกเขาต้องการเจอเจ้าด้วยตัวเอง นางอยากเจอเจ้า”

jumboslot

“เราไม่บางทีอาจไปพบคนไหนกันได้หรอกนะน้องชาย หากว่าพวกเราเข้าไปในนั้นมิได้” เขาเหลียวมองไปบริเวณ”แล้วนี่พวกกุหลา—”

เราหยุด “อย่าใช้ชื่อนั้น มันจะก่อให้เจ้ามอง… เอาเถอะ ก็อย่างที่เจ้ากล่าว ดูเหมือนกับว่าเจ้าไม่รู้เรื่อง”

เราสาวก้าวผ่านเขาเข้าไปยังประตูที่เปิดอ้าอยู่ เขาแทบจะทำตะเกียงหลุดจากมือด้วยความตกอกตกใจ ท้ายที่สุดเขาก็เห็นปากทางเข้าแล้ว เอ็งรนธ์เดินกะโผลกกะเผลกตามข้ามาพร้อมมองให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ใดตามหลังพวกเรา เขาหยีตามองเงาต่างๆที่ทอดอยู่ตามทางเดิน

“จริงรึเปล่า?” เขาถามด้วยความฉุนเฉียว “เรื่องที่บอกๆกันเกี่ยวกับนางน่ะ มันความจริงรึเปล่า?”

เราไม่ผ่อนฝีเท้า “ตามมาสิ แล้วไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง”

ป้อมไม่มีพ่ายแพ้ไม่ใช่อนุสาวรีย์อย่างที่ชาวน็อกซัสส่วนใหญ่คิด แล้วมันก็ไม่ใช่ป้อมปกติแบบที่พวกชนเผ่าโบราณเคยรู้จัก

หินที่ล้อมพวกเรานั้นเกือบจะพูดได้ว่าอัดแน่นไปด้วยพลัง หากว่าเอ็งรนธ์จะแทบจะไม่เฉลียวใจเลยก็ตาม เราเคยได้เห็นมันนับครั้งไม่ถ้วนแล้วตลอดหลายศตวรรษก่อนหน้าที่ผ่านมา เขาเองก็รู้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ แต่ว่าก็เป็นเพียงแค่ในลักษณะของแขนขาที่อืดอาดลงรวมทั้งการได้ยินเสียงกระซิบบอกแผ่วเบาในสมองของตนเอง มีมนุษย์เพียงแต่ไม่กี่รายที่ทนอยู่ได้นานเมื่อใกล้จุดแหล่งกำเนิดแบบนี้ จำต้องยกย่องที่เขายังมีปฏิภาณมากพอที่จะจับมีดสั้นของตนในทันทีทันใดที่มองเห็นร่างใส่เสื้อหุ้มปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมัว

…เราเดินผ่านพวกเราสองผู้ที่สวนมาจากอีกด้านหนึ่ง เรามองอ่อนล้า

แต่ว่าก็ช่างเถอะ อีกไม่นานประเด็นนี้ก็จะจบลง

มึงรนธ์มองดูเราด้วยแววตาสงสัยกระทั่งเราหายลับตาไป แล้วต่อจากนั้นก็เลยย่างเยื้อไปอยู่ข้างบุคคลที่เขารู้จักในฐานะพี่น้องผู้น้องของเขา

“เฮเดรียน คนกลุ่มนี้เป็นคนไหน?” เอ็งรนธ์ถาม มีบุคคลนิรนามมากมายก่ายกองที่ผ่านไปมา “เราไม่เคยทราบคนไหนกันเลยสักคน พวกเขาใช่ผู้ส่งเสริมที่เจ้าเอ๋ยถึงรึเปล่า ที่มาจากเครือญาติอื่นๆน่ะ?”
[NPC5]
เราถอนใจ น่าผิดหวังที่ขนาดทหารที่เฉลี่ยวฉลาดยอดเยี่ยมก็ยังไม่รู้เรื่องในสิ่งที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้าตัวเอง “พวกเขาเห็นอกเห็นใจที่เครือญาติพวกเราจะต้องตกต่ำ” เราตอบรวมทั้งเพียรพยายามข่มเสียงหลบซ่อนความรู้สึกเหยียดหยามเยาะไว้ “เราทุกคนเอาจริงเอาจังที่จะทำให้กบฏผู้ชิงอำนาจโน่นเจอความวอดวาย รวมทั้งกู้ราชบัลลังก์คืนมา น่าจะเป็นการดีมากกว่า ถ้าหากว่าเจ้าไม่เคยรู้ชื่อหรือบริเวณใบหน้าของพวกเขา”

เขาถามด้วยน้ำเสียงถากถาง “แล้วจะไปทำงานร่วมกันได้อย่างไรล่ะ ถ้าเกิดพวกเรา—”

คำบอกเล่าของเขาเงียบหายไปเมื่อพวกเราเลี้ยวผ่านมุมในที่สุดมา

พวกเรายืนอยู่ตรงขอบบ่อใหญ่ที่วิญญาณ ซึ่งลึกลงไปถึงส่วนลึกของน็อกซัส เกินกว่าที่มิติด้านกายภาพของกำแพงจะไปถึง หมอกสีฟ้าใจเย็นผสมสีเขียวที่ความอิจฉาริษยาลอยครึ้มฟุ้งรวมทั้งหมุนวนเป็นเกลียวอยู่ระดับล่างพวกเรา ทำให้เห็นภาพจางของสะพานทั้งยังสามที่ทอดยาวผ่านช่องว่าง

ระหว่างสะพานพวกนั้น มีเงาร่างใหญ่โตที่มองน่าหวาดหวั่นรวมทั้งมีชื่อเสียงกันดีในกลุ่มชาวน็อกซัสลอยเคว้งอยู่ ชุดเกราะที่ไม่มีวิญญาณซึ่งปรากฏภาพอยู่ในหนังสือที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ทุกเล่ม รวมทั้งรูปปั้นไม่มีใบหน้านับพันที่เกลื่อนกลาดกระจัดกระจายไปทั่วทั้งเมืองเก่า

มึงรนธ์ก้าวถอยหลังไปนิดหน่อย “ไม่จริง…” เขาพึมๆพำๆ “ไม่… ไม่จริง…”

เขาบอกกุกๆกักๆ ดวงตาของเขามีน้ำตาคลอเบ้า เราชะโงกหัวไปตรงไหล่เขาและก็กระซุบกระซิบข้างหูเขา

“ปัจจุบันนี้ เจ้ามองเห็นข้อเท็จจริงแล้วรึยัง? ความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังจักรวรรดิน็อกซัสอันยิ่งใหญ่? มันเป็นแบบนี้มานานหลายศตวรรษแล้ว นับจากวันที่มีราชาองค์แรกๆ…ไม่มีแม่ทัพสูงสุด ไม่มีพระราชาธิราชหรือทรราชใดที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้แม้มิได้รับอนุญาตจากนายหญิงที่ป้อมไม่มีพ่ายแพ้ คนไม่ใช่น้อยที่ยินดีปฏิบัติภารกิจรับใช้ แม้กระนั้นมีเพียงแต่ไม่กี่รายที่พิสูจน์ให้มีความเห็นว่าคู่ควร”

เราจับตะเกียงมาจากมืออันสั่นเทาของเขารวมทั้งเดินนำเขาออกมาจากภาพเบื้องหน้าที่ทำให้เขาตกตะลึง แล้วก็ตรงไปยังโพรงเว้าของฝาผนังที่มีม่านบังไว้อยู่ฝั่งหนึ่งของทางเท้า

“สเวนจำต้องถูกโค่นล้ม นี่เป็นจุดหมายสูงสุดที่พรรคของพวกเราถือมั่นเหนือสิ่งอื่นใด พวกเรายอมสละทุกอย่างเพื่อบรรลุจุดประสงค์”

เอ็งรนธ์พอเพียงจะทราบเลาๆว่าเขาจะได้มองเห็นอะไรก่อนที่จะเราจะเปิดผ้าที่มีไว้เพื่อคลุมร่างนั้น

เครดิตฟรี

มันเป็นศพอันแห้งกรังของเฮเดรียน พี่น้องผู้น้องของเขานั่นเอง บริเวณใบหน้าที่แข็งเกร็งของเครือญาติผู้น้องของเขามีรอยยิ้มค้าง แต่ว่าแม้กระนั้น มันก็สื่อถึงความรู้สึกสงบที่แจ่มกระจ่าง

“เชื้อสายของเจ้าถูกโจมตีอย่างไร้ความเที่ยงธรรมที่สุดสำหรับในการเปลี่ยนแปลงคราวนั้น กางรนนิน มึงรนธ์ พ่อของเจ้าและก็พี่ชายน้องชายของเขาต่างก็ถูกยึดทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่างอย่าง เพียงแต่เพราะเหตุว่าพวกเขาเป็นจริงเป็นจังซื่อสัตย์ภักดีต่อโบแรม ดาร์กวิลจนกระทั่งถึงที่สุด เฮเดรียนยินดีสละชีวิตของเขาเพื่อการแก้เผ็ด เจ้าจะชดเชยหนี้สินนั้นรวมทั้งร่วมมือกับพวกเราหรือเปล่า?”

เอ็งรนธ์ทรุดหัวเข่าแล้วก็เงยขึ้นดูเราด้วยแววตาที่แปรไป “เจ้า เจ้าเป็นนางนั่นเอง เจ้าเป็นหญิงผิวซีดเผือดโน่น”

เขาไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อหญิงผิวซีดเซียวผู้ที่สองเผยตัวขึ้นที่ข้างกายเรา พวกเรากล่าวด้วยเสียงเดียวกัน “เราอยู่ในทุกแห่งทุกหน เราเป็นทุกคน เจ้าจะได้ทราบเท่าที่มีความจำเป็นจำเป็นต้องทราบ รวมทั้งจะได้มองเห็นในสิ่งที่เราอยากให้เจ้ามองเห็น”

ไม่ใช่มีแต่ว่าเจริเก๋ สเวนเพียงแค่นั้นที่อ้างตำนานเกินจริงของตัวเองได้

หญิงผิวซีดเผือดผู้ที่สามก้าวออกมาจากข้างหลังเอ็งรนธ์ รวมทั้งตามมาด้วยผู้ที่สี่ แม้กระนั้น เขาก็ยังก้มศีรษะให้เราซึ่งบอกให้ทราบโดยไม่มีข้อครหาว่าสุดท้ายเขาก็รู้เรื่อง เขาไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้พวกเราเปิดให้มองโพรงเว้าที่อยู่ช่องต่อจากพี่น้องผู้น้องของเขา

“เราขออุทิศทั้งยังหัวใจ” เขาสาบาน “รวมทั้งเลือดที่เจ้าขุนมูลนายทุกหยดของเราเพื่อรับใช้ท่าน นายหญิงของเรา เราจะไม่พักกระทั่งสเวนจอมลวงโลกจะตาย”

ชายผู้โง่เง่าไม่ประสีประสาคนนี้รู้สึกว่าเขาจะได้เป็นคนลงมือฆ่า เราจะปลดปล่อยให้เขาคิดแบบนั้นไปก่อน เพราะเหตุว่ามันประจวบเหมาะกับวัตถุประสงค์ของเราซึ่งก็เป็นเพียงแต่การสืบรู้แนวทางคุ้มครองปกป้องของแม่ทัพสูงสุด

ข้าวาดเครื่องหมายของพวกในอากาศเหนือหัวของเอ็งรนธ์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาเป็นคนของเรา บุคคลทุกคนที่สามารถแลเห็นเครื่องหมายนี้จะไม่กีดขวางเป้าหมายที่พวกเราจะกำหนดขึ้นในอีกไม่นาน “ยืนขึ้นได้ ลูกผู้องอาจภาคภูมิที่น็อกซี่ คำกล่าวปฏิญาณของเจ้านั้นเป็นที่รับรู้รวมทั้งเห็นด้วยแล้ว เมื่อพวกเราร่วมมือกัน ชัยย่อมเป็นของพวกเราแน่ๆ รวมทั้งชื่อของเจ้าจะได้รับการชมเชยในฐานะผู้กู้จักรวรรดิ”

สล็อต xo

การครองบัลลังก์ครั้งสุดท้าย

กำปั้นที่ชูเหยียด พลังแห่งศาสตร์มืดที่ก้าวขึ้นครอบงำ เบื้องหน้าเขาคือยอดสุดท้ายของหอคอยสุดท้าย ควันสีเข้มดั่งน้ำหมึกรวมตัวประสานกันเป็นแผ่นเหล็กสีดำ มอร์เดไคเซอร์จ้องมองดินแดนใต้อำนาจมืดของเขาด้วยความภาคภูมิใจมิตนา รัชนัน ปรโลกของเขาเสร็จสมบูรณ์แล้วครั้งหนึ่งเขาเคยยืนอยู่ ณ จุดนี้ ในสภาพวิญญาณมนุษย์ที่เผชิญหน้ากับความว่างเปล่าอันไร้จุดหมาย แต่ในตอนนี้ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคืออาณาจักรที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากน้ำมือของเขาเอง
เขามุ่งหน้าไปที่ป้อมของเขาด้วยความพึงพอใจในผลงานของตัวเอง หินแต่ละแผ่นใต้ฝ่าเท้า…น้ำพักน้ำแรงของเขา กำแพงป้อมและกำแพงเมือง… ทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากเวทมนตร์อันโหดร้ายและเจตจำนงที่คงมั่นดั่งเหล็กกล้า

สล็อตออนไลน์

เริ่มต้นจากศูนย์ มอร์เดไคเซอร์ค่อยๆ หล่อหลอมสิ่งที่วาดหวังไว้ให้กลายเป็นความจริง… อาณาจักรที่ทุกดวงวิญญาณจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ไม่มีวันจางหายไป
ซาห์น-ยูซัลกระพริบตาและมองรอบกาย เขารู้สึกไม่แน่ใจและคิดอะไรไม่ออกข้าตายแล้ว
ความคิดนั้นผุดแวบขึ้นมาดั่งเสียงกระซิบแว่วในสายลม เมื่อตระหนักซึ้งถึงความจริงนี้ ความรู้สึกเศร้าก็แล่นเอ่อล้นขึ้นในดวงจิตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นและแผ่ซ่านไปทั่วกายจนไหลแล่นขึ้นมาจากหน้าอกและพรั่งพรูออกมาดังก้องกังวาน
ดี
ซาห์น-ยูซัลกวาดตามองหาประตูใหญ่แห่งวิญญาณที่เปิดไปสู่หอแห่งอัฐิอันเลื่องชื่อ เขามองหาผู้ดูแลที่จะแห่แหนเขาเข้าสู่โลกแห่งความเป็นอมตะอย่างเกริกไกร ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้พบเหล่ามหาบุรุษผู้พิชิตที่มาก่อนหน้าเขา

แต่ทว่าเบื้องหน้ากลับไม่มีสิ่งใดนอกจากหมอกที่ปกคลุมไกลสุดลูกหูลูกตา

ซาห์น-ยูซัลขยับก้าวไปข้างหน้าและก้มมองพื้นเบื้องล่างด้วยความประหลาดใจ ใต้ฝ่าเท้าของเขาคือทรายเนื้อละเอียดและก้อนกรวดหยาบที่พลิกขยับเมื่อโดนย่ำ เสียงกระซิบอันสับสนลอยมาจากไกล ๆ เสียงนั้นเบาเกินกว่าจะจับใจความได้

jumboslot

นี่มันอะไรกันน่ะ

เขาเดินข้ามทุ่งร้างอันเวิ้งว้างนั้นไปด้วยความมุ่งมั่นจะค้นหาความจริง

กาลเวลาผ่านไปโดยไร้คำตอบ

ความสับสนงุนงงแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เชื่อ ซึ่งก่อเชื้อให้เกิดความโมโหที่โหมกระพือ และกลายเป็นเพลิงแห่งความกราดเกรี้ยว

ไม่มีสิ่งใด

ไม่มีอะไรเลย

ผืนทรายอันแห้งแล้งครอบคลุมอาณาเขตยาวไกลไร้สิ้นสุด เสียงกระซิบยังคงลอยแว่วรบกวนจิตใจเขาไม่หยุดหย่อน ม่านหมอกที่ปกคลุมไม่เคยจางหาย มันลอยอ้อยอิ่งตราบชั่วนิรันดร์ราวกับผ้าคลุมศพที่ปกคลุมทุกสิ่งอย่าง

นักบวชพวกนั้นหลอกลวงหรืออย่างไร? หรือว่าเป็นนักพยากรณ์จอมลวงโลกที่พูดจาเพ้อเจ้อเผยแพร่แต่ความเชื่องมงายไร้เหตุผล? หรือว่าบรรพบุรุษของเขาตัดสินผิดพลาดอย่างรุนแรงและทำให้เขาไม่เป็นที่ต้อนรับสู่หอแห่งเกียรติยศใดเลย?

คำถามเหล่านี้เคยกัดกินจิตใจของเขาในตอนแรก แต่คำถามเหล่านั้นไม่สำคัญเลย ณ ตอนนี้ซาห์น-ยูซัลรู้ชัดแล้ว สิ่งเดียวที่สำคัญคือความจริงตรงหน้าที่ยากจะปฏิเสธซึ่งก็คือ… ที่นี่ไม่มีสิ่งใดเลย ความว่างเปล่าที่เหลือคณานับ ไร้รางวัลตอบแทน ไร้คำมั่นสัญญา

เมื่อตระหนักซึ้งถึงความจริงข้อนี้ ความสิ้นหวังก็เข้าคืบคลานติดตามซาห์น-ยูซัลเป็นเงาที่จ้องเขมือบกลืนกินเขา
[NPC5]
แต่เขาคือซาห์น-ยูซัล ผู้พิชิตแห่งแดนเถื่อน จ้าวผู้ปกครองเผ่าต่างๆ เขาก่อร่างสร้างจักรวรรดิขึ้นมาจากศูนย์ เมื่อครั้งยังมีชีวิต เขาสามารถฝ่าฟันนานาอุปสรรคและเอาชนะความสิ้นหวังได้ด้วยดวงจิตที่มีความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยาน แม้เมื่อตายแล้วก็ย่อมไม่ต่างกัน
หากความตายไม่อาจมอบอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ให้ข้าได้ดั่งคำสัญญา… ข้าก็จะสร้างมันขึ้นมาเอง
มอร์เดไคเซอร์เดินผ่านประตูชักรอกด้านในที่ออกแบบให้มีลักษณะเหมือนประตูชักรอกของปราการไร้พ่ายซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของเขาเมื่อครั้งยังมีชีวิต เขาเดินผ่านทางเข้าไปสู่โถงใหญ่

ตรงหน้าคือบัลลังก์ที่ตั้งตระหง่าน

บริเวณโดยรอบนั้นมีแต่เสียงโหยหวนของเหล่าดวงวิญญาณที่พากันร้องระงมเซ็งแซ่ด้วยความทุกข์ทรมาน แต่มอร์เดไคเซอร์ไม่ได้ยินเสียงของดวงวิญญาณเหล่านั้น หรืออาจจะพูดว่าเขาได้ยินเสียงเหล่านั้นดั่งเสียงกระทบกันของโลหะในค่ายสงครามหรือเสียงของรองเท้าบูตย่ำพื้นกรวดระหว่างยาตราทัพ เป็นเสียงที่แสนจะธรรมดาสามัญไม่ควรค่าแก่ความสนใจ

แล้วถึงอย่างไรซะ ดวงวิญญาณที่ควรค่าซึ่งยืนประจำแถวเรียงรายอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ ก็ไม่มีดวงวิญญาณใดกล้าเอ่ยคำออกมา

ทุกสิ่งเป็นไปตามที่ควรจะเป็น

มอร์เดไคเซอร์ก้าวสู่บัลลังก์ของเขา
ตำราลึกลับลอยอยู่เหนือแท่นวางในสภาพที่ดูเรียบร้อยไร้การแตะต้อง ต่างจากสภาพโดยรอบที่มีแต่เลือดเปรอะเปื้อนกระจายไปทั่ว

นักเวทรายสุดท้ายที่ยังเหลือรอดชีวิตอยู่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เลือดไหลรินจากหน้าผากของเขา ประกายไฟริบหรี่เต้นระบำอยู่ระหว่างนิ้วของเขา… นี่คือการเสกคาถาครั้งสุดท้าย ความพยายามอันสิ้นหวังครั้งสุดท้าย

มอร์เดไคเซอร์เอ่ยเตือน “เวทมนตร์แบบนี้มีแต่จะส่งผลร้ายกับเจ้า แล้วก็ตำราอันล้ำค่าของเจ้าด้วย”

นักเวทรวบรวมกำลังเอ่ยคำตอบ “ข้าจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการหยุดยั้งเจ้าไม่ให้ได้ตำราเล่มนี้ไปครอง”

เปลวไฟสีน้ำเงินร้อนแรงพุ่งออกจากมือของนักเวท มันเข้าล้อมร่างขุนศึกเหล็กผู้หวนคืนที่ยืนตระหง่านค้ำร่างเขา พลังงานที่ร้อนแผดเผาแล่นไปตามแขนทั้งสองข้างและกรีดเนื้อสดๆ ของนักเวท มันคือผลข้างเคียงของคาถานี้ แต่เขาก็ยังคงอดทนกัดฟันสู้ต่อไปด้วยความหาญกล้า

มอร์เดไคเซอร์ก้าวมาข้างหน้า ดวงวิญญาณที่มีเกราะเหล็กสีเข้มห่อหุ้มพิทักษ์ของเขาไม่ระคายต่อภัยจากเปลวเพลิงที่เผลาผลาญ ในมือของเขาคือ “รัตติกาล” ลูกตุ้มหนามพิฆาตที่กลายเป็นสีเขียวชั่วขณะ ความร้อนจากเปลวไฟทำให้หินปะทุแตกและเผาไหม้เนื้อหนังของเหล่านักเวทที่สิ้นชีพแล้ว แต่มอร์เดไคเซอร์ยังคงยืนดูการกระเสือกกระสนนี้อย่างไม่สะทกสะท้าน

ท้ายที่สุด นักเวทก็ใช้พลังจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงและทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ลมหายใจที่ขาดห้วงของเขายังคงเป็นเสียงกระซิบอธิษฐานขอให้พลังของเขามากพอ

หากมอร์เดไคเซอร์ยังมีร่างกายที่เป็นเนื้อหลัง คงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแล้ว “ถอดใจแล้วสินะ”

นักเวทพยายามกลั้นสะอื้นในขณะที่มอร์เดไคเซอร์ขยับเข้ามาใกล้ เขาเงยหน้าหรี่ตามองวิญญาณร้ายตรงหน้าและเค้นเสียงพูดผ่านลำคออันแห้งผากและเจ็บปวด

“แกไม่มีทางพบสิ่งที่ตามหา! ปีศาจเหี้ยมโหดที่ใช้แต่กำลังไม่มีทางเข้าใจความลับของตำราแห่งดวงจิต และ—”

เครดิตฟรี

ลูกตุ้มหนามเหวี่ยงฟาด เสียงดังหนักหน่วงเมื่อกระแทกโดนเป้าหมาย

เลือดสดๆ ไหลนองไปรวมกับกองเลือดเหนียวข้นที่จับเป็นก้อนในห้องนั้น นักเวทรายที่สิบสามล้มตึงลงไปที่พื้น

มอร์เดไคเซอร์หัวเราะ

“พวกแกเข้าใจผิดแล้วหากคิดว่าผู้ที่ใช้กำลังจะไร้สมอง”

เขากวาดสายตาไปทั่วห้องเพื่อมองบรรดาศพและกระซิบเอ่ยวาจาในภาษาของโลกแห่งความตายที่ไม่มีผู้ใดใช้

การดิ้นรนอันน่าสังเวช
ผู้ที่ปลดเปลื้องจากกายหยาบ
พวกเจ้าคือทาสของข้า
เขาเคาะลูกตุ้มรัตติกาลบนพื้น มันเปล่งแสงเรืองเจิดจ้ายิ่งขึ้นจนดูเหมือนมีลมหายใจในขณะที่ดวงแสงทั้งสิบสามลอยขึ้นจากร่างที่แหลกเละก่อนจมลงสู่พื้น
มอร์เดไคเซอร์หันกลับไปสนใจตำราเล่มนั้นอีกครั้ง มันยังอยู่ประจำตำแหน่งเดิมและแผ่รัศมีเวทมนตร์แห่งวิญญาณ อีกหนึ่งความรู้สำหรับแผนการของเขา สมบัติชิ้นใหม่จากการพิชิตชัย

เขาก้าวไปหยิบรางวัลของเขามา
บัลลังก์นั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา แท่นพนักพิงหลังที่ทำจากแท่งเหล็กมันปลาบขนาดสูงมีปลายอันแหลมคมน่ากลัว ตัวอักษรออช์นันที่มีรูปทรงเป็นมุมแหลมคมถูกจารึกไว้ที่ฐานบัลลังก์ เสียงกระซิบที่ดังอย่างต่อเนื่องแทบจะกลายเป็นเสียงร้องคร่ำครวญกึกก้องที่ไม่เคยจางหายไปในที่แห่งนี้ มอร์เดไคเซอร์วางแขนลงบนพนักแขนและชื่นชมภูมิใจกับผลงานของเขา การสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาต้องใช้ดวงวิญญาณมากกว่าชิ้นส่วนอื่นใดทั้งหมดในปราการแห่งนี้ เสียงร้องคร่ำครวญที่ดังออกมาจากบัลลังก์นี้เปรียบเสมือนดนตรีเสนาะหูสำหรับเขา

มอร์เดไคเซอร์ใช้ความคิดและหยิบลูกตุ้มรัตติกาลมาไว้ในมือ เขาออกแรงเหวี่ยงฟาดบัลลังก์จนกลายเป็นซาก

สล็อต

รากเหง้าของต้นไม้พิษ

ฝุ่นผงลอยกระจายหนาดังผืนม่านในตอนที่ยกไรเดินตามข้างหลังฮิวเล็ตต์ หัวหน้าผู้คุมอุโมงค์เหมืองผู้มีแขนขาจักรกล เดินลึกเข้าไปในปล่องเหมือง ยกไรหายใจผ่านเครื่องที่ใช้สำหรับในการกรองอากาศรวมทั้งอุตสาหะห้ามตนเองไม่ให้จินตนาการว่าตลอดหลายปีที่ผ่านเลยมามีนักขุดเหมืองชาวชอนมากมายก่ายกองแค่ไหนที่เคยหายใจผ่านเครื่องไม้เครื่องมือนี้ เปลวเพลิงจากดอกไม้ไฟไฟเคมีที่แขวนอยู่บนขื่อเพดานไม้หยดลงสวมหมวกเหล็กนิรภัยที่มีรอยกัดเซาะซึ่งพวกเขาสวมอยู่ระหว่างที่เดินผ่านไป”ดุยยินหว่าเจาวิเคาะโลหะดุด่ายแม่นหยำ” ฮิวเล็ตต์เอ่ยด้วยเสียงต่ำและก็เหลียวกลับมามองดู “แต่ว่าพวกเราข่าวสารจายไม่ถูกไปถะหนัด”
พวกเราได้ยินว่าพวกเจ้าพินิจพิจารณาโลหะได้ถูกต้อง ยกไรแปล แม้กระนั้นพวกเรารู้ผิดไปถนัด
แม้ว่าจะอยู่ที่ชอนมานานถึงเจ็ดปีแล้ว แม้กระนั้นสำเนียงแปลกแปร่งของนักขุดเหมืองรายนี้ก็ทำให้นางจะต้องใช้เวลาประเมินผลอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะเข้าจิตใจ

สล็อตออนไลน์

“ถ่ามีนักดู่แร่ พวกเราก่อม่ายจำเป็นต้องพึ่งนักวิเคาะพิลหน” ฮิวเล็ตต์กล่าวต่อ “นางม่ายเชียวชาญหินชอนหย่างพวกราว กลุ่มแรกทีมาทำม่ายสำเหร็ด!”

“วางใจได้ หัวหน้าฮิวเล็ตต์ ข้ามีประสบการณ์ขุดเหมืองทั่วทุกพื้นที่ตั้งแต่ยกริม่าไล่มาจนกระทั่งชอน” ยกไรกล่าว “เรารู้จักหินนี้ดีเท่ากับพวกเจ้า”

“เจ้ากล่าวเข้าข่างตนเอง” ฮิวเล็ตต์พูดเสียงต่ำในช่วงเวลาที่พวกเขาก้าวเข้าสู่โถงทางเท้าตรงปลายปล่องเหมือง “แต่ว่าหินทีนีม่ายราวกับครั้งเจ้ารูจาก”

กรรมกรเหมืองแร่ที่ตัวเลอะฝุ่นละอองมอมนั่งอยู่ข้างเครื่องเจาะเคมี อีเต้อลมและก็ลังใส่ระเบิดเฮ็กซ์ แท้จริง คนงานทั้งสิ้นควรกำลังทลายหินเพื่อหาชั้นหินเฮ็กซ์ไซต์ดังที่นางได้รับรองกับบารอนไกรม์ไว้ว่าที่นี่ควรจะมีแน่ๆ การที่มามองเห็นพวกเขาเอื่อยเฉื่อยแบบนี้ช่างขัดกับลักษณะการทำงานของนาง

ฮิวเล็ตต์ชูตะเกียงเคมีขึ้นส่องหินซึ่งอยู่ตรงปลายโถง ตอนต้น ยกไรไม่มั่นใจในสิ่งที่ตานางเห็น ชั้นหินจำนวนมากในดินแดนชอนมักมีต้นเหตุจากเศษขี้ตะกอนหินปูนที่เรียงสลับชั้นกับกลุ่มหินแปรซึ่งโดนความร้อนและก็แรงกดระดับร้ายแรงเมื่อเร็วๆนี้

แม้กระนั้นนี่มันไม่เหมือนกันไปอย่างสิ้นเชิง…

ยกไรคว้าตะเกียงแล้วเดินไปจนกระทั่งจุดหมายปลายทางเดิน นางถอดถุงมือข้างหนึ่งออกรวมทั้งไล่นิ้วสัมผัสไปตามฝาผนัง มันมีรูพรุน ให้ความรู้ความเข้าใจสึกอุ่นแล้วก็เป็นสีน้ำตาลไหม้ประหลาดตา… ราวกับบางสิ่งบางอย่างที่ธรรมดาแล้วนางคาดว่าจะเจอได้ในยกริม่าซึ่งเป็นบ้านกำเนิดของนาง

“แปลกจัง” นางเอ่ย “เมื่อวานนี้ยังไม่มีเลยนี่ทุ่งนา”

“ข่าพยัมบอกเจ้าแล้ว” ฮิวเล็ตต์ตอบ “เมือวานพวกเราเจาะตามทีเจ้าบอก พอเพียงวันนีกลับมา ก็พบแบบนี”

“ไม่ว่าไอ้นี่จะเป็นอะไร แม้กระนั้นท่านบารอนก็มิได้ชำระเงินว่าจ้างพวกเจ้าให้มานั่งลอยชายอยู่เฉยๆอย่างงี้ ระเบิดเลย”

ฮิวเล็ตต์ยิ้มกว้าง “นีเป็นพวกเราอุตสาห์ซ่อมแซม แต่ว่าแลวก็โคนงมาระเบิดมันทิงงันเรอ?”

“ใช่แล้ว” ยกไรรับรอง

“ถ้าหากเราเป็นเจ้า เราจะไม่ทำแบบนั้นหรอกนะ”

เสียงนั้นดังกังวาลขึ้นรอบรอบๆที่พวกเขาอยู่ เป็นดุจพลังคลื่นชนที่ลอยแหวกอากาศมา แต่ละคำที่เปล่งแสงออกมาฟังดูเหมือนกับว่าเสียงที่เกิดขึ้นจากแผ่นเปลือกโลกเสียดสีกัน

jumboslot

พวกกรรมกรเหมืองแร่ผุดลุกขึ้นยืน แม้กระนั้นยกไรแนบร่างติดกำแพงโถงรวมทั้งดึงหมวกกันน็อกลงมาปิดหัวจนกระทั่งมิดชิดรัดกุม เสียงนั้นฟังดูเหมือนจะเปล่งแสงออกมาจากบางสิ่งบางอย่างที่มีขนาดใหญ่โต เพดานทางเท้ากำเนิดรอยปริร้าวไปทั่ว

นางแหงนขึ้นทันมองเห็นฝาผนังหินที่เป็นรอยพรุน… เคลื่อนพอดิบพอดี

การขยับของมันก่อเกิดแรงบดในตอนที่รูปร่างของมันเปลี่ยนแปลง ยกไรดูด้วยความตื่นตะลึงงันเวลาที่มันเปลี่ยนสภาพเปลี่ยนเป็นปล่องลึกสองปล่องซึ่งคล้ายคลึงดวงตาที่ปิดอยู่โดยมีหินแหลมที่ยื่นออกมาซึ่งบางครั้งก็อาจจะเป็นจมูก เศษผงหล่นพรูลงมาจากโพรงโค้งหยักที่ดูราวกับว่าปากขนาดใหญ่ยักษ์จนกระทั่งน่าสยอง

บริเวณใบหน้านั้นใหญ่เต็มพื้นที่ฝาผนังข้างหน้านางซึ่งกว้างถึงสามสิบฟุตแล้วก็มากถึงหกสิบฟุตเต็มๆ

ท่านอาซีร์ช่วยด้วย! ถ้าหากเพียงแค่หัวยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วตอนลำตัวที่เหลือจะใหญ่แค่ไหน?

ปล่องหลุมที่ดูอย่างกับว่าเบ้าตาของมันเปิดออกพร้อมเสียงบดลั่นที่ดังขึ้นและก็ทำให้นางคิดถึงเมื่อครั้งที่พบเด็กผู้หญิงนักทอตะลอนซึ่งแสดงโชว์ที่น่าแปลกบนถนนหนทางสู่เคเนเธท ยกไรจ้องตากับคนที่เป็นเจ้าของบริเวณใบหน้าใหญ่โตนั้น ดวงตามันเป็นของเหลวสีเหลืองราวเพชรนิลจินดา

ควอตซ์นี่ทุ่งนา นางคิด ธรรมดาแล้วมิได้เจอในภูมิภาคนี้นี่
[NPC5]
“หินนี่ถูกรุกล้ำ” เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหวจนถึงแก้วหูแทบจะแตก ทำให้ยกไรจะต้องยกมือขึ้นปิดหูแน่น “สิ่งมีชีวิตขยับเขยื้อนอยู่ในหินนั้น ถึงจะสวยสดงดงามในแบบของมัน แต่ว่าก็วุ่น เจ้าไม่สมควรทลายหินนั้น ถ้าหากไม่ต้องการที่จะอยากพบเจอวาระสุดท้ายที่ทราม”

ดวงตาคู่นั้นกะพริบ ก้อนกรวดหล่นจากกลีบตาหินคู่นั้น

“เอ่อ เจ้า… เป็นวิญญาณที่แนวเขาหรืออะไรทำนองนั้นรึเปล่า?” นางถาม

หน้าผากของบริเวณใบหน้านั้นขยับเป็นรอยย่นพร้อมเสียงครืนที่ดังออกมา

“ไม่ใช่ อย่างต่ำ เราก็มิได้คิดแบบนั้น เรามีความคิดว่าเราเคยเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของยอดเขา เมื่อคราวหนึ่ง โลกนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายกระทั่งยากที่จะจำทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด”

“ถ้างั้น เจ้าเป็นอะไร?” นางถาม

“นั่นนะซิ อันที่จริงแล้วเป็นอะไร?” มันเอ่ยแล้วก็ถอนใจอย่างซึมเซา ทำให้ปล่องเหมืองถึงกับสั่น “เป็นเสี้ยวหนึ่งของบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่มากยิ่งกว่า เป็นคนรับใช้ความมีระเบียบที่กำลังค้นหาวัตถุประสงค์ เรียกข้าว่า… มัลไฟต์”

หินดินดานแตกร่วนตกจากรอยแยกกำแพง ไม้ที่ค้ำรับน้ำหนักลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากแรงกดในระดับที่หนักเกินจะแบกรับไหว ยกไรรู้สึกหนักใจเมื่อมองเห็นรอยฉีกร้าวตรงชั้นหินเหนือหัวนาง เส้นรอยร้าวพวกนั้นพร้อมที่จะขยายอย่างเร็ว

“เจ้าหยุดขยับซะคราวได้มั้ย? ขืนเจ้าทำอย่างนี้ต่อ ถ้ำนี้จำเป็นต้องกระหน่ำแน่”

“โอ๊ะ ขออภัยหน”

“เจ้ากล่าวว่าหินนี่ถูก… รุกล้ำถ้าเช่นนั้นหรอ?” ยกไรถาม “ถูกอะไรก่อกวนหรอ?”

“สิ่งที่ไม่สมควรมีอยู่ สิ่งมีชีวิตที่ยังอยู่เพื่อผลาญทรัพยากร”

เครดิตฟรี

ยกไรมีความคิดว่าหัวใจตัวเองเต้นแรง เหตุเพราะเคยรับรู้ความเป็นมาของนครอิค้างเธียที่ล่มสลายไปตั้งแต่เด็ก นางก็เลยเคยทราบเรื่องของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตรงตามคำชี้แจงนั้น

“เรารู้จักพวกเขา” นางเอ่ย “แต่ว่าพวกเขาอาศัยอยู่แม้กระนั้นในแถบทะเลทรายของทวีปด้านใต้”

“ครั้งก่อนบางทีอาจเป็นแบบนั้น แต่ว่าเดี๋ยวนี้พวกเขาชำแรกแทรกซึมไปทั่วแผ่นเปลือกโลกอย่างกับรากของต้นไม้พิษ”

ยกไรก้มมองดูพื้นด้วยท่าทางอึดอัด

บริเวณใบหน้าหินหัวเราะคิกคักเศษแผ่นหินหล่นเกรียวกราวจากฝาผนังมากยิ่งกว่าเดิม

“ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วง เราลวงพวกมันให้เข้ามาติดกับดักอยู่ในร่างของเราแล้ว เราจะขยี้พวกเขาให้เหลว แต่ว่าก็น่าจะมีมาเพิ่มเติม ด้วยเหตุผลดังกล่าว ระวังอย่าเจาะลึกจนกระทั่งเหลือเกิน…”

ประกายในแววตาของสิ่งมีชีวิตนั้นหมองลงขณะที่กลีบตาของมันปิดลง แล้วก็อุโมงค์ก็เริ่มสะเทือน

“เจ้าควรจะไปซะเดี๋ยวนี้เลย” บริเวณใบหน้าหินเอ่ย

ฮิวเล็ตต์เผยตัวขึ้นข้างหลังยกไรแล้วก็ใช้แขนพลังเคมีของเขาจับนางไว้

“พวกเรารีบหนีกานเถิด นักวิเคาะ” เขารีบ “พวกเรามัวชา ถำนีกระหน่ำใส่พวกเราแน่”

ยกไรก้มศีรษะแล้วก็เริ่มย้อนกลับไปตามทางเดิน “เราจะบอกบารอนไกรม์ว่าชั้นหินตรงนี้ถูกขุดตรวจไปหมดแล้ว”

ฮิวเล็ตต์ยิ้มกว้าง “ครั้งคราว การวิเคาะโลหะของเจ้าบางทีอาจจะแมนยำกอดายนะ”

สล็อต

ผู้ปกครองที่คู่ควร

บ่าวรับใช้ของคีญาน่ารีบกระวีกระวาดทันใด เขาดึงพลังควบคุมธาตุอันน้อยนิดของเขาออกมาใช้สร้างกรุ๊ปหมอกจากเวทมนตร์คาถา เพียงแต่ครู่หนึ่ง ไอหมอกลอยเข้าโอบรอบร่างของคีญาน่ารวมทั้งแผ่รังสีความเย็นที่เบาๆเพิ่มระดับขับไสความร้อนอ้าวในป่า”ค่อยดีขึ้นหน่อย” คีญาน่าเอ่ย “เราจะต้องสะสมจ้องดูสมาธิให้ได้แม้อยากได้ทำสิ่งนี้ให้เสร็จ”คีญาน่าเริ่มหมุนโอห์มลัตล์รอบลำตัวนางอย่างช้าๆพุ่มในป่าขยับโน้มกิ่งแหวกออกครั้งใดก็ตามนางหมุนควงกระบี่วงแหวนเล่มนั้น รากแล้วก็แขนงของต้นไม้ถูกถอนทึ้งขึ้นมาพร้อมเศษดินที่กระเด็นเด้ง สุดท้าย พื้นข้างหน้าก็แปลงเป็นฟุตบาทแคบๆกึ่งกลางป่าดงพุ่ม
“เสร็จแล้ว” คีญาน่าเอ่ยแล้วก็ก้าวเดินไปตามทางอันเลี้ยวไปเลี้ยวมาเบื้องหน้า

สล็อตออนไลน์

เมื่อใดก็ตามคีญาน่าหมุนโอห์มลัตล์ของนาง เถาวัลย์ดกที่ปกคลุมป่าดงดิบเปียกชื้นเบื้องหน้าจะขยับหดถอย จนถึงเมื่อคีญาน่าเดินผ่านไป เถาวัลย์พวกนั้นก็เลยเลื้อยกลับมาปิดทางเดินไว้ดังที่เคย บายัลเดินตามข้างหลังอย่างอืดอาดเสียกระทั่งติดอยู่ในดงไม้เลื้อย

“เร็วๆหน่อย บายัล” คีญาน่ารีบ “ให้ตายเถิด นี่ขนาดเจ้าปฏิบัติงานเพียงแค่สิ่งเดียวนะ”

ชายรับใช้กระโจนผ่านพุ่มดกที่เพิ่งจะแตกยอดได้ไม่นานรวมทั้งมานะเร่งฝีเท้าตามคีญาน่าให้ทันเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิไอหมอกรอบข้างนาง

กว่าที่ทั้งคู่จะเดินพ้นเขตป่ามาได้ พระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำแล้ว ลำแสงสีทองคำยามอัสดงส่องแสงอาบไล้หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง คีญาน่าเหลียวกลับไปดูเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นหนสุดท้ายให้มั่นใจว่าทางลับนั้นถูกปกคลุมบังไว้มิดชิดในป่าใหญ่ก็ดีแล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่สามรายของหมู่บ้านแสดงความยำเกรงทักนางด้วยการยกมือขึ้นขัดทาบอกตามขนบธรรมเนียมประเพณีอิกซ์ทัลก่อนจะนำทางพาไปลานสี่เหลี่ยมด้านเท่าของหมู่บ้าน

ตรงปลายลานสี่เหลี่ยมด้านเท่าที่นั้นมีเครื่องจักรขนาดยักษ์ของพิลโทเวอร์ตั้งอยู่ในภาวะไม่มีชีวิตรวมทั้งย่ำแย่จากการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในป่าเมื่อเร็วๆนี้ คีญาน่าดูเครื่องจักรนั้นแบบผ่านๆก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตรงโต๊ะขนาดเล็กตัวหนึ่งซึ่งส่งผลไม้แล้วก็ถั่ววางอยู่บางส่วน

jumboslot

“บุตรสาวที่ยุยงน ท่านอุตส่าห์ให้เกียรติเดินทางมาถึงนี่ ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดให้พวกเรารับใช้?” หญิงสูงอายุถามพลางก้มตัวเข้ามาใกล้คีญาน่าด้วยปรารถนามองให้ชัดชัดเจน

“ได้ยินข่าวว่าหัวหน้าหมู่บ้านเสียชีวิต เราขอแสดงความเศร้าใจด้วย” คีญาน่ากล่าว

“ถูกผู้บุกรุกฆ่าน่ะ” ชายเฒ่าคนหนึ่งเอ่ยและก็ชี้ไปที่เครื่องจักรที่พิลโทเวอร์ที่อยู่ข้างหลัง “ต่อสู้เพื่อขวางผู้บุกรุกคนหนึ่งที่กำลังล้มต้นไม้ไปใช้ในเหมือง”

“เราก็ได้ยินมาแบบนั้น” คีญาน่าตอบ นางยืดข้างหลังตรงเมื่อเป้าประสงค์สำหรับเพื่อการมาเยี่ยมคราวนี้ถูกเอื้อนเอ่ยขึ้น

“ดูเหมือนกับว่าทิครัสควรจะมีผู้ดูแลคนใหม่ที่หาญกล้ากว่าเดิม ผู้ที่หนักแน่นพอที่จะประมือกับผู้บุกรุกจากด้านนอกแล้วก็ของเด็กเล่นของพวกเขาได้” คีญาน่าบอกด้วยความเชื่อมั่นและมั่นใจ “ใครสักคนที่ราวกับเรา”

ผู้หลักผู้ใหญ่มองหน้ากัน ความสับสนงงฉายชัดบนบริเวณใบหน้าอันเหี่ยวย่นของพวกเขา

“แต่ว่าท่านยูทุ่งนาไล ด้วยความนับถือ พวกเรามี… บุคคลที่ราวกับท่านอยู่แล้ว” หญิงสูงอายุเอ่ย “พี่สาวของท่านอยู่ตรงนี้”

“อะไรนะ?” คีญาน่าฟึดฟัด

อย่างกับบอกสัญญาณ บรรดาข้ารับใช้เดินเป็นแถวผ่านลานสี่เหลี่ยมด้านเท่ามาทางคีญาน่า สี่รายในนั้นแบกเฉลี่ยงไว้บนบ่า
[NPC5]
เมื่อขบวนแคร่หามเข้ามาใกล้ คีญาน่าก็เลยมีความเห็นว่าคานหามนั้นปูด้วยเบาะครึ้มนุ่มแล้วก็มีหมอนผ้าไหมเนื้อดีวางเรียงราย มาร่าผู้เป็นพี่สาวของนางเอนหลังอยู่บนแคร่หามโดยถือจอกเหล้าองุ่นเอาไว้ในมือ ถาดสีเงินที่ใส่ของกินอันวิจิตรตั้งอยู่ข้างกายนางแล้วก็มีขี้ข้าสองรายรอเสกสร้างไอเย็นให้โดยใช้พลังธาตุที่หนักแน่นกว่าบายาลมากนัก คีญาน่าขึงตาดูชายรับใช้ของตัวเองด้วยความรำคาญในเวลาที่ยกมือเฉือนเม็ดเหงื่อบนหน้าผาก

“คีญาน่า ดี… ดีอกดีใจจังที่ได้พบเจ้า” มาร่าบอกด้วยท่วงท่าลำบากใจขณะที่ข้ารับใช้วางคานหามของนางลงบนพื้น

“พี่มาร่า ดูทีท่าสบายอารมณ์อย่างยิ่งนะ” คีญาน่าทักตอบ

มาร่าขยับเขยื้อนตัวด้วยความอึดอัดเมื่อเจอสายตาน้องสาวที่ขึงตา เหมือนกับว่านางต้องการจะถอยตัวจมลงไปในเบาะครึ้มนุ่ม

“กินไวน์สักนิดสักหน่อยมั้ย?” มาร่าชักชวนในขณะชูจอกเหล้าองุ่นขึ้นจิบอย่างเครียดโกรธไร้อารมณ์ซาบซึ้งในรส

“พี่มีบทบาทปกป้องรักษาหมู่บ้านที่นี้นะ ไม่ใช่มาผลาญเสบียงอาหารของพวกเขา” คีญาน่าไม่ยอมรับคำเชื้อเชิญของพี่สาว “พี่ควรจะสละตำแหน่ง ให้เราปฏิบัติภารกิจหัวหน้าหมู่บ้านที่นี้แทน”

มาร่าหยุดชะงักแล้วก็ฝ่าฝืนกลืนเหล้าองุ่นลงคอ

“เราทำอย่างนั้นมิได้หรอก” นางตอบ “เจ้าก็เข้าใจกันอยู่ เราโตกว่าเจ้า”

“โตกว่าเราหนึ่งปีเต็ม” คีญาน่าตอบ “แต่ว่าความสามารถตามหลังเราไกลห่างอย่างมาก”

คีญาน่าขยับใกล้คานหามของพี่สาว อาการเหยียดหยามบนบริเวณใบหน้าเบาๆเปลี่ยนเป็นความขมึงถึง

“เราก็แค่ว่าตามเรื่องจริง พี่เองก็ทราบว่ามันเกิดเรื่องจริง ถ้าเกิดพวกคนงานเหมืองแร่เจอหมู่บ้านที่นี้เข้าจะกำเนิดอะไรขึ้น?”

“เราจะคุ้มครองป้องกันมันเอง” มาร่าตอบไม่เต็มปาก

“มีหวังพี่ได้ตายแน่ รวมทั้งทุกคนในหมู่บ้านนี้ด้วย พวกเราทั้งสองต่างก็รู้ๆกันดีอยู่แล้ว” คีญาน่าพูดเสียงดังให้ทุกคนที่ลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่นั้นได้ยิน “เราคุ้มครองพวกเขาได้”

เสียงพูดงึมงำดังขึ้นทั่วลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส มาร่ากัดริมฝีปากข้างล่างของตน นางทำเป็นนิสัยมักจะทำอย่างงี้มาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะในยามที่น้องสาวแสดงความเหนือกว่าออกมาให้มองเห็น

“เรา… ชูให้เจ้ามิได้หรอก พวกยุยงนทัลเป็นไปไม่ได้ยอมเป็นแบบนั้น” มาร่าอึกอัก

“พวกเขายอมแน่ถ้าเกิดพี่สละตำแหน่ง” คีญาน่าแย้ง “กลับไปที่อิกซาโอคาน ดูแลสวนพรรณไม้ไม้น้ำของพี่ไปตามประสา เราจะปฏิบัติหน้าที่นี้แทนพี่เอง”

นางมองดูมาร่าที่ส่ายตาดูไปทางกรุ๊ปผู้ใหญ่ของหมู่บ้านเหมือนกับมานะหาวิถีทางที่จะไว้หน้าไว้

“ข้อบังคับกำหนดไว้แจ่มชัด” มาร่าเอ่ย “จวบจนเรายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลหมู่บ้านที่นี้ได้อยู่ ไม่ว่าใครก็ไม่บางทีอาจเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแทนได้”

คีญาน่าขบฟันกรามด้วยความโกรธเคืองและก็หันไปทางเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส นางหมุนควงโอห์มลัตล์รอบตัว ผู้ใหญ่พากันผุดลุกจากที่นั่งด้วยความตกอกตกใจ คีญาน่าเรียกพลังธาตุจากรอบลานจตุรัสที่นั้นให้ไปสู่อาวุธก่อนซัดพลังใส่เครื่องจักร เพียงแค่ชั่วพริบตา เครื่องจักรโลหะขนาดยักษ์ก็ถูกจู่โจมด้วยแผ่นน้ำแข็งดกที่ทำปกหุ้ม หินที่ลอยเข้าใส่รวมทั้งมวลเถาวัลย์ที่รัดดึงฉีกทึ้งตามคำสั่งของยูที่นาไลสาว

กรุ๊ปผู้หลักผู้ใหญ่และก็คนใช้ที่อยู่ตรงลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่นั้นพากันร้องเฮือกเมื่อมองเห็นพลานุภาพของพลังที่เบื้องหน้า

“พวกเจ้ามีความคิดว่ามี ‘บุคคลที่ราวกับเรา’ อยู่แล้วถ้าอย่างนั้นรึ” คีญาน่าถาม “ไม่เหมือนใครเราหรอกนะ”

ผู้ใหญ่ต่างย่นคิ้วและก็รับรองการตัดสินใจของพวกเขาอีกรอบ “จนกระทั่งท่านยูทุ่งนาไลมาร่ายังอาจจะปฏิบัติภารกิจผู้ดูแลได้ ตำแหน่งนี้ก็จะยังเป็นของนาง”

คำกล่าวนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของคีญาน่าในเวลาที่นางหันหลังเดินออกไปจากลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างเงียบๆด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ นางเดินนำบายาลกลับไปที่ชายชายแดนของหมู่บ้าน มีผู้คุมที่ธาตุสองรายอยู่นั่น

“ไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอก” คีญาน่าบอก “เราทราบทางรวมทั้งทราบดีว่าจำเป็นต้องทำเช่นไร”

เมื่อนางหมุนโอห์มลัตล์ พุ่มเบื้องหน้าแหวกออกเปิดเผยให้มองเห็นฟุตบาทที่ทอดยาวผ่านป่าใหญ่ คีญาน่าเดินทางกลับนครอิกซาโอคานอันยิ่งใหญ่โดยมีบ่าวรับใช้ที่บากบั่นใช้พลังสร้างไอเย็นให้นางเดินตามไปติดๆพุ่มแหวกออกให้มองเห็นทางเท้าลับก่อนที่จะขยับเขยื้อนตัวปิดลงอีกรอบภายหลังจากนางผ่านไป

ภายหลังจากพ้นมาไกลจนกระทั่งไม่เห็นหมู่บ้าน โอห์มลัตล์ของคีญาน่าก็เบาๆลดความเร็วลง ทางเท้าที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังพวกเขาไม่มีสิ่งปกคลุมรวมทั้งปรากฏให้กระจ่างท่ามกลางแสงตะวันของยามบ่าย

“ท่านยูท้องนาไล ท่านลืมปิดทางเดิน” บายาลเตือน

เครดิตฟรี

“บายาล หน้าที่เดียวของเจ้านี่มันเกี่ยวเนื่องกับการดูแลทางสายนี้รึเปล่า?” คีญาน่าถาม

“ไม่ขอรับ ท่านยูท้องนาไล แม้กระนั้น… แล้วถ้ามีคนไหนกันเจอหมู่บ้านที่นี้เข้าล่ะขอรับ?”

“ไม่ต้องเป็นห่วง หัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่จึงควรปกป้องรักษามันได้แน่” คีญาน่าตอบ


รุ่งเช้าวันพรุ่งนี้ คีญาน่าตื่นมาในนครอิกซาโอคานรวมทั้งได้ยินเสียงร้องครวญคราง

“พวกผู้บุกรุก พวกเขาเจอทิครัสแล้ว!”

เสียงร้องไห้ของพี่สาวดังมาจากโถงทางเท้าข้างหน้าห้องนอนของคีญาน่า เมื่อคีญาน่าใส่เสื้อหุ้มแล้วก็เปิดประตูห้องนอนออกไปก็เจอมาร่าที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของบายาล

“พี่มาร่า กำเนิดอะไรขึ้นหรอ?” คีญาน่าถาม บากบั่นแสดงความห่วงในน้ำเสียง

ผู้เป็นพี่สาวหันมาหน้าในภาวะบริเวณใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาและก็เต็มไปด้วยรอยขูดขีดจากการวิ่งฝ่าป่าใหญ่

“คนงานเหมืองแร่… พวกเขาทำลายหมู่บ้านไม่เหลือแล้ว ราษฎรกว่าครึ่งถูกฆ่า ที่เหลือหลบไปหลบซ่อน เราเองก็เกือบจะหนีไม่รอด—”

คีญาน่ากอดพี่สาวของนางรวมทั้งบากบั่นห้ามตนเองไม่ให้เผลอยิ้มออกมา

“รู้เรื่องรึยังล่ะ? แต่ว่าเรานี่ล่ะที่รอปรารถนาดีพี่” คีญาน่าเอ่ย “ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านน่ะเป็นความรับผิดชอบที่มากับอันตราย”

“เราคงจะยอมฟังที่เจ้าเตือน ถ้าหากเป็นเจ้า… จึงควรจัดแจงพวกพิลโทเวอร์ให้หมดสิ้นได้แน่” มาร่าครวญ

“ใช่แล้ว เราทำเป็นแน่” คีญาน่าตอบ นางยิ้มกว้างเมื่อระลึกถึงพวกกรรมกรเหมืองแร่และก็ทหารรับจ้างที่บุกชิงทรัพย์จู่โจมหมู่บ้าน การฆ่าคนพวกนั้นเกิดเรื่องแสนง่ายสำหรับนางรวมทั้งเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชีวิตรอดก็จะพากันมาขอบคุณมากนางเมื่อใส่ใจซึ้งถึงเรื่องจริงเหมือนกับที่พี่สาวของนางได้รับทราบปัจจุบันนี้

สล็อต xo

แด่ผู้ลาลับ

ในขณะที่เราลงมาถึงซากที่เนรีเมเซธ มิได้รู้สึกเสมือนเหาะท้องฟ้าลงมาด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สรวงสวรรค์เลย แม้กระนั้นเช่นเดียวกับหล่นลงมามากยิ่งกว่า
อย่างไรซะเราก็เป็นแค่เพียงมนุษย์นี่ท้องนา
รอบกายเราบนเนินทรายที่หมุนวนเป็นเกลียวที่นั้น กองกำลังรา’โฮเร็คที่กำลังต่อสู้ พวกเขาเป็นนักสู้โซลาปรี่จากวิหารที่เทือกเขาทาร์กอนอันไกลห่าง พลหอกห้าสิบนายเคลื่อนพลสู่ทะเลทรายโดยใช้เวลานานสามอาทิตย์—ระยะทางซึ่งเราเดินทางผ่านผ่านได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว—เพื่อตรวจทานพลังที่ทวีกล้าแกร่งขึ้นสวนกับพลังของพวกเขาที่อ่อนแรงลงในตรงนี้ พระอาทิตย์ที่พวกเขาบูชายังคงลอยเด่น อย่างกับเงาที่สมัยก่อนที่ยังจารึกอยู่บนผืนทะเลทรายและก็สาดฉายให้มองเห็นซากของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ที่หายไปเมื่อก่อน เวลานี้ สิ่งก่อสร้างทั้งหลายแหล่ถูกผืนทรายปกคลุม พระอาทิตย์ที่เคยนำพามนุษย์สู่สวรรค์กลับหมองแสงสว่างแล้วก็ตกสู่แผ่นดิน

สล็อตออนไลน์

ยกริม่าได้ก่อเกิดรวมทั้งดับสิ้นในที่ที่นี้ เทวดาตายถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกที่เนรีเมเซธ ด้วยมีเป้าหมายสำหรับการป้องกันยกริม่าจากภัยรุกรามทั้งสิ้น เทวดาตายที่ยังมีชีวิตอยู่ภายหลังจากจักรวรรดิล่มสลายจะต้องทนทุกข์ทรมานกับการขัดกันที่ใช้เวลาช้านานหลายร้อยปีรวมทั้งเปลี่ยนภาวะเป็นดาร์คินคนทำลายล้างโลกก่อนจะถูกกำราบ

แม้กระนั้นเราทราบดีว่าสิ่งที่ป่าเถื่อนชั่วช้าสารเลวอันมีสาเหตุมาจากความทะนงตัวของยกริม่าบางสิ่งบางอย่างยังคงอยู่…

เสียงโลหะดังสั่นสะเทือนแก้วหูเราในขณะหอกเล่มหนึ่งพุ่งผ่านหมวกเกราะเราไป ตามมาด้วยอีกเล่มหนึ่ง และก็อีกเล่มหนึ่ง เสียงนั้นดังขึ้นจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเสียงโห่ร้องที่การศึกเมื่อเหล่ารา’โฮเร็คแสดงแสนยานุภาพของพวกเขา แต่ในขณะที่อาวุธลอยละลิ่วว่อนในอากาศอยู่นั้น กระแสพลังเวทมนตร์คาถาระเบิดแหวกลมพายุหอกออกเป็นทางรวมทั้งกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างบนซากนั้น
ภายหลังควันฝุ่นผงจางลง เราก็มองเห็นมัน มูลเหตุที่ทำให้ข้ามาตรงนี้ สิ่งมีชีวิตนั้นขยับเข้ามาใกล้ในภาวะไฟลุกท่วมและก็ผุพังไม่มีความต่างจากจักรวรรดิที่มันจะดูแล มันไม่เสมือนเทวดาตายรายใดที่เราเคยพบเห็น ทวยเทพผู้แหลกสลายที่ครอบครองนครที่ล่มสลายที่นี้รวมทั้งรอคอยวันให้มันกลับมายิ่งใหญ่อีกคราว
แต่ว่าคราวหนึ่ง… มันเองก็เคยเป็นมนุษย์ด้วยเหมือนกันเราจะทำการกระตุ้นความจำของมันว่าการดิ้นรนสู้กับหายนะที่รุกรามอยู่ข้างหน้านั้นเป็นยังไง เราจะมีผลให้พวกมันทั้งปวงมีจิตสำนึก

“เทวดาทหาร!มาชิกรา’โฮเร็ครายหนึ่งตะโกนร้อง “พวกเราไม่มีวันเอาชนะมันได้!”

jumboslot

“เราจะปลิดชีพทวยเทพเทวดาให้พวกเจ้ามอง!” เราตะคอกตอบแล้วก็พุ่งเข้าใส่มันพร้อมยกมืออ้าหอก พลังของพวกเขาทำให้หอกฉายแสงเรือง—พลังที่เทพเจ้า พลังที่ดวงดาว กล้ามของเราเกร็งจากการแบกรับพลังเวทมนตร์คาถาอันแรงกล้าเวลาที่สิ่งมีชีวิตรายนั้นระเบิดพลังออกมาอีกทีจากร่างผุพังของมัน ไฟที่แผดเผาเหล่ารา’โฮเร็คไม่อาจจะเผาทำลายหอกคู่กายเราได้ ตรงกันข้าม หอกของเราโชติช่วงด้วยแสงสว่างของมันเอง ลำแสงนั้นพุ่งทะยานอย่างกับดาวหางใส่เทวดาตายแล้วก็ซัดชนมันลงไปกองบนแผ่นดินพร้อมพลังระเบิดที่กระเทือนลั่นไปถึงสวรรค์
[NPC5]
ตรงตรงหน้าเรา เพียงแต่ฟุตเดียวจากรอยแยกซึ่งเป็นผลมาจากแรงระเบิดนั้น ทหารหญิงรา’โฮเร็คนางหนึ่งกำลังประคับประคองร่างของเพื่อนฝูงทหารที่ล้มลง แขนข้างหนึ่งของนางเองก็เจ็บเพราะว่าถูกมนตร์แผดเผาเวลาที่อุตสาหะคุ้มครองเขาจากการจู่โจมด้วยด้วยเหมือนกัน
“ท่าน… ท่านเป็นพลังสถิต” นางเอ่ยขึ้นทั้งๆที่แววตามองหมดหวัง นางกำลังวิงวอนขอให้เราตอบรับเนื่องจากว่าหวังให้เราช่วยนาง ให้เราช่วยเหลือสหายนาง กองกำลังรา’โฮเร็คที่อยู่บริเวณขณะนี้อยู่ในภาวการณ์แตกกระเจอะกระเจิงไม่ได้แตกต่างจากขวัญแรงใจสำหรับในการต่อสู้ของพวกเขา
เรามิได้ตอบนางกำนัลในช่วงเวลาที่หอกถูกเรียกกลับมาสู่มือเราด้วยเวทมนตร์คาถานางประสงค์เป็นที่ยิ่ง หอกเล่มนั้นพุ่งกลับมาด้วยความเร็วเดียวกับที่เราใช้เหวี่ยงมันออกไป ตรงปลายหอกไม่มีรอยคราบเลือดใดของเทวดาตาย มีเพียงแค่รอยทราย กายของมันไม่มีซึ่งเลือดเนื้ออะไรก็ตามมีเพียงแต่คาถาและก็หินเพียงแค่นั้น
เราต้องการบอกชื่อของตนให้นางได้ทราบ ต้องการบอกนางว่าเราเป็นเอเทรียส แล้วก็เราเองก็เคยเป็นรา’โฮเร็คที่เฝ้าดูฟ้าเบื้องบนเพื่อภาวนาให้พลังศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกันเรา … แต่ว่าชายผู้นั้นได้ตายจากไปแล้ว เขาตายอยู่บนยอดดอยทาร์กอนพร้อมไพลาสผู้เป็นเช่นพี่ชายของเขา เขาถูกฆ่าโดยแพนธิออน รวมทั้งความไม่ประสบผลสำเร็จต่างๆที่เขาได้ก่อขึ้นเอง ไม่ว่าเราจะมานะสักแค่ไหน ก็ไม่บางทีอาจพาเอเทรียสหรือไพลาสกลับมาได้ แม้กระทั้งเทวดาเองก็ดับสิ้นแล้วก็ดวงศิลปินของมันก็ถูกลบจากดินแดนสรวงสวรรค์

แต่ว่าเรากลับหันไปประจันหน้ากับสิ่งมีชีวิตนั้นอีกรอบ
“เจ้าจะต้องสู้” เราบอกรา’โฮเร็คเสียงเรียบ “เจ้าทุกคนจะต้องสู้” รอบกายพวกเราเป็นซากนครที่อยู่กึ่งกลางกองไฟในช่วงเวลาที่เวทมนตร์คาถาของเทวดาตายยังไม่มีวี่แววว่าจะอ่อนฤทธิ์

เครดิตฟรี

ข้าวิ่งไปบนผืนทรายที่หลอมแปลงเป็นแก้ว พลังมนตร์ที่ระเบิดขึ้นใหม่ในแต่ละครั้งทำให้ทั่วทั้งโลกกระเทือนเหมือนกับกำลังจะแตกสลาย ประหนึ่งว่ามีเพียงแค่สรวงสวรรค์เพียงแค่นั้นที่จะดำรงรอด แต่ว่าเราไม่ยอมแพ้ เรามองเห็นเครื่องยิงบัลลิสต้าถูกทิ้งเอาไว้ที่พื้น เหล่ารา’โฮเร็คชูโล่ขึ้นกำบังกายจากเศษก้อนอิฐที่หลุดร่วงลงมาจากตึกที่ทรุดกระหน่ำแปลงเป็นผง

“สู้! เจ้าจำเป็นต้องสู้!” เราตะคอกดังขึ้น น้ำเสียงเราทรงพลังอำนาจที่ทวยเทพเทวดาในขณะที่มิได้อยากให้เป็นแบบนั้น แล้วต่อจากนั้น เราก็เลยเดินหน้าฟาดหอกใส่เทวดาตาย เชือดตัดหินผาร้าวที่มันภูมิใจยิ่งนักแทนที่จะเป็นส่วนของบริเวณใบหน้า ด้วยอยู่ในระยะชิดแบบนี้ พลังระเบิดของมันก็เลยชนใส่โล่กระทั่งเรากระเด็น เราฟาดอีกทีด้วยหอกที่แผ่กระแสเวทมนตร์คาถาเป็นทาง และจากนั้นก็อีกรอบ เราชูโล่ขึ้นในจังหวะที่ทันปัดป้องพลังพิโรธของเทวดาตายได้พอดิบพอดี

เราจิกเท้าลงบนพื้นดิน เราเพียรพยายามขัดขวางศัตรูที่ปลดปล่อยพลังมนตร์ซ้ำๆซัดตามจิตสั่งการที่เทวดาตายซึ่งร้ายแรงขึ้นตามความโหดรวมทั้งความเกรี้ยวกราด เราร้องขู่คำรามแล้วก็ใช้โล่กำบังดันสู้ พลังจู่โจมที่ถูกโล่สะท้อนพุ่งไปทุกทิศทุกทางอย่างคุ้มดีคุ้มร้าย ไม่ว่าจะเป็นซาก ฟ้าแล้วก็เหล่ารา’โฮเร็คที่ก้มหลบด้วยความหวาดกลัว มือของเราเริ่มสั่น เราคาดคั้นสูบลมหายใจทั้งหมดทั้งปวงจากปอดและก็ร้องขู่คำรามลั่น ไม่ใช่เพื่อบอกเหล่าทหาร แม้กระนั้นเพื่อสั่งตัวเราเอง

“สู้…”

สิ่งมีชีวิตนั้นหรี่ตา มันทราบ แผ่นดินใต้อุ้งเท้าเราไม่บางทีอาจแบกรับได้อีกต่อไป พลังของเราไม่สามารถที่จะแบกรับได้อีกต่อไป ในตอนที่เราเบาๆทรุดลงไปที่พื้น หอกของเราเริ่มเสื่อมพลัง หมวกเกราะที่เราสวมแผดเสียงกระทบวัวล้งเคล้งระหว่างที่เรากระอักไอออกมา

สล็อต

เงาวิปโยค

แสงสว่างแรกที่เช้าทอดปกคลุมกลุ่มหลังคาในมหานครรวมทั้งทาทับหินซีดเผือดอ่อนให้เปลี่ยนแปลงเป็นสีทองคำ อากาศนิ่งสนิท สรรพเสียงที่ลอยขึ้นมาถึงระเบียงสวนฝั่งทิศตะวันออกของป้อม มีเพียงแค่เสียงแว่วของกลุ่มนกที่ขับร้องประสานเสียงรับย่ำรุ่งและก็เสียงที่การเปลี่ยนแปลงของเมืองข้างล่างที่พึ่งตื่นจากการหลับ
สินเฉาขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน รวมทั้งวางมือทับหอกที่พิงไว้บนตัก เขาจ้องมองลงไปดูสวนระดับล่างที่เรียงชั้นลดหลั่นกัน ทิ้งสายตาไกลไปยังเชิงเทินรวมทั้งเมืองหลวงของเดมาเซียที่อยู่ไกลออกไป ธรรมดาแล้ว การมองดวงอาทิตย์ขึ้นในดินแดนที่นี้ซึ่งเปรียบเหมือนบ้านค้ำชูของเขาจะช่วยทำให้ปรับจิตใจรู้สึกสงบ…แม้กระนั้นไม่ใช่วันนี้
เสื้อคลุมของเขาเลอะเทอะรอยเขม่าดำและก็หยดเลือดที่กระเด็นมา เกราะของเขาบุ๋มรวมทั้งมีรอยขูดขีด เส้นผมที่เวลานี้แปลงเป็นสีเทาเสมือนโลหะ ไม่ใช่สีดำสนิทดังเช่นยุควัยชายหนุ่ม หลุดลุ่ยจากจุกผมที่ผูกไว้ยุ่งเหยิงลงมาปรกหน้า ถ้าอยู่ในเหตุการณ์ธรรมดา ตอนนี้เขาคงชำระล้างร่างกายให้สะอาด ขัดล้างรอยเลือดเหงื่อไคลรวมทั้งเขม่าควันไฟไปแล้ว เขาคงส่งชุดเกราะไปให้ช่างซ่อมแซมแล้วก็เปลี่ยนเสื้อปกคลุมเป็นตัวใหม่ให้เป็นระเบียบ รูปลักษณ์เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมหาดเล็กผู้พิทักษ์ที่เดมาเซีย

สล็อตออนไลน์

แต่ว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไกลห่างจากคำว่าธรรมดาหลายขุมนักพระเจ้าแผ่นดินตายแล้วท่านเป็นบุคคลที่เปี่ยมด้วยเกียรติยศน่ายำเกรงที่สุดเท่าที่สินเฉาเคยเจอ สินเฉาอีกทั้งรักและก็เชิดชูยกย่องท่านเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังได้สาบานคำสัญญาว่าจะคุ้มครองป้องกันท่าน…แต่ เขากลับมิได้อยู่นั่นในตอนที่น่าจะอยู่สูงที่สุดเขาสูดหายใจลึกอย่างเจ็บ ความผิดพลาดกดทับหนักจนถึงเขาเกือบจะแหลกสลาย

การยืนขึ้นฮือของเหล่านักเวทที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนสร้างความแปลกใจให้ทั่วเมือง สินเฉาได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้าระหว่างเดินทางกลับวัง แม้กระนั้นเขากลับไม่รู้เรื่องสึกอะไร เขานั่งอยู่ที่ตรงนี้ผู้เดียวนานหลายชั่วโมงแล้วและก็ปลดปล่อยให้ไอเย็นของพื้นหินซึมซาบเข้าไปในกระดูกในเวลาที่ห้วงความเศร้าเสียใจ ความละอายใจและก็ความรู้สึกตัวว่าตัวเองผิดถั่งโถมเข้าใส่ เหล่าทหารคุ้มครองวังที่ผิดฆ่าสำหรับในการต่อสู้ปลดปล่อยให้เขาได้อยู่กับความกลัดกลุ้มนี้เพียงลำพังกับและไม่เข้ามายุ่มย่ามในสวนไล่ระดับที่เขานั่งเฉยๆท่ามกลางความมืดดำนานหลายชั่วโมง สินเฉาประทับใจความมีน้ำใจนิดๆหน่อยๆนี้ เขาไม่รู้จักว่าควรจะทำยังไงถ้าหากมองเห็นแววตาติเตียนของทหารพวกนั้น

สุดท้าย ดวงตะวันก็ฉายสาดมาถึงตัวเขา เช่นเดียวกันกับลำแสงที่คำวินิจฉัยที่เจิดจ้าตนเขาจำเป็นต้องหยีตามองเขาถอนใจลึกแล้วก็สั่งตนเองให้อดทน เขาลุกขึ้นยืนรวมทั้งส่ายตาดูดูทั้งเมืองที่เขารักยิ่งนัก รวมทั้งสวนนี้ที่เป็นที่พักอิงจิตใจให้เขาอยู่เป็นประจำ แล้ว เขาก็เลยหมุนเดินกลับไปที่วัง
เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เขาได้เคยให้คำมั่นคำสัญญาไว้ เดี๋ยวนี้ เขายึดมั่นว่าจะกระทำตามคำมั่นสัญญานั้น
สินเฉาอยู่ในภาวะไม่มีความรู้สึกนึกคิดและก็เศร้าสร้อย เขารู้สึกเสมือนเป็นวิญญาณที่เฝ้าสิงถูกจุดที่ตนหมดลม ตายเสียจะยังดีมากกว่าอยู่ ขั้นต่ำถ้าหากได้พลีชีพเพื่อคุ้มครองปกป้องผู้เป็นนายก็ยังทรงเกียรติเสียกว่า
เขาเดินโซซัดโซเซไปตามทางเดินของวังที่ดูเหมือนจะเย็นเยือกไม่มีชีวิตขึ้นมาโดยทันที ข้าหลวงที่เขามองเห็นล้วนเงียบๆและก็ได้แต่ว่าเดินไปๆมาๆในภาวะเงียบเชียบด้วยความสะดุ้งรวมทั้งเปิดตากว้าง เหล่าทหารรักษาการณ์ล้วนมีสีหน้าท่าทางซึมเซา พวกเขาคารวะแม้กระนั้นสินเฉากลับก้มตัว เขาไม่คู่ควรที่กำลังจะได้รับการเคารพ

jumboslot

ท้ายที่สุดเขาก็มายืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งซึ่งปิดอยู่ เขาเอื้อมมือออกไปจะเคาะประตูกลับหยุดชะงักกลางทาง มือเขาสั่นถ้าเช่นนั้นรึ? เขาสบถด่าทอความอ่อนแอของตนก่อนที่จะรัวเคาะประตูไม้โอ๊กเนื้อแข็ง แล้วหลังจากนั้นก็เลยยืนตรงพร้อมชนตั้งด้ามหอกบนพื้น เสียงสะท้อนกลับดังก้องกังวาลไปทั่วทางเท้า เขายืนนิ่งรอคอยให้ประตูเปิดอยู่ที่ตรงนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนอยู่เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

ทหารตรวจการณ์สองนายเลี้ยวตรงมุมแล้วก็เดินผ่านเขาไป ชุดเกราะของพวกเขาแผดเสียงกระทบกันวัวล้งเคล้ง ความรู้สึกละอายทำให้เขาไม่กล้ามองดูทหารคู่นั้น แม้กระนั้นประตูก็ยังคงปิดสนิท

“ท่านจอมพลสูงสุดคราวน์การ์ดคงจะอยู่ทางฝั่งเหนือขอรับ ท่านมหาดเล็กผู้พิทักษ์” ทหารตรวจการณ์นายหนึ่งเอ่ย “ตรวจการเพิ่มกำลังการดูแลและรักษาความปลอดภัย”

สินเฉาสูดลมหายใจลึกแต่ว่าขบฟันกรามแน่น เขาก้มศีรษะขอบคุณมากทหารนายนั้น

“ท่านขอรับ…” ทหารอีกนายเอ่ย “ไม่มีผู้ใดโทษท่านเรื่อง—”

“ขอบคุณมาก ทหาร” สินเฉาสอดแทรก เขาไม่ได้อยากต้องการความเห็นอกเห็นใจเห็นอกเห็นใจจากพวกเขา ทหารทั้งคู่นายทำท่าแสดงความเคารพนับถือและก็ออกเดินต่อ

สินเฉาเลี้ยวเดินย้อนด้านไปตามทางที่ทหารยามเดินจากมาแล้วก็มุ่งหน้าไปทางปีกเหนือของวัง การที่จอมพลสูงสุดเทียนน่า คราวน์การ์ดจะไม่อยู่ในห้องทำงานก็มิได้ช่วยทุเลาเหตุการณ์อะไร มันเพียงทำให้ประเด็นนี้ยิ่งคั่งค้างนานขึ้น
[NPC5]
เขาเดินผ่านโถงที่มีธงห้อยแต่งแต้มและก็หยุดยืนชั่วขณะเวลาหนึ่งใต้ธงผืนหนึ่ง—ธงใหญ่ที่เสริมแต่งรูปกระบี่เสริมแต่งเครื่องกั้นปีกสีขาวที่เดมาเซียบนพื้นธงสีน้ำเงิน ธงผืนนี้ทอโดยแม่ผู้เสียชีวิตขององค์ราชาและก็เหล่านางกำนัล แม้ว่าจะถูกไฟเผาไปเกือบจะหนึ่งในสามส่วน แม้กระนั้นธงผืนนี้ยังคงได้ผลงานที่สวยงามเปี่ยมศิลปอย่างน่าทึ่ง มันเคยตกลงมาคราวหนึ่งในระหว่างการต่อสู้ที่ซอลต์สไปก์ ฮิลล์ แม้กระนั้นกษัตริย์จาร์วานนำกองทัพไปเอาธงกลับมาด้วยท่านเองโดยมีสินเฉาเคียงคู่ พวกเขาตะลุยฝ่าเหล่าเฟรย์ลยอร์ดคลุ้มคลั่งนับร้อยๆที่ใส่ชุดขนสัตว์ สินเฉาเป็นคนที่ยกธงขาวผืนนั้นขึ้นมาหากว่ามันจะถูกไฟลุกลามถึงลายปัก การยืมธงใหญ่ผืนนี้กลับมาได้กลับเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในวันนั้นและก็ช่วยปลุกระดมเหล่าเดมาเซียให้พลิกกลับมาเป็นข้างคว้าชัยได้ กษัตริย์จาร์วานไม่ยินยอมให้นำธงไปซ่อมบำรุงภายหลังนำมันกลับมายังวังได้โดยสวัสดิภาพ ท่านอยากให้ทุกคนที่มองเห็นธงผืนนี้คนึงถึงประวัติศาสตร์ของมันได้

สินเฉาเดินผ่านห้องเล็กๆห้องหนึ่ง มันเป็นห้องทำงานที่กบดานอยู่ไกลในมุมหนึ่งของวังซึ่งไม่ค่อยมีคนไหนกันแน่ใช้และก็เป็นเยี่ยมในสถานที่องค์ราชามักแวะมาขลุกอยู่ในยามเย็น ตรงนี้เปรียบสถานที่ปลีกวิเวกที่ท่านสามารถหลบลี้จากข้ารับใช้และก็เจ้าขุนมูลนายที่ขวักไขว่วุ่นวาย มีหลายคราที่สินเฉามาอยู่ตรงนี้กับท่านจนถึงดึกและก็จิบเหล้าองุ่นน้ำผึ้งดีกรีแรงในขณะที่ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำประเด็นการปรับแก้จุดยุทธศาสตร์ต่างๆรวมทั้งประเด็นการเมืองรวมทั้งความจำยุคเยาว์วัยในสมัยก่อนเมื่อก่อนซึ่งๆหน้าคนกลุ่มมากมาย กษัตริย์จาร์วานจะวางท่านเป็นหัวหน้าที่ดูดุดันแข็งกระด้าง แม้กระนั้นเมื่ออยู่ตรงนี้ ในห้องส่วนตัวที่นี้—โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพักหลังเที่ยงคืนไปซึ่งทั้งสองได้ดื่มไปมากมายแล้ว—ท่านจะหัวเราะร่าจนกระทั่งร้องไห้รวมทั้งเล่าถึงอนาคตที่ทรงหวังไว้สำหรับราชลูกของท่าน

สินเฉาเจ็บแปลบขึ้นมาในอกเมื่อใส่ใจว่าจะไม่มีทางได้ยินเสียงหัวเราะของผู้เป็นเพื่อนของเขาอีกต่อไปแล้ว

แล้วต่อจากนั้นสินเฉาก็เดินผ่านห้องซ้อมโดยไม่รู้สึกตัว ในตอนยี่สิบปีที่ล่วงเลยไป เขาบางทีอาจใช้เวลาอยู่ตรงนี้มากยิ่งกว่าที่ไหนๆนี่เป็นบ้านที่จริงจริงของเขา เป็นที่ที่เขารู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองเยอะที่สุดในที่นี้ เขาได้ใช้เวลามากไปกับการฝึกหัดรวมทั้งฝึกต่อสู้กับกษัตริย์จาร์วานโดยไม่มีผู้ใดทราบในที่นี้ พระราชโอรสจาร์วานได้รับสินเฉาให้เป็นพวกคนหนึ่งของครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้กษัตริย์จาร์วานทั้งยังขำรวมทั้งยินดีในที่นี้ สินเฉาได้สอนพระราชโอรสเด็กวัยได้ศึกษาวิชาการต่อสู้ด้วยกระบี่ หอกแล้วก็ทวนในที่นี้ สินเฉาได้ช่วยปลอบประโลมพระราชโอรส ช่วยเช็ดน้ำตา แล้วก็ช่วยดึงเขาให้ยืนขึ้นมาได้อีกรอบข้างหลังล้มในที่นี้ เขาได้รวมหัวเราะและก็ร่วมยินดีไปกับการบรรลุเป้าหมายของพระราชโอรส

เครดิตฟรี

ห้วงคิดถึงพระราชโอรสจาร์วานทำให้สินเฉาเจ็บแปลบราวถูกคมกระบี่ทะลวง สินเฉาบางทีอาจจะสูญเสียเพื่อนรักไปเมื่อวานนี้ แต่ว่าพระราชโอรสจาร์วานสูญเสียพ่อ ท่านสูญเสียแม่ไปแล้วตั้งแต่ต้นกำเนิด ในตอนนี้ ท่านเหลือตัวผู้เดียว

สินเฉาเดินต่อไปด้วยหัวใจที่หนัก แม้กระนั้นเสียงชินหูทำให้เขาหยุดชะงัก…เสียงกระบี่ไม่มีคมที่ฟาดชนไม้ มีคนกำลังซ้อมอยู่ สินเฉาย่นคิ้ว

เขารู้สึกมวนท้องอืดท้องเฟ้อมาในขณะก้าวผ่านประตูครึ้มหนักที่ส่งผลให้เกิดข้างใน

ในตอนแรก เขาไม่เห็นว่าคนใดกันแน่อยู่ที่ตรงนั้น ซุ้มโค้งรวมทั้งเสาที่เรียงรายอยู่ขอบห้องนิรภัยที่นี้เป็นเครื่องบังสายตาให้มองเห็นไม่ชัดเจน เสียงกระบี่ที่ฟาดชนดังกังวานกึกก้องรอบกายเขา

ภายหลังลัดเดินพ้นกลุ่มเสา ท้ายที่สุดเขาก็มองเห็นพระราชโอรสจาร์วานที่กำลังรัวฟาดเป้าฝึกหัดที่ทำมาจากไม้ด้วยกระบี่ฝึกฝนที่ทำมาจากเหล็กดกหนัก ท่านเหงื่อแตกชำรุดทรุดโทรมกายและก็ออกแรงอย่างหอบหนักกระทั่งอกกระเพื่อม ท่าทางบอกให้ทราบถึงความปวดร้าวใจรานหัวใจที่ระบายออกมาผ่านการจู่โจมอย่างดุเดือด

สินเฉาหยุดอยู่ในเงา จิตใจของเขาเจ็บแปลบเมื่อได้มองเห็นพระราชโอรสวัยชายหนุ่มที่กำลังก่อกวนด้วยความเจ็บแบบนี้ เขาต้องการจะเข้าไปหาพระราชโอรสเพื่อปลอบประโลมใจแล้วก็ช่วยเหลือให้เขาก้าวผ่านระยะเวลาอันเลวทรามแบบนี้ไปได้อย่างยิ่งเพราะเหตุว่าอย่างเดียวที่ใกล้เคียงกับครอบครัวเยอะที่สุดสำหรับสินเฉาก็คือพระราชโอรสและก็พระพ่อนั่นเอง แม้กระนั้นพระราชโอรสจำเป็นจะต้องการเขาหรือ? เขาเป็นผู้พิทักษ์ประจำองค์ราชา แต่ถ้าว่าเขายังมีลมหายใจอยู่ขณะที่องค์ราชาตายแล้ว

ความโลเลไม่ใช่นิสัยที่สินเฉารู้จักหรือถนัด แม้กระทั้งเมื่อครั้งที่จะต้องต่อสู้ในสนามแข่งขันของน็อกซัส เขายังไม่เคยทราบสึกคลางแคลงตนเองเลย สินเฉาส่ายหน้ารวมทั้งหมุนจะเดินออกไป

สล็อต xo

การปรับเปลี่ยน

การเช็ดกขับไล่พอๆกับการเช็ดกลบตัวตนเจ้ามิได้ถูกลืม เจ้าไม่เคยมีตัวตนแม้แต่น้อย การเต้นของชีพจรเจ้าถูกตีตราว่าไม่สมควรค่าแก่การนับ แม้กระทั้งข้ารับใช้ยังมีเครื่องพันธนาการที่พิสูจน์ให้ทราบว่ามีคุณค่า แม้กระทั้งผู้เสียชีวิตยังมีผู้ไว้อาลัยให้
เราปราศจากความหมายใดต่อคีลาชที่เป็นเผ่าเกิดของเรา ชื่อเรนก้ามิได้ทำให้พวกเขาคิดถึงบริเวณใบหน้าของคนที่เป็นเครือญาติร่วมเผ่ารวมทั้งเป็นลูกของพอนจาร์ฟหัวหน้าเผ่าอีกต่อไปแล้ว เราเป็นคนที่ถูกไล่ให้พ้นไปจากหัวใจและก็เรือนพักพิงของพวกเขา

ไม่มีผู้ใดที่จะหนีออกไปจากชะตาแบบนี้ได้

สล็อตออนไลน์

เราได้ยินมาแบบนั้น ยุคสมัยและก็เลือดสามารถเปลี่ยนสิ่งพวกนั้นได้

หัวใจเรายังเต้นอยู่ เราก็เลยไปพบพวกเขาพร้อมที่ระลึกนึกถึงซึ่งสั่งสมได้ในระหว่างทางที่การเป็นนักล่า โดยไม่มีคำบอกเล่าใด เราถูกพาตัวมาอยู่ต่อหน้าต่อตาบิดาของเรา เขายื่นข้อเสนอให้เรากลับสู่เผ่าในที่นี้ ชื่อของเราจะได้รับการเรียกชื่อ บริเวณใบหน้าของเราจะมีผู้จำ รวมทั้งการเต้นของชีพจรเราจะสื่อความหมายอีกที

แล้วเขาก็บอกให้ทราบดีว่าสิ่งนั้นจำต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยอะไร

เราต้องตามรอยเงา คมเสี้ยวที่คืนไม่มีจันทร์ สิ่งที่น่าแขยง

แม้เอาหัวมันกลับมาจากป่าได้ เราจะผิดขับไล่อีกต่อไป
เราอำพรางตัวกลืนไปกับแมกไม้ เราฟังเสียง สูดกลิ่น และก็ใช้ความสามารถสึก เราค้นหาสัตว์น้อยใหญ่นับพัน มันเป็นสัญชาตญาณที่ได้รับการขัดเกลาผ่านบทเรียนอันไม่มีความสนใจจากมนุษย์ที่ส่งตัวผู้ถูกขับไล่ที่พวกเขาเจอไปสู่ทางที่การไล่ล่า เรายังคงพกมีดที่มาร์คอนให้ประจำตัวไว้

เราตามหาร่างบาปซึ่งอาศัยอยู่ตรงนี้ มันไม่บางทีอาจเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของตรงนี้ได้

ที่ระลึกนึกถึงที่การล่าที่เคยแขวนแผดเสียงกระทบกันตรงเสื้อคลุมของเราไม่อยู่แล้ว เราทิ้งพวกมันไว้ที่ค่ายพัก ช่วงนี้ ข้ามีเพียงแค่มีด ไขน้ำมันสำหรับแต่งขน แล้วก็หัวใจของนักล่าที่เต้นเป็นจังหวะเนิบช้าคงเดิมในอกเรา

ท่ามกลางทุกๆชีวิตในป่าดิบชื้นที่นี้ไม่มีอะไรอยู่เลย… ตราบจนกระทั่งเมื่อสิ่งหนึ่งปรากฏขึ้น มันคืบคลานเข้ามาอย่างแผ่วเบาแต่ว่าชัดเจนในประสาทสัมผัสของเรา ความแปลกประหลาดที่น่าสยองขวัญของมันทำให้เราหยุดชะงักประเดี๋ยวเดียวเพื่อสังเกตการณ์ มันไม่ถูกไปทุกสิ่งทุกอย่าง น่ารังเกียจ สิ่งที่เป็นข้าศึกต่อชีวิตในลักษณะที่ไม่บางทีอาจชี้แจงได้ มันท้าต้านทุกอย่างที่อยู่รอบข้างมัน

การล่าที่จริงจริงเริ่มขึ้นแล้ว เราสะกดรอยไป

เราลัดไปบริเวณไม่แตะสิ่งใด เราฝ่าฝืนสูดของร่างบาปโน่นจนตราบเท่าได้ยินเสียงที่การฆ่าฟันดังขึ้นบอกทาง

บางสิ่งบางอย่างใกล้จะตาย เลยป่าดงต้นไม้ข้างหน้าไป มิได้เป็นการตายที่สบาย

นกป่านักล่าฝูงหนึ่ง ถึงแม้นกนักล่าเหล่านี้จะห่างชั้นจากเหล่ายอดนักล่าในห่วงโซ่ของกิน แม้กระนั้นยังนับว่าเป็นนักล่าที่หาญกล้าและก็เกือบจะไม่เคยกลายเป็นเหยื่อ คนที่จู่โจมพวกมันนั้น แม้มิได้ทำลงไปเนื่องจากว่าอยู่ในสภาวะหิวโหยจนถึงไม่มีหนทางอื่น ก็อาจจะเป็นด้วยเหตุว่าไม่รู้เรื่องซึ้งถึงความน่าอันตรายของพวกมัน

เราแสยะยิ้ม นี่บางทีอาจเป็นคำท้าทาย

jumboslot

กลิ่นของร่างบาปคลุ้งไปทั่ว มันขยุ้มกลุ่มขนเปียกแฉะเลือดแดงฉานที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นป่า เราใช้อุ้งเล็บจิกไต่ลำต้นดกปุ่มๆป่ำๆขึ้นไปถึงยอดของต้นไม้อย่างเงียบเชียบ เราหมอบซุ่มอยู่ในเงาของพุ่มไม้ใบแล้วก็รับทราบได้ถึงความชื้นที่อยู่ภายในอากาศตอนที่หรี่ตาไล่หาจุดมุ่งหมายของเรา

มันเขยื้อนได้เร็วทีเดียว นี่เป็นอาวุธที่มันเฝ้าลับจนถึงปรับปรุงถึงกับขนาดสูง ผ่านองมองเห็นมันเพียงแค่แวบๆในระหว่างที่มันพุ่งขยับไปๆมาๆเพื่อฆ่าเหยื่อแล้วก็จัดเตรียมสังสรรค์มื้อใหญ่

ที่ระลึกนึกถึงที่ชัยไม่ใช่แรงผลักดันสำหรับการล่าของมัน เราสัมผัสได้ถึงความหิวหิวที่ร้ายแรงเพิ่มขึ้นได้จากการเคลื่อนไหวของมัน เป็นสิ่งเหนือไปกว่าสัญชาตญาณดิบที่การเอาตัวรอด

เมื่อนกนักล่าตัวท้ายที่สุดถูกฆาตกรรม เจ้าร่างบาปเริ่มผ่อนความเร็วลง แต่ว่าแต่กระนั้นมันก็ยังไม่อยู่กับที่ มันกระโจนและก็เลื่อนลื่นไถลไปบนพื้นเหมือนกับควัน ในช่วงเวลานี้ เรามองเห็นมันชัดขึ้นแล้ว ภาพที่มองเห็นทำให้เรารู้สึกงงมาก

มันมองเหมือนแมลง แม้กระนั้นก็ไม่ราวกับไปทั้งผองพลาดท่าเดียว องค์ประกอบต่างๆของมันมองไม่ถูกฝาผิดตัว ทั้งยังแขนขา ผิวเนื้อ เปลือกรวมทั้งอุ้งเล็บของมันไม่น่าจะมาอยู่รวมกันในร่างเดียวได้ องค์ประกอบทั้งสิ้นนี้ถูกหุ้มห่อด้วยกระดูกที่มันเงาและก็เป็นสีม่วงคล้ำราวผลไม้เน่า อากาศรวมทั้งแสงสว่างรอบข้างมันสลัดวน เพราะว่าไม่ได้อยากต้องการสัมผัสสัมผัสร่างของมัน

โน่นทำให้เรารู้เรื่องขึ้นมา ร่างบาปถูกตีตราของผู้ถูกขับไล่เหมือนกัน เราพร้อมจะส่งมันกลับไปสู่ความเละที่สร้างมันขึ้นมาแล้ว

เรากำมีดของมาร์คอนไว้รวมทั้งไต่ก้านไม้ลงมา

ไม่มีเสียงอันใดเล็ดลอดออกมาในเวลาที่เราขยับไปข้างหลังของสิ่งมีชีวิตนั้น มันไม่สนใจการบุกติดของเรานิดหน่อย เราทราบดีว่าจะต้องเคลื่อนเช่นไรไม่ให้มีใครมองเห็นหรือได้ยินจวบจนกระทั่งกำลังจะถึงนาทีข้างหลังการฆ่าเมื่อความระทึกใจสูบฉีดไปทั่วร่าง เราก้าวขึ้นมาเป็นยอดเยี่ยมนักล่าได้ไพเราะการปรับตัว ด้วยเหตุว่าสัญชาตญาณ… รวมทั้งช่วงนี้ สัญชาตญาณของเรากำลังกรีดก้องว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างจากปกติ

ความลังเลใจช่วยทำให้เลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราไม่ต้องหลั่งรินไปรวมกับกองเลือดของนกนักล่าฝูงนั้น เราเกือบจะไม่เห็นอุ้งมือของมันที่ฟาดตะครุบลงมาถูกจุดที่เราแทบจะไปอยู่ มันรู้อยู่แล้วว่าข้ามา ถ้าเกิดเรามิได้หยุดชะงักเท้าไว้ ก็อาจจะตายด้วยอุ้งมือมันไปแล้ว

ทุกสิ่งราบรื่นเกินความจำเป็น ง่ายดุยเกินความจำเป็น เราคงจะฉงนใจฉุกคิดได้ก่อนหน้าที่ผ่านมา คำมั่นสัญญาของพอนจาร์ฟทำให้เราดวงตามืดบอด ทำให้ข้ามั่นหัวใจจนกระทั่งฮึกเหิมจนกระทั่งมิได้ดูแลตัว

เสียงแหลมสูงดังออกมาจากคอของภูติผีปีศาจตัวนั้น มูกน้ำลายสอห้อยที่ฟันกรามมัน แผ่นข้างหลังมันขยับเขยื้อนแล้วก็ทำให้เปลือกกายของมันถูกดันออก มันแผดเสียงร้องที่เราฟังไม่ออกว่ามาจากความเจ็บหรือความพอใจในช่วงเวลาที่อวัยวะใหม่ของมันแตกหน่อออกมาเป็นปีกที่มองน่าเกลียดและก็มีมูกของเหลวหยดออกมา มันแลเห็นภัยรุกรามที่เราก่อ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงตาม มันไม่คิดจะยอมยกธงขาวกลายเป็นเหยื่อ

เราพุ่งตัว

ช้าไป การโต้ตอบของมันนำมาซึ่งการทำให้มีดของมาร์คอนกระเด็นหลุดมือ ความโง่เง่ารวมทั้งอารมณ์ที่ครอบครองทำให้เราเผลอมองตามแวบหนึ่ง ข้อผิดพลาดคราวนี้เปิดทางแหว่งให้ร่างบาปเข้าจู่โจม
[NPC5]
อุ้งเล็บเหวี่ยงฟาดลงมาอีกที ความเจ็บปวดร้อนแล่นวาบ เสียงคำรามดังก้องกังวาลในหูทั้งสองข้างของเรา

เราล้มลง เลือดอาบหน้า

เราปีนป่ายถอยหนี อุตสาหะกระพริบตาไล่เลือดที่บังการมองมองเห็น ดวงตาข้างขวาเห็นภาพมัว ส่วนข้างซ้ายมืดมาก เสียงคำรามยังคงกระหึ่ม

เรายกมือขึ้นจับแก้ม เราทราบได้ว่าสิ่งที่สัตว์ร้ายเอาไปเป็นยังไง

ร่างบาปสลัดปีกเพื่อสลัดมูกเปรอะเปื้อนให้หมดจากปีกแล้วก็บินขึ้นมาอยู่เหนือร่างเรา มันแยกเขี้ยวซึ่งไม่ทราบว่าเป็นสัญญาณท้าให้สู้ต่อหรือเป็นรอยยิ้มอันเหี้ยมโหดอำมหิต ก่อนที่จะยกดวงตาข้างซ้ายของเราขึ้นเพื่อเรามอง แล้ว มันแล้วก็ค่อยๆเลื่อนเอาดวงตาอาบเลือดดวงนั้นมาไว้เหนือเขี้ยวก่อนและก็หย่อนยานลงคอหอยของมัน

เรารู้สึกจุกขึ้นมาที่คอ เรากำมือแน่นแล้วก็เอาขึ้นเช็ดดวงตาข้างที่เหลืออยู่

รอยตราบาปที่มันก่อ เครื่องหมายที่บอกถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัตว์ร้ายตัวนี้ดึงสถานะนักล่าของเราทิ้งไป เราไม่รู้จักสึกเจ็บแม้แต่น้อย มีแต่ว่าความเกรี้ยวกราด

เราพุ่งเข้าใส่มัน เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มีด ข้ามีอุ้งเล็บที่ประจำตัวมาแต่ว่ากำเนิดและก็เสียงคำรามประกาศชัยที่เราได้ศึกษามาด้วยตัวเอง เราควรต้องไม่แพ้

พวกเราปะทะกัน

เครดิตฟรี

การสาดกระเด็นของเลือดดูเหมือนจะดำเนินไปไม่รู้จักจบสิ้น พวกเราเปลี่ยนกันไล่รุก ความน่าแขยงเป็นเช่นความมืดมนมิดอันหนาวเย็น เราเป็นศูนย์กลางของพระอาทิตย์ที่การชำระแค้น พวกเราต่อสู้ใส่กันซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งอื่นในโลกนี้ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ท้ายที่สุด เมื่อถึงยามกลางคืน ศัตรูของเราก็หนีไป

หรือ… โน่นเป็นเพียงแค่สิ่งที่เราปรารถนามองเห็น? บางโอกาส มันบางครั้งอาจจะได้ทำความเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ทำเป็นจากเราแล้วแล้วก็สัญชาตญาณก็บอกให้มันผละไปสู่สิ่งอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่า ความอ่อนเพลียเข้าครอบครอง เราทรุดกายลงในภาวะซึ่งมีแต่รอยแผลโชกเลือดทั่วร้างรวมทั้งความรู้สึกใหม่อันทรามที่ว่าตัวเองมีความเชื่อมโยงกับสัตว์ร้ายตัวนั้น ความสัมพันธ์ซึ่งเกิดขึ้นในนาทีที่มันรับประทานองค์ประกอบหนึ่งของเราเข้าไป

พวกคีลาชเรียกร่างบาปนี้ว่าค้าง’ซิกข์

ในภาษาโบราณ คำนี้มีความหมายว่า “พบเจอกับตัวเอง”

จริงทีเดียว มันแปรไปในขณะที่พวกเราต่อสู้กัน มันเติบโตรวมทั้งเปลี่ยนแปลงไป มันก้าวไปด้านหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อหาข้อจำกัดของมัน ในตอนที่เราหันกลับมามองดูตนเอง มองดูอดีตกาลของเรารวมทั้งเผ่าแหล่งกำเนิดของเราเพื่อปลุกพลังที่ความโกรธเคืองโกรธของเราในฐานะผู้ถูกขับไล่

เท่านี้มันน้อยเกินไป ในเมื่อมันเปลี่ยนแปลง เราก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง

เพราะว่าเราจำเป็นจะต้องฆ่ามันให้ได้

สล็อต

ดาวสนธยา

ฉันมีปริศนาที่ต้องการถามคุณเยอะไปหมด ฉันแอบมองมองดูคุณระหว่างที่พวกเราเดินไปร่วมกัน คุณดูตรงไปด้านหน้า ฉันมองเห็นคุณส่ายตาดูดูไปทั่วยังสุดขอบขอบเขตของสวนสาธารณะซึ่งอยู่ไกลออกไป ผมสีแดงของคุณสะท้อนประกายแสงตะวันท้ายที่สุดของยามบ่ายในทุกก้าวที่เดิน คุณมองเห็นอะไรรึเปล่านะ? ธรรมดาแล้วคุณเที่ยวตรวจอย่างงี้หรอ? คุณเบื่อรึเปล่านะ? คุณมาตรงนี้เพราะเหตุไร? เชื่อว่าเลยว่าคุณจะต้องการมา คุณมาเพราะเหตุใดนะ? ฉันเร่งฝีเท้าเพื่อตามคุณให้ทัน

“ฟอร์จู—ซาร่าห์” ฉันเปลี่ยนวลีเพราะว่าคิดขึ้นได้

สายตาของคุณยังคงจ้องอยู่ที่ทางเบื้องหน้า ฉันเลยบอกต่อ

“ขอบคุณมากที่มานะ ฉันทราบว่าเชื้อเชิญคุณแบบฉับพลันไปหน่อย บางคราว ลูลู่ก็วาดภาพอะไรแปลกๆที่แท้ก็เยอะแยะเลยล่ะ แล้วผู้รักษาดวงดาวผู้อื่นจากกลุ่มของคุณ—”
“เอซถูกกักขังจริงๆลักซ์” คุณบอกขึ้น

สล็อตออนไลน์

“โอ้” ฉันติดๆขัดๆ “ไม่ต้องคิดมากหรอก” ฉันรู้สึกได้เลยว่าแก้มของตนเองกลายเป็นสีชมพู ฉันดึงปลายถุงมือของตน คุณหันมามองดูฉันด้วยรอยยิ้มกริ่มที่ทำให้สีหน้าท่าทางคุณมองสุภาพขึ้น

“เขาเองก็ต้องการมาที่นี่็” คุณกล่าวต่อ “โซรากะก็ด้วย แม้กระนั้นกลุ่มแพนธิออนคนไม่เพียงพอ แล้วคืนวันนี้สินดร้าก็ติดดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย—”

“—แล้วอาริล่ะ?” ฉันพูดโพล่งถามเร็วเกินความจำเป็น

รอยยิ้มของซาร่าห์แข็งทื่อไป “ตอนนี้เขายุ่งๆน่ะ”

“ช่างเถอะ”ฉันกล่าวพลางคิดหาทางแปลงเรื่องคุย ที่กึ่งกลางสวนสาธารณะ แจนน่ากำลังดันป๊อปปี้และก็จิงซ์ผู้มีนิสัยถูกใจเอารัดเอาเปรียบบุคคลอื่นให้ขึ้นไปนั่งบนม้าหมุนที่แผดเสียงเอี๊ยดอ๊าด ลูลู่นั่งแกว่งชิงช้าอยู่ในจุดที่ใกล้ๆนั้น โซ่ชิงช้าที่ทำมาจากโลหะแผดเสียงกระทบกันเบาๆเหมือนกับกระดิ่งลมอันเดียวถาง ในสวนสาธารณะไม่มีผู้ใดอื่นเว้นเสียแต่เรา “เงียบจังเลยเนอะ”

“ก็อย่างที่คุณบอก บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” คุณบอกแบบสบายๆ

ฉันถือแผ่นกระดาษที่พับไว้ออกมาจากกระเป๋า ขอบกระดาษที่ฉันฉีกมาจากสมุดเขียนของลูลู่นั้นรุ่ยแล้วก็สลัดกระจายกึ่งกลางสายลมเอื่อยๆ ทรงของเครื่องมือสนามเด็กเล่นแล้วก็สายไฟฟ้าที่อยู่รอบสวนสาธารณะกลางเมืองวาโลแรนนั้นกระจ่างแจ้งพอเหมาะพอควร แม้กระนั้นสิ่งที่ฉันหนักใจก็คือวงกลมนับสิบๆที่อยู่บนฟ้า ป๊อปปี้พูดว่าห้องเรียนวิชาฟิสิกส์มันอากาศอบอ้าวเกินความจำเป็นแล้วลูลู่ก็มัวแต่วาดภาพเล่นเรื่อยเปื่อยแก้ง่วงหงาวหาวนอน

“มองสิ!” เสียงร้องของลูลู่ที่ดังมาจากชิงช้ากระตุกฉันออกมาจากห้วงความคิด คุณแกว่งชิงช้าไปจนกระทั่งจุดสุดยอดแล้วก็ชี้เส้นขอบฟ้าด้วยอาการตื่นเต้น มีแสงไฟจุดหนึ่งพึ่งปรากฏขึ้นตัดกับผืนฟ้า “ดาวย่ำสนธยา! ฉันมองเห็นก่อนคนไหนเพื่อนพ้องเลย”

ฉันผ่อนลมหายใจที่ไม่รู้ตัวว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้กลั้นไว้ออกมา ก็แค่ดาวดวงหนึ่ง พวกดาวรังควานพวกเรามิได้

“ดาวย่ำสนธยามันไม่ใช่ดาวจริงๆซะหน่อย” ป๊อบปี้ทำเสียงเอือมระอา “ตามหลักแล้ว มันเป็นดาวพระเคราะห์”

“แจนน่ากล่าวว่าทั้งหมดทุกอย่างมีแสงสว่างดาวอยู่ด้วย” ลูลู่แย้งกลับ

แจนน่าผงกศีรษะเห็นด้วย

jumboslot

“คุณจะขออะไรล่ะ ลูปส์?” จิงซ์โยนชิโระกับคุโระสลับกันไปๆมาๆด้วยอาการเหม่อลอยในขณะม้าหมุนขยับวนไปเรื่อยลูลู่ออกแรงใช้เท้าถีบพื้นเพื่อส่งแรงให้ชิงช้าแกว่งไกวสูงมากขึ้น

“ดาวเยอะมากๆเลย!” คุณแผดเสียง “ฉันต้องการมองเห็นดาวเยอะมากๆ”

“แต่ว่ามันยังไม่มืดดี” จิงซ์บอก “ยังไม่เห็นดาวดวงอื่นๆหรอก”

“ไม่เกี่ยวสักนิด” ลูลู่ใช้เท้าถีบพื้นแรงขึ้น “ถึงอย่างไรดาวดวงอื่นๆก็อยู่ตรงที่ของพวกมันตลอดระยะเวลานี่ แม้กระทั่งไม่เห็นก็เหอะ”

“ที่ไอพ่นจรวดกล่าวก็ถูก” ป๊อปปี้อำพรางลักษณะของตนเองที่จำต้องฝืนใจเห็นด้วยกับจิงซ์โดยการทำเป็นตรวจมองรอยถลอกปอกเปิกที่มิได้มีอยู่จริงบนค้อนของตัวเอง “ถ้าเกิดเป็นในเมือง มันจะต้องมืดตึดตื๋อก่อนถึงจะมองเห็นดาว มันไม่ราวกับที่ค่ายนะ”

ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นป้องปากและก็ตะโกนร้อง “ทุกคนบอกถูกหมดล่ะ” จิงซ์อ้าปากจะโต้เถียง แม้กระนั้นและยักไหล่รวมทั้งเห็นด้วยความมีชัยคราวนี้ไป

ฉันหันกลับไปพบซาร่าห์

“พวกเขาเป็นอย่างงี้ตลอดเลยหรอ?” ซาร่าห์ถาม ฉันแน่ใจว่าคุณคงกำลังคิดเทียบเรากับกลุ่มของคุณอยู่แน่นอนบทสำหรับพูดแบบงี้คงจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่หากมีแต่ว่าพวกเขา พวกเขาคงดำเนินงานเอาจริง เที่ยวตรวจตรวจสอบสวนสาธารณะรวมทั้งจบหน้าที่ไป ฉันมองไม่ออกว่าซาร่าห์รู้สึกผิดหวัง หรือหงุดหงิดรำคาญ หรือทั้งคู่อย่างกันแน่

“เป็นว่าพวกเขาแย้งกันหนักอย่างงี้ตลอดรึเปล่าอ่ะหรอ?” ฉันหยั่งท่าที “ไม่หรอก เป็นว่า มันก็ใช่ล่ะ… บางครั้งบางคราว—”

“ความไม่รู้เดียงสานี้” คุณพูดเสียงค่อยๆ

“เอ่อ… ก็คุณมีอาริเป็นหัวหน้านี่ท้องนา คุณก็จะต้องทราบแน่ว่าจำต้องทำอะไรอย่างไร ส่วนกลุ่มพวกเรา ก็นะ… พวกเขามีแม้กระนั้นฉัน”

เครดิตฟรี

“ความไม่รู้เดียงสามันก็มิได้ห่วยแตกเสมอหรอก” คุณเริ่มเหม่อไปไกลอีกทีประหนึ่งว่ากำลังบากบั่นรำลึกถึงความฝันครั้งเก่าก่อน ซาร่าห์ผงกศีรษะช้าๆเช่นเดียวกันกับกำลังเห็นด้วยกับสิ่งที่ผุดขึ้นมาในความจำ “ใช่ คุณทำให้ฉันรำลึกถึงคนคนนั้นโน่นล่ะ”

“ฉันเนี่ยนะ? ทำให้คุณรำลึกถึงอาริหรอ?!” ฉันถามแล้วก็มานะเต็มกำลังที่จะคุมน้ำเสียงไม่ให้มองห่อเหี่ยว นี่คุณมีความรู้สึกว่าฉันราวกับอาริจริงหรอ? ที่ไหนกันเนี่ย? บางครั้งอาจจะเป็นอาริยุคที่อายุน้อยกว่านี้รึเปล่า? เป็นว่าคุณก็ควรทราบสิ ก็คุณเป็นผู้หมวดของอารินี่ท้องนา กลุ่มเก่าของอาริมีผู้หมวด ผู้คนจำนวนมากรึเปล่านะ? ถ้าเกิดกลุ่มของเรารวมกัน ฉันบางครั้งก็อาจจะได้เป็นคนอื่นๆแทน อย่างซาร่าห์อะไรงี้?

“ไม่เลย” ซาร่าห์หัวเราะขึ้นมาเฉยเมยเลย ฉันไม่รู้เรื่องว่าคุณอ่านใจผู้อื่นได้รึเปล่า แม้กระนั้นความมุ่งหวังฉันดับวูบไม่ได้แตกต่างจากลูกโป่งที่ถูกปลดปล่อยลมออก

“บุคคลอื่นน่ะ คุณทำให้ฉันรำลึกถึงอีกคนหนึ่ง” ซาร่าห์ตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “เป็นผู้ที่จากฉันไปตั้งแต่เมื่อก่อน หญิงคนนั้นก็มีผมสีชมพูแบบเดียวกัน” คุณดูฉันอีกที ฉันพากเพียรไม่ขยุกขยิกไปๆมาๆระหว่างที่โดนจ้องมองตรวจสอบ “คิดไปคิดมา คุณเองก็จงรักเหลือเกินเช่นเดียวกันนะ… และก็ช่างฝันอย่างยิ่ง จะว่าไปคุณน่ะเสมือนพวกเขาผสมๆกันมากยิ่งกว่า” คุณสรุป
[NPC5]
พวกเขา? กลุ่มที่คุณเสียไปถ้าเช่นนั้นหรอ? เกิดเรื่องไม่ดีรึเปล่า? พวกเขาเป็นใครกันแน่กันนะ? ฉันเพิ่มปัญหาอีก 10 ข้อที่ต้องการจะถามคุณเข้าไปในรายการปัญหาในหัวที่ยาวยืดขึ้นเรื่อยโดยตลอด

เรื่องราวมันคืออะไรกันนะ?

“ลักซ์! ซาร่าห์! มองสิ” ลูลู่ตะเบ็งอย่างสุขสบายขึ้นมาสอดแทรกห้วงความคิดของฉันก่อนที่จะฉันจะคิดไปไกลกว่านี้ “คำภาวนาของฉัน!”

พวกเราหันกลับไปดูสนามเด็กเล่นที่อยู่ห่างออกไป ฉันกวาดสายตามองอย่างคร่าวๆลูลู่ จิงซ์ ป๊อปปี้ แจนน่า ทุกคนยังไม่เป็นอันตรายดี แสงสว่างยามเย็นทำให้พวกเขามองละมุนตารวมทั้งเด็กกว่าอายุจริง ประทีปประดับประดาถนนหนทางในสวนสาธารณะสว่างพรึ่บขึ้นมาพร้อมพอดิบพอดีอย่างบังเอิญเชิญชวนให้ไม่น่าเชื่อใจ กรุ๊ปแสงสว่างพริบพราวแพรวลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา ทุกคนในกลุ่มดูเหมือนกับว่ากำลังตกอยู่ในห้วงความฝันที่ความฝันอันน่าพิศวง

“ลูปส์ อย่างที่จิ๋วเยี่ยมบอกเลย มันยังไม่มืดพอเพียง…” เสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ดังมาจากม้าหมุนเบาๆช้าลงจนกระทั่งอยู่นิ่งตอนที่แจนน่า ป๊อปปี้ และก็จิงซ์แหงนดูเช่นเดียวกัน ฟ้ามืดลงอย่างเร็ว เร็วมากเกินความจำเป็น ฉันเกือบจะไม่เห็นกลุ่มต้นไม้ที่อยู่ตรงขอบสวนสาธารณะแล้ว ซาร่าห์กับฉันเริ่มเร่งฝีเท้ากลับไปที่สนามเด็กเล่น

สล็อต

คืนสู่เหย้า

ลูเซี่ยนนั่งอยู่บนยอดเนินใต้เงาของไทรใหญ่รวมทั้งส่ายตาดูมองดูไปทั่วซอกเขาระดับล่าง มือเขาวางอยู่บนปืนพกทั้งคู่กระบอกของเขา นิ้วก็คลำแตะต้องผิวโลหะสำริด หมอกร้ายกาจโรยตัวปกคลุมที่ราบลุ่มสีเขียวชอุ่มรวมทั้งกลืนรับประทานทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเขยื้อนผ่าน แฮร์โรว์วิงได้เริ่มขึ้นบนเกาะที่นี้ตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้
แสงสว่างจากคบเพลิงนับไม่ถ้วนเขยื้อนท่ามกลางความมืดดำมิด กรุ๊ปหมอกลอยปกคลุมทั่วรอบๆ เปลวหยีจนกระทั่งเบาๆดับลงครั้งละกองๆระยะห่างนั้นไกลเกินกว่าจะนำพาเสียงกรีดของคนที่กำลังจะสิ้นใจมาถึงได้
แต่ว่ามีแสงสว่างหนึ่งที่ยังเจิดจ้า แสงสว่างเรืองสีเขียวจางของมันล่องลอยกึ่งกลางหมอกดุร้ายเหมือนกับมิได้อิทธิพลใดจากหมอกนั้น เปลวเพลิงทรามที่วิญญาณบาป หัวใจของลูเซี่ยนเต้นรัวเมื่อเห็นภาพข้างหน้าพร้อมความรู้สึกเดือดลนลานที่แล่นไปทั่วร่าง

เขาถลันลงจากเนินโดยเพียรพยายามทรงตัวบนทางที่มีหินก้อนกรวดเรียงกันหละหลวมๆจนตราบเท่ามาถึงที่ราบข้างล่าง ศพร่างหนึ่งนอนอยู่กึ่งกลางดงหญ้าสูง แขนทั้งสองข้างของร่างนั้นเกาะหัวไหล่ไว้แน่น ดวงตาเบิกโพลงเปิดเผยให้มองเห็นดวงตาดำสนิทที่มองดูฟ้าซึ่งไม่มีแสงเดือน เขาเดินผ่านไปเพื่อตามหาต่อ

สล็อตออนไลน์

ศพที่ห้าทำให้เขาจำเป็นต้องหยุดชะงัก ร่างของชายแก่อยู่ในท่าเหยเกเพราะเหตุว่าความเจ็บร้ายแรง เสื้อคลุมขาดเป็นริ้ว เนื้อฉีกแขวน มองดูด้วยสายตาที่ชำนิชำนาญก็รู้ว่าเป็นรอยแผลจากเคียวแน่ๆ

ลูเซี่ยนเปลี่ยนเส้นทางแล้วก็เดินตามรอยศพไปจนกระทั่งตีนเนินที่สูงชัน เขาไต่ไต่ขึ้นไปผ่านดงไม้พุ่มไม้ที่เรียงหน้าดก เสียงกรีดดังขึ้นให้ได้ยินตั้งแต่เขายังไม่ถึงยอดเนินที่อยู่ไกลออกไป

หมอกร้ายกาจหลั่งไหลเย็บปกปกคลุมทั่วรอบๆลานเตียน มันเขยื้อนถั่งโถมและก็ขยับแปลงในขณะทรงที่มองง่อยเปลี้ยเสียขาขยับเขยื้อนอยู่ในกรุ๊ปหมอกดก ชาวเกาะซึ่งอยู่ในภาวะขวัญหายพากันวิ่งกระโจนลงจากผาสูงลงสู่ห้วงมหาสมุทรด้วยความมุ่งหวังอันน้อยนิดที่จะรักษาชีวิตรอด สายหมอกกลืนรับประทานพวกเขาทั้งปวง เงาคลั่งโรยตัวปกคลุมวิญญาณอันน่าสังเวชที่ออกเสียงกรีดลั่นระงมผสานกับเสียงคำรามอันเลวร้ายที่ดังกระหึ่มอยู่ด้านใน

เขาเล็งปืนไปยังมวลสารที่ดีดตัวพุ่งขึ้นมา ฝูงวิญญาณร้ายที่กรีดโหยหวนทะยานออกมาจากหมอกเพื่อจู่โจมใส่เขาด้วยคมกระบี่อันไร้มนุษยธรรมแล้วก็เขี้ยวฟันอันน่าสยอง

เขายิงลำแสงชำระล้างสวนเข้าใส่ภูตผีจะต้องคำแช่งพวกนั้น แรงดีดนำมาซึ่งการทำให้เขาเซถอยไปหนึ่งก้าว ส้นรองเท้าเขาเหยียบลงที่ขอบขอบผา เขาหันละเลยไหล่ คลื่นสมุทรที่ป่วนปั่นโหมซัดริมตลิ่งท่ามกลางความมืดมนมิดของระดับล่าง

เสียงหัวเราะแผดดังขึ้นท่ามกลางเสียงโหยหวนของผีจำนวนนับไม่ถ้วน เขาหมุนพร้อมเล็งอาวุธในมือทั้งสองข้างไปที่หมอกซึ่งกำลังเขยื้อนเข้ามา ไฟสัญญาณส่องอยู่กึ่งกลางกรุ๊ปหมอกที่ขยายใหญ่ด้วยความพลุ่งพล่าน

jumboslot

ลูเซี่ยนเก็บปืนกระบอกหนึ่งใส่ซองรวมทั้งล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค้ตหนัง เขาควานหาพบระเบิดมือและก็เอามันออกมา ที่เปลือกผิวหยาบคายของระเบิดขนาดเท่าฝ่ามือมีเครื่องหมายประทับไว้ ถึงเวลาพิสูจน์แล้วว่าช่างทำอาวุธวัยแก่ในใบเสร็จรับเงินจ์วอเทอร์น่าไว้วางใจหรือไม่

เขาปาระเบิดออกไปไกลเป็นเส้นโค้งแล้วก็เมื่อมันถึงจุดสุดยอดของรัศมีวงโค้ง เขาก็ลั่นกระสุนปืน ระเบิดมือแตกกระจายเป็นกรุ๊ปผงสีเงิน ผงนั้นลอยหมุนแล้วค้างอยู่ในอากาศเป็นช่องเวิ้งประกายวับๆที่อยู่กับที่อยู่ท่ามกลางไอหมอกที่ความตายและก็ไล่ส่งหมอกร้ายกาจให้พ้นไป

เธร็ชยืนอยู่ภายในรอยแยกนั้นเหนือร่างหญิงสาวผู้หนึ่ง นางบิดกายไปๆมาๆด้วยความเจ็บในตอนที่เคียวปลายโซ่ฝังจิกลงไปในเนื้อกายแล้วก็ฉุดกระชากวิญญาณของนางออกมาจากร่าง ผู้คุมโซ่ปลิดวิญญาณชูตะเกียงโบราณของเขาขึ้นในขณะมันเริ่มส่องแสงเรือง ร่างไม่มีชีวิตของหญิงสาวตกลงไปกองที่พื้นแล้วก็ตะเกียงดวงนั้นก็รับผู้ต้องขังรายใหม่เข้าไปสถิต

ภูติผีหันมาหาลูเซี่ยนแล้วก็แสยะยิ้ม “เราในเฮเลียนึกถึงเจ้าแล้วก็เป็นห่วงว่าเจ้าจะลืมรสของชัยไปเสียแล้ว นักล่าเงา”

เธร็ชเคาะตะเกียงดวงนั้น มันสว่างวาบขึ้นมาอย่างกับสนองตอบสัญญาณจากเขา

“มองสิ เพียงพอเจ้ามา วิญญาณของนางก็สว่างขึ้นเลย” เธร็ชเอ่ย “ความมุ่งหวังที่เจ้าหยิบยื่นให้ มันช่วยดีขึ้นกว่าเดิมความทุกข์ระทมแสนสาหัสได้ชั่วครั้งคราว”
[NPC5]
สายตาของลูเซี่ยนขยับดูตะเกียงดวงนั้น ผงสีเงินกระจัดกระจายเฉดหัวไล่รัศมีแสงสว่างป้องกันที่แบออกมาจากตารางขังวิญญาณที่หุ้มห่อด้วยเหล็กดัดลวดลาย เขากำปืนทั้งคู่กระบอกไว้แน่นคอยจังหวะ

“โอ้ แต่ว่าถ้าหากทำผิดพลาดก็จำต้องรับผลเสียที่ตามมาด้วย” เธร็ชหัวเราะ “พวกมันช่วยตัดทอนความเจ็บปวดรวดร้าวทุกข์ทรมานแสนสาหัสของนาง ความคาดหมายทั้งปวงลอยละลิ่วหลุดลอยเสมือนเด็กที่ถูกเหวี่ยงชนหิน”

ห้วงความคิดลูเซี่ยนหวนคิดไปถึงการเจอกันครั้งปัจจุบันของพวกเขา แม้กระนั้นเขาเพียรพยายามปัดความนึกคิดนั้นทิ้งไป

“เจ้าทราบรึเปล่าว่าสิ่งนาขี้ตระหนี่ลัวที่สุดเป็นยังไง?” เธร็ชเอ่ย “การที่จะต้องทนทุกข์จนกระทั่งวันสุดท้ายของทุกสิ่ง โดยมีเจ้าอยู่ใกล้เคียงยังไงล่ะ”

ไฟในตะเกียงดวงนั้นวูบไหว ลำแสงสีเขียวซีดเผือดริบรี่ลง เขารู้สึกได้ว่านางกำลังขยับเอื้อมมาสวมกอดเขาด้วยความอบอุ่นที่ไม่บางทีอาจสัมผัสได้ซึ่งเจอได้ในจากวิญญาณแล้วก็ความจำแค่นั้น

ลูเซี่ยน…

ไออุ่นกระจายขึ้นมาในหัวใจของเขาเมื่อได้ยินเสียงนาง เธร็ชบอกถูก เซนน่ารับทราบถึงตัวตนของเขาเมื่อใดก็ตามเขาอยู่ใกล้ ความรู้สึกนางส่งมาจะมีพลังแรงขึ้นเมื่อใดก็ตามเจอกัน เหมือนกับท้าอำนาจของผู้คุมโซ่ปลิดวิญญาณรวมทั้งการทรมาทรกรรมจากเขา พวกเขาจับสัมผัสของกันและกันได้เมื่อเขาก้าวขึ้นมาบนเกาะที่นี้

ตะเกียงสั่นไปๆมาๆอยู่ในกำมือของเธร็ช แสงสว่างแรงหมุนเป็นเกลียวอยู่ในตะเกียงและก็ดิ้นรนขยายดันตัวตะเกียงที่ขัง เธร็ดูองดูการเคลื่อนที่นั้นรวมทั้งเพียงแค่ยิ้มเยาะ ลูเซี่ยนเล็งปืนคู่ของเขาไปยังพลังป่วนปั่นในก่อตัวขึ้นภายใน แสงสว่างปกป้องของตะเกียงดวงนั้นเริ่มจางลง

ในขณะนี้เลย สุดที่รัก…

ลูเซี่ยนยิงปืน

เครดิตฟรี

ลำแสงทะลวงเผาแนวคุ้มครองป้องกันที่คลอนแคลนแล้วก็พุ่งชนลำแสงทะลวงแนวปกป้องที่กระเพื่อมไปๆมาๆไปชนชิ้นเหล็ก ตะเกียงที่ห้อยติดอยู่ที่โซ่แกว่งไกวอย่างหนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ตารางกักวิญญาณอันดั้งเดิมชิ้นนี้โดนเปลวเพลิงชำระล้างของเขาจู่โจม

เธร็ชร้องขู่คำรามด้วยความเกรี้ยวกราดแล้วก็สลัดมือพาตะเกียงไปไว้ข้างๆ

แก๊สพิษของหมอกดุร้ายระเบิดขึ้นในตะเกียงดวงนั้นและก็หุ้มครอบเกลียวแสงสว่าง เงามืดขยายตัวกลืนรับประทานสิ่งที่เปรียบได้ดั่งร่างของหญิงสาวคู่รักของเขารวมถึงผีเยอะมากที่ดิ้นรนต้องการมีอิสรภาพ นางถูกทึ้งฉุดกระชากและก็กรีดในขณะความมืดดำแผ่กระจายในตะเกียง

“อย่า!” ลูเซี่ยนร้องขึ้นมาพร้อม “ปลดปล่อยนาง!”

เธร็ชหัวเราะ เสียงหัวเราะอันโหดเหี้ยมดังกระหึ่มเย้ยหยันในระหว่างที่เซนน่ากรีดด้วยความเจ็บ

ลูเซี่ยนหันกระบอกปืนไปทางเธร็ช ความเกรี้ยวกราดทั้งสิ้นที่เขารู้สึกถูกส่งไปที่อาวุธประจำกายที่ระเบิดเปลวไฟออกไป

พลังที่ถูกยิงออกไปพุ่งเข้าใส่ร่างของผู้คุมโซ่ปลิดวิญญาณจนถึงกำเนิดเปลวชำระล้างหุ้มห่อร่างอันต่ำช้าของเขา ลูเซี่ยนพุ่งตัวไปด้านหน้ารวมทั้งซัดยิงซ้ำ แต่ว่าการจู่โจมคราวนี้กลับไม่เกิดผลเนื่องมาจากถูกปัดป้องด้วยรัศมีที่ความมืดดำที่แบออกมาอีกทีจากตะเกียงดวงนั้น

เปลวไฟที่เผาผลาญเธร็ดูอดดับลงด้วยฤทธิ์ของพลังที่ความมืดมนนั้น เขายิ้มรวมทั้งยกตะเกียงขึ้นในอากาศเหมือนกับเป็นรางวัลให้แย่งชิง

ลูเซี่ยนรู้สึกหนักขึ้นมาในอก การจู่โจมทะลวงพลังคุ้มครองปกป้องของตะเกียงได้แท้ๆแต่เสียเปล่า ผงสีเงินที่อยู่รอบกายเขาลอยหล่นลงสู่พื้น สายหมอกร้ายกาจชำแรกแทรกเข้ามาในโพรงป้องกันที่เกิดขึ้นมาจากอำนาจของระเบิดมือ รอยแยกเริ่มปิดลง ตอนนาทีทองสิ้นสุดลงสุดแท้แต่คู่รักของเขายังถูกคุมขัง

สล็อต