All posts by dontknowitallmommy

ผู้ปกครองที่คู่ควร

บ่าวรับใช้ของคีญาน่ารีบกระวีกระวาดทันใด เขาดึงพลังควบคุมธาตุอันน้อยนิดของเขาออกมาใช้สร้างกรุ๊ปหมอกจากเวทมนตร์คาถา เพียงแต่ครู่หนึ่ง ไอหมอกลอยเข้าโอบรอบร่างของคีญาน่ารวมทั้งแผ่รังสีความเย็นที่เบาๆเพิ่มระดับขับไสความร้อนอ้าวในป่า”ค่อยดีขึ้นหน่อย” คีญาน่าเอ่ย “เราจะต้องสะสมจ้องดูสมาธิให้ได้แม้อยากได้ทำสิ่งนี้ให้เสร็จ”คีญาน่าเริ่มหมุนโอห์มลัตล์รอบลำตัวนางอย่างช้าๆพุ่มในป่าขยับโน้มกิ่งแหวกออกครั้งใดก็ตามนางหมุนควงกระบี่วงแหวนเล่มนั้น รากแล้วก็แขนงของต้นไม้ถูกถอนทึ้งขึ้นมาพร้อมเศษดินที่กระเด็นเด้ง สุดท้าย พื้นข้างหน้าก็แปลงเป็นฟุตบาทแคบๆกึ่งกลางป่าดงพุ่ม
“เสร็จแล้ว” คีญาน่าเอ่ยแล้วก็ก้าวเดินไปตามทางอันเลี้ยวไปเลี้ยวมาเบื้องหน้า

สล็อตออนไลน์

เมื่อใดก็ตามคีญาน่าหมุนโอห์มลัตล์ของนาง เถาวัลย์ดกที่ปกคลุมป่าดงดิบเปียกชื้นเบื้องหน้าจะขยับหดถอย จนถึงเมื่อคีญาน่าเดินผ่านไป เถาวัลย์พวกนั้นก็เลยเลื้อยกลับมาปิดทางเดินไว้ดังที่เคย บายัลเดินตามข้างหลังอย่างอืดอาดเสียกระทั่งติดอยู่ในดงไม้เลื้อย

“เร็วๆหน่อย บายัล” คีญาน่ารีบ “ให้ตายเถิด นี่ขนาดเจ้าปฏิบัติงานเพียงแค่สิ่งเดียวนะ”

ชายรับใช้กระโจนผ่านพุ่มดกที่เพิ่งจะแตกยอดได้ไม่นานรวมทั้งมานะเร่งฝีเท้าตามคีญาน่าให้ทันเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิไอหมอกรอบข้างนาง

กว่าที่ทั้งคู่จะเดินพ้นเขตป่ามาได้ พระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำแล้ว ลำแสงสีทองคำยามอัสดงส่องแสงอาบไล้หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง คีญาน่าเหลียวกลับไปดูเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นหนสุดท้ายให้มั่นใจว่าทางลับนั้นถูกปกคลุมบังไว้มิดชิดในป่าใหญ่ก็ดีแล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่สามรายของหมู่บ้านแสดงความยำเกรงทักนางด้วยการยกมือขึ้นขัดทาบอกตามขนบธรรมเนียมประเพณีอิกซ์ทัลก่อนจะนำทางพาไปลานสี่เหลี่ยมด้านเท่าของหมู่บ้าน

ตรงปลายลานสี่เหลี่ยมด้านเท่าที่นั้นมีเครื่องจักรขนาดยักษ์ของพิลโทเวอร์ตั้งอยู่ในภาวะไม่มีชีวิตรวมทั้งย่ำแย่จากการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในป่าเมื่อเร็วๆนี้ คีญาน่าดูเครื่องจักรนั้นแบบผ่านๆก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตรงโต๊ะขนาดเล็กตัวหนึ่งซึ่งส่งผลไม้แล้วก็ถั่ววางอยู่บางส่วน

jumboslot

“บุตรสาวที่ยุยงน ท่านอุตส่าห์ให้เกียรติเดินทางมาถึงนี่ ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดให้พวกเรารับใช้?” หญิงสูงอายุถามพลางก้มตัวเข้ามาใกล้คีญาน่าด้วยปรารถนามองให้ชัดชัดเจน

“ได้ยินข่าวว่าหัวหน้าหมู่บ้านเสียชีวิต เราขอแสดงความเศร้าใจด้วย” คีญาน่ากล่าว

“ถูกผู้บุกรุกฆ่าน่ะ” ชายเฒ่าคนหนึ่งเอ่ยและก็ชี้ไปที่เครื่องจักรที่พิลโทเวอร์ที่อยู่ข้างหลัง “ต่อสู้เพื่อขวางผู้บุกรุกคนหนึ่งที่กำลังล้มต้นไม้ไปใช้ในเหมือง”

“เราก็ได้ยินมาแบบนั้น” คีญาน่าตอบ นางยืดข้างหลังตรงเมื่อเป้าประสงค์สำหรับเพื่อการมาเยี่ยมคราวนี้ถูกเอื้อนเอ่ยขึ้น

“ดูเหมือนกับว่าทิครัสควรจะมีผู้ดูแลคนใหม่ที่หาญกล้ากว่าเดิม ผู้ที่หนักแน่นพอที่จะประมือกับผู้บุกรุกจากด้านนอกแล้วก็ของเด็กเล่นของพวกเขาได้” คีญาน่าบอกด้วยความเชื่อมั่นและมั่นใจ “ใครสักคนที่ราวกับเรา”

ผู้หลักผู้ใหญ่มองหน้ากัน ความสับสนงงฉายชัดบนบริเวณใบหน้าอันเหี่ยวย่นของพวกเขา

“แต่ว่าท่านยูทุ่งนาไล ด้วยความนับถือ พวกเรามี… บุคคลที่ราวกับท่านอยู่แล้ว” หญิงสูงอายุเอ่ย “พี่สาวของท่านอยู่ตรงนี้”

“อะไรนะ?” คีญาน่าฟึดฟัด

อย่างกับบอกสัญญาณ บรรดาข้ารับใช้เดินเป็นแถวผ่านลานสี่เหลี่ยมด้านเท่ามาทางคีญาน่า สี่รายในนั้นแบกเฉลี่ยงไว้บนบ่า
[NPC5]
เมื่อขบวนแคร่หามเข้ามาใกล้ คีญาน่าก็เลยมีความเห็นว่าคานหามนั้นปูด้วยเบาะครึ้มนุ่มแล้วก็มีหมอนผ้าไหมเนื้อดีวางเรียงราย มาร่าผู้เป็นพี่สาวของนางเอนหลังอยู่บนแคร่หามโดยถือจอกเหล้าองุ่นเอาไว้ในมือ ถาดสีเงินที่ใส่ของกินอันวิจิตรตั้งอยู่ข้างกายนางแล้วก็มีขี้ข้าสองรายรอเสกสร้างไอเย็นให้โดยใช้พลังธาตุที่หนักแน่นกว่าบายาลมากนัก คีญาน่าขึงตาดูชายรับใช้ของตัวเองด้วยความรำคาญในเวลาที่ยกมือเฉือนเม็ดเหงื่อบนหน้าผาก

“คีญาน่า ดี… ดีอกดีใจจังที่ได้พบเจ้า” มาร่าบอกด้วยท่วงท่าลำบากใจขณะที่ข้ารับใช้วางคานหามของนางลงบนพื้น

“พี่มาร่า ดูทีท่าสบายอารมณ์อย่างยิ่งนะ” คีญาน่าทักตอบ

มาร่าขยับเขยื้อนตัวด้วยความอึดอัดเมื่อเจอสายตาน้องสาวที่ขึงตา เหมือนกับว่านางต้องการจะถอยตัวจมลงไปในเบาะครึ้มนุ่ม

“กินไวน์สักนิดสักหน่อยมั้ย?” มาร่าชักชวนในขณะชูจอกเหล้าองุ่นขึ้นจิบอย่างเครียดโกรธไร้อารมณ์ซาบซึ้งในรส

“พี่มีบทบาทปกป้องรักษาหมู่บ้านที่นี้นะ ไม่ใช่มาผลาญเสบียงอาหารของพวกเขา” คีญาน่าไม่ยอมรับคำเชื้อเชิญของพี่สาว “พี่ควรจะสละตำแหน่ง ให้เราปฏิบัติภารกิจหัวหน้าหมู่บ้านที่นี้แทน”

มาร่าหยุดชะงักแล้วก็ฝ่าฝืนกลืนเหล้าองุ่นลงคอ

“เราทำอย่างนั้นมิได้หรอก” นางตอบ “เจ้าก็เข้าใจกันอยู่ เราโตกว่าเจ้า”

“โตกว่าเราหนึ่งปีเต็ม” คีญาน่าตอบ “แต่ว่าความสามารถตามหลังเราไกลห่างอย่างมาก”

คีญาน่าขยับใกล้คานหามของพี่สาว อาการเหยียดหยามบนบริเวณใบหน้าเบาๆเปลี่ยนเป็นความขมึงถึง

“เราก็แค่ว่าตามเรื่องจริง พี่เองก็ทราบว่ามันเกิดเรื่องจริง ถ้าเกิดพวกคนงานเหมืองแร่เจอหมู่บ้านที่นี้เข้าจะกำเนิดอะไรขึ้น?”

“เราจะคุ้มครองป้องกันมันเอง” มาร่าตอบไม่เต็มปาก

“มีหวังพี่ได้ตายแน่ รวมทั้งทุกคนในหมู่บ้านนี้ด้วย พวกเราทั้งสองต่างก็รู้ๆกันดีอยู่แล้ว” คีญาน่าพูดเสียงดังให้ทุกคนที่ลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่นั้นได้ยิน “เราคุ้มครองพวกเขาได้”

เสียงพูดงึมงำดังขึ้นทั่วลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส มาร่ากัดริมฝีปากข้างล่างของตน นางทำเป็นนิสัยมักจะทำอย่างงี้มาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะในยามที่น้องสาวแสดงความเหนือกว่าออกมาให้มองเห็น

“เรา… ชูให้เจ้ามิได้หรอก พวกยุยงนทัลเป็นไปไม่ได้ยอมเป็นแบบนั้น” มาร่าอึกอัก

“พวกเขายอมแน่ถ้าเกิดพี่สละตำแหน่ง” คีญาน่าแย้ง “กลับไปที่อิกซาโอคาน ดูแลสวนพรรณไม้ไม้น้ำของพี่ไปตามประสา เราจะปฏิบัติหน้าที่นี้แทนพี่เอง”

นางมองดูมาร่าที่ส่ายตาดูไปทางกรุ๊ปผู้ใหญ่ของหมู่บ้านเหมือนกับมานะหาวิถีทางที่จะไว้หน้าไว้

“ข้อบังคับกำหนดไว้แจ่มชัด” มาร่าเอ่ย “จวบจนเรายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลหมู่บ้านที่นี้ได้อยู่ ไม่ว่าใครก็ไม่บางทีอาจเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแทนได้”

คีญาน่าขบฟันกรามด้วยความโกรธเคืองและก็หันไปทางเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส นางหมุนควงโอห์มลัตล์รอบตัว ผู้ใหญ่พากันผุดลุกจากที่นั่งด้วยความตกอกตกใจ คีญาน่าเรียกพลังธาตุจากรอบลานจตุรัสที่นั้นให้ไปสู่อาวุธก่อนซัดพลังใส่เครื่องจักร เพียงแค่ชั่วพริบตา เครื่องจักรโลหะขนาดยักษ์ก็ถูกจู่โจมด้วยแผ่นน้ำแข็งดกที่ทำปกหุ้ม หินที่ลอยเข้าใส่รวมทั้งมวลเถาวัลย์ที่รัดดึงฉีกทึ้งตามคำสั่งของยูที่นาไลสาว

กรุ๊ปผู้หลักผู้ใหญ่และก็คนใช้ที่อยู่ตรงลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่นั้นพากันร้องเฮือกเมื่อมองเห็นพลานุภาพของพลังที่เบื้องหน้า

“พวกเจ้ามีความคิดว่ามี ‘บุคคลที่ราวกับเรา’ อยู่แล้วถ้าอย่างนั้นรึ” คีญาน่าถาม “ไม่เหมือนใครเราหรอกนะ”

ผู้ใหญ่ต่างย่นคิ้วและก็รับรองการตัดสินใจของพวกเขาอีกรอบ “จนกระทั่งท่านยูทุ่งนาไลมาร่ายังอาจจะปฏิบัติภารกิจผู้ดูแลได้ ตำแหน่งนี้ก็จะยังเป็นของนาง”

คำกล่าวนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของคีญาน่าในเวลาที่นางหันหลังเดินออกไปจากลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างเงียบๆด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ นางเดินนำบายาลกลับไปที่ชายชายแดนของหมู่บ้าน มีผู้คุมที่ธาตุสองรายอยู่นั่น

“ไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอก” คีญาน่าบอก “เราทราบทางรวมทั้งทราบดีว่าจำเป็นต้องทำเช่นไร”

เมื่อนางหมุนโอห์มลัตล์ พุ่มเบื้องหน้าแหวกออกเปิดเผยให้มองเห็นฟุตบาทที่ทอดยาวผ่านป่าใหญ่ คีญาน่าเดินทางกลับนครอิกซาโอคานอันยิ่งใหญ่โดยมีบ่าวรับใช้ที่บากบั่นใช้พลังสร้างไอเย็นให้นางเดินตามไปติดๆพุ่มแหวกออกให้มองเห็นทางเท้าลับก่อนที่จะขยับเขยื้อนตัวปิดลงอีกรอบภายหลังจากนางผ่านไป

ภายหลังจากพ้นมาไกลจนกระทั่งไม่เห็นหมู่บ้าน โอห์มลัตล์ของคีญาน่าก็เบาๆลดความเร็วลง ทางเท้าที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังพวกเขาไม่มีสิ่งปกคลุมรวมทั้งปรากฏให้กระจ่างท่ามกลางแสงตะวันของยามบ่าย

“ท่านยูท้องนาไล ท่านลืมปิดทางเดิน” บายาลเตือน

เครดิตฟรี

“บายาล หน้าที่เดียวของเจ้านี่มันเกี่ยวเนื่องกับการดูแลทางสายนี้รึเปล่า?” คีญาน่าถาม

“ไม่ขอรับ ท่านยูท้องนาไล แม้กระนั้น… แล้วถ้ามีคนไหนกันเจอหมู่บ้านที่นี้เข้าล่ะขอรับ?”

“ไม่ต้องเป็นห่วง หัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่จึงควรปกป้องรักษามันได้แน่” คีญาน่าตอบ


รุ่งเช้าวันพรุ่งนี้ คีญาน่าตื่นมาในนครอิกซาโอคานรวมทั้งได้ยินเสียงร้องครวญคราง

“พวกผู้บุกรุก พวกเขาเจอทิครัสแล้ว!”

เสียงร้องไห้ของพี่สาวดังมาจากโถงทางเท้าข้างหน้าห้องนอนของคีญาน่า เมื่อคีญาน่าใส่เสื้อหุ้มแล้วก็เปิดประตูห้องนอนออกไปก็เจอมาร่าที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของบายาล

“พี่มาร่า กำเนิดอะไรขึ้นหรอ?” คีญาน่าถาม บากบั่นแสดงความห่วงในน้ำเสียง

ผู้เป็นพี่สาวหันมาหน้าในภาวะบริเวณใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาและก็เต็มไปด้วยรอยขูดขีดจากการวิ่งฝ่าป่าใหญ่

“คนงานเหมืองแร่… พวกเขาทำลายหมู่บ้านไม่เหลือแล้ว ราษฎรกว่าครึ่งถูกฆ่า ที่เหลือหลบไปหลบซ่อน เราเองก็เกือบจะหนีไม่รอด—”

คีญาน่ากอดพี่สาวของนางรวมทั้งบากบั่นห้ามตนเองไม่ให้เผลอยิ้มออกมา

“รู้เรื่องรึยังล่ะ? แต่ว่าเรานี่ล่ะที่รอปรารถนาดีพี่” คีญาน่าเอ่ย “ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านน่ะเป็นความรับผิดชอบที่มากับอันตราย”

“เราคงจะยอมฟังที่เจ้าเตือน ถ้าหากเป็นเจ้า… จึงควรจัดแจงพวกพิลโทเวอร์ให้หมดสิ้นได้แน่” มาร่าครวญ

“ใช่แล้ว เราทำเป็นแน่” คีญาน่าตอบ นางยิ้มกว้างเมื่อระลึกถึงพวกกรรมกรเหมืองแร่และก็ทหารรับจ้างที่บุกชิงทรัพย์จู่โจมหมู่บ้าน การฆ่าคนพวกนั้นเกิดเรื่องแสนง่ายสำหรับนางรวมทั้งเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชีวิตรอดก็จะพากันมาขอบคุณมากนางเมื่อใส่ใจซึ้งถึงเรื่องจริงเหมือนกับที่พี่สาวของนางได้รับทราบปัจจุบันนี้

สล็อต xo

แด่ผู้ลาลับ

ในขณะที่เราลงมาถึงซากที่เนรีเมเซธ มิได้รู้สึกเสมือนเหาะท้องฟ้าลงมาด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สรวงสวรรค์เลย แม้กระนั้นเช่นเดียวกับหล่นลงมามากยิ่งกว่า
อย่างไรซะเราก็เป็นแค่เพียงมนุษย์นี่ท้องนา
รอบกายเราบนเนินทรายที่หมุนวนเป็นเกลียวที่นั้น กองกำลังรา’โฮเร็คที่กำลังต่อสู้ พวกเขาเป็นนักสู้โซลาปรี่จากวิหารที่เทือกเขาทาร์กอนอันไกลห่าง พลหอกห้าสิบนายเคลื่อนพลสู่ทะเลทรายโดยใช้เวลานานสามอาทิตย์—ระยะทางซึ่งเราเดินทางผ่านผ่านได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว—เพื่อตรวจทานพลังที่ทวีกล้าแกร่งขึ้นสวนกับพลังของพวกเขาที่อ่อนแรงลงในตรงนี้ พระอาทิตย์ที่พวกเขาบูชายังคงลอยเด่น อย่างกับเงาที่สมัยก่อนที่ยังจารึกอยู่บนผืนทะเลทรายและก็สาดฉายให้มองเห็นซากของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ที่หายไปเมื่อก่อน เวลานี้ สิ่งก่อสร้างทั้งหลายแหล่ถูกผืนทรายปกคลุม พระอาทิตย์ที่เคยนำพามนุษย์สู่สวรรค์กลับหมองแสงสว่างแล้วก็ตกสู่แผ่นดิน

สล็อตออนไลน์

ยกริม่าได้ก่อเกิดรวมทั้งดับสิ้นในที่ที่นี้ เทวดาตายถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกที่เนรีเมเซธ ด้วยมีเป้าหมายสำหรับการป้องกันยกริม่าจากภัยรุกรามทั้งสิ้น เทวดาตายที่ยังมีชีวิตอยู่ภายหลังจากจักรวรรดิล่มสลายจะต้องทนทุกข์ทรมานกับการขัดกันที่ใช้เวลาช้านานหลายร้อยปีรวมทั้งเปลี่ยนภาวะเป็นดาร์คินคนทำลายล้างโลกก่อนจะถูกกำราบ

แม้กระนั้นเราทราบดีว่าสิ่งที่ป่าเถื่อนชั่วช้าสารเลวอันมีสาเหตุมาจากความทะนงตัวของยกริม่าบางสิ่งบางอย่างยังคงอยู่…

เสียงโลหะดังสั่นสะเทือนแก้วหูเราในขณะหอกเล่มหนึ่งพุ่งผ่านหมวกเกราะเราไป ตามมาด้วยอีกเล่มหนึ่ง และก็อีกเล่มหนึ่ง เสียงนั้นดังขึ้นจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเสียงโห่ร้องที่การศึกเมื่อเหล่ารา’โฮเร็คแสดงแสนยานุภาพของพวกเขา แต่ในขณะที่อาวุธลอยละลิ่วว่อนในอากาศอยู่นั้น กระแสพลังเวทมนตร์คาถาระเบิดแหวกลมพายุหอกออกเป็นทางรวมทั้งกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างบนซากนั้น
ภายหลังควันฝุ่นผงจางลง เราก็มองเห็นมัน มูลเหตุที่ทำให้ข้ามาตรงนี้ สิ่งมีชีวิตนั้นขยับเข้ามาใกล้ในภาวะไฟลุกท่วมและก็ผุพังไม่มีความต่างจากจักรวรรดิที่มันจะดูแล มันไม่เสมือนเทวดาตายรายใดที่เราเคยพบเห็น ทวยเทพผู้แหลกสลายที่ครอบครองนครที่ล่มสลายที่นี้รวมทั้งรอคอยวันให้มันกลับมายิ่งใหญ่อีกคราว
แต่ว่าคราวหนึ่ง… มันเองก็เคยเป็นมนุษย์ด้วยเหมือนกันเราจะทำการกระตุ้นความจำของมันว่าการดิ้นรนสู้กับหายนะที่รุกรามอยู่ข้างหน้านั้นเป็นยังไง เราจะมีผลให้พวกมันทั้งปวงมีจิตสำนึก

“เทวดาทหาร!มาชิกรา’โฮเร็ครายหนึ่งตะโกนร้อง “พวกเราไม่มีวันเอาชนะมันได้!”

jumboslot

“เราจะปลิดชีพทวยเทพเทวดาให้พวกเจ้ามอง!” เราตะคอกตอบแล้วก็พุ่งเข้าใส่มันพร้อมยกมืออ้าหอก พลังของพวกเขาทำให้หอกฉายแสงเรือง—พลังที่เทพเจ้า พลังที่ดวงดาว กล้ามของเราเกร็งจากการแบกรับพลังเวทมนตร์คาถาอันแรงกล้าเวลาที่สิ่งมีชีวิตรายนั้นระเบิดพลังออกมาอีกทีจากร่างผุพังของมัน ไฟที่แผดเผาเหล่ารา’โฮเร็คไม่อาจจะเผาทำลายหอกคู่กายเราได้ ตรงกันข้าม หอกของเราโชติช่วงด้วยแสงสว่างของมันเอง ลำแสงนั้นพุ่งทะยานอย่างกับดาวหางใส่เทวดาตายแล้วก็ซัดชนมันลงไปกองบนแผ่นดินพร้อมพลังระเบิดที่กระเทือนลั่นไปถึงสวรรค์
[NPC5]
ตรงตรงหน้าเรา เพียงแต่ฟุตเดียวจากรอยแยกซึ่งเป็นผลมาจากแรงระเบิดนั้น ทหารหญิงรา’โฮเร็คนางหนึ่งกำลังประคับประคองร่างของเพื่อนฝูงทหารที่ล้มลง แขนข้างหนึ่งของนางเองก็เจ็บเพราะว่าถูกมนตร์แผดเผาเวลาที่อุตสาหะคุ้มครองเขาจากการจู่โจมด้วยด้วยเหมือนกัน
“ท่าน… ท่านเป็นพลังสถิต” นางเอ่ยขึ้นทั้งๆที่แววตามองหมดหวัง นางกำลังวิงวอนขอให้เราตอบรับเนื่องจากว่าหวังให้เราช่วยนาง ให้เราช่วยเหลือสหายนาง กองกำลังรา’โฮเร็คที่อยู่บริเวณขณะนี้อยู่ในภาวการณ์แตกกระเจอะกระเจิงไม่ได้แตกต่างจากขวัญแรงใจสำหรับในการต่อสู้ของพวกเขา
เรามิได้ตอบนางกำนัลในช่วงเวลาที่หอกถูกเรียกกลับมาสู่มือเราด้วยเวทมนตร์คาถานางประสงค์เป็นที่ยิ่ง หอกเล่มนั้นพุ่งกลับมาด้วยความเร็วเดียวกับที่เราใช้เหวี่ยงมันออกไป ตรงปลายหอกไม่มีรอยคราบเลือดใดของเทวดาตาย มีเพียงแค่รอยทราย กายของมันไม่มีซึ่งเลือดเนื้ออะไรก็ตามมีเพียงแต่คาถาและก็หินเพียงแค่นั้น
เราต้องการบอกชื่อของตนให้นางได้ทราบ ต้องการบอกนางว่าเราเป็นเอเทรียส แล้วก็เราเองก็เคยเป็นรา’โฮเร็คที่เฝ้าดูฟ้าเบื้องบนเพื่อภาวนาให้พลังศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกันเรา … แต่ว่าชายผู้นั้นได้ตายจากไปแล้ว เขาตายอยู่บนยอดดอยทาร์กอนพร้อมไพลาสผู้เป็นเช่นพี่ชายของเขา เขาถูกฆ่าโดยแพนธิออน รวมทั้งความไม่ประสบผลสำเร็จต่างๆที่เขาได้ก่อขึ้นเอง ไม่ว่าเราจะมานะสักแค่ไหน ก็ไม่บางทีอาจพาเอเทรียสหรือไพลาสกลับมาได้ แม้กระทั้งเทวดาเองก็ดับสิ้นแล้วก็ดวงศิลปินของมันก็ถูกลบจากดินแดนสรวงสวรรค์

แต่ว่าเรากลับหันไปประจันหน้ากับสิ่งมีชีวิตนั้นอีกรอบ
“เจ้าจะต้องสู้” เราบอกรา’โฮเร็คเสียงเรียบ “เจ้าทุกคนจะต้องสู้” รอบกายพวกเราเป็นซากนครที่อยู่กึ่งกลางกองไฟในช่วงเวลาที่เวทมนตร์คาถาของเทวดาตายยังไม่มีวี่แววว่าจะอ่อนฤทธิ์

เครดิตฟรี

ข้าวิ่งไปบนผืนทรายที่หลอมแปลงเป็นแก้ว พลังมนตร์ที่ระเบิดขึ้นใหม่ในแต่ละครั้งทำให้ทั่วทั้งโลกกระเทือนเหมือนกับกำลังจะแตกสลาย ประหนึ่งว่ามีเพียงแค่สรวงสวรรค์เพียงแค่นั้นที่จะดำรงรอด แต่ว่าเราไม่ยอมแพ้ เรามองเห็นเครื่องยิงบัลลิสต้าถูกทิ้งเอาไว้ที่พื้น เหล่ารา’โฮเร็คชูโล่ขึ้นกำบังกายจากเศษก้อนอิฐที่หลุดร่วงลงมาจากตึกที่ทรุดกระหน่ำแปลงเป็นผง

“สู้! เจ้าจำเป็นต้องสู้!” เราตะคอกดังขึ้น น้ำเสียงเราทรงพลังอำนาจที่ทวยเทพเทวดาในขณะที่มิได้อยากให้เป็นแบบนั้น แล้วต่อจากนั้น เราก็เลยเดินหน้าฟาดหอกใส่เทวดาตาย เชือดตัดหินผาร้าวที่มันภูมิใจยิ่งนักแทนที่จะเป็นส่วนของบริเวณใบหน้า ด้วยอยู่ในระยะชิดแบบนี้ พลังระเบิดของมันก็เลยชนใส่โล่กระทั่งเรากระเด็น เราฟาดอีกทีด้วยหอกที่แผ่กระแสเวทมนตร์คาถาเป็นทาง และจากนั้นก็อีกรอบ เราชูโล่ขึ้นในจังหวะที่ทันปัดป้องพลังพิโรธของเทวดาตายได้พอดิบพอดี

เราจิกเท้าลงบนพื้นดิน เราเพียรพยายามขัดขวางศัตรูที่ปลดปล่อยพลังมนตร์ซ้ำๆซัดตามจิตสั่งการที่เทวดาตายซึ่งร้ายแรงขึ้นตามความโหดรวมทั้งความเกรี้ยวกราด เราร้องขู่คำรามแล้วก็ใช้โล่กำบังดันสู้ พลังจู่โจมที่ถูกโล่สะท้อนพุ่งไปทุกทิศทุกทางอย่างคุ้มดีคุ้มร้าย ไม่ว่าจะเป็นซาก ฟ้าแล้วก็เหล่ารา’โฮเร็คที่ก้มหลบด้วยความหวาดกลัว มือของเราเริ่มสั่น เราคาดคั้นสูบลมหายใจทั้งหมดทั้งปวงจากปอดและก็ร้องขู่คำรามลั่น ไม่ใช่เพื่อบอกเหล่าทหาร แม้กระนั้นเพื่อสั่งตัวเราเอง

“สู้…”

สิ่งมีชีวิตนั้นหรี่ตา มันทราบ แผ่นดินใต้อุ้งเท้าเราไม่บางทีอาจแบกรับได้อีกต่อไป พลังของเราไม่สามารถที่จะแบกรับได้อีกต่อไป ในตอนที่เราเบาๆทรุดลงไปที่พื้น หอกของเราเริ่มเสื่อมพลัง หมวกเกราะที่เราสวมแผดเสียงกระทบวัวล้งเคล้งระหว่างที่เรากระอักไอออกมา

สล็อต

เงาวิปโยค

แสงสว่างแรกที่เช้าทอดปกคลุมกลุ่มหลังคาในมหานครรวมทั้งทาทับหินซีดเผือดอ่อนให้เปลี่ยนแปลงเป็นสีทองคำ อากาศนิ่งสนิท สรรพเสียงที่ลอยขึ้นมาถึงระเบียงสวนฝั่งทิศตะวันออกของป้อม มีเพียงแค่เสียงแว่วของกลุ่มนกที่ขับร้องประสานเสียงรับย่ำรุ่งและก็เสียงที่การเปลี่ยนแปลงของเมืองข้างล่างที่พึ่งตื่นจากการหลับ
สินเฉาขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน รวมทั้งวางมือทับหอกที่พิงไว้บนตัก เขาจ้องมองลงไปดูสวนระดับล่างที่เรียงชั้นลดหลั่นกัน ทิ้งสายตาไกลไปยังเชิงเทินรวมทั้งเมืองหลวงของเดมาเซียที่อยู่ไกลออกไป ธรรมดาแล้ว การมองดวงอาทิตย์ขึ้นในดินแดนที่นี้ซึ่งเปรียบเหมือนบ้านค้ำชูของเขาจะช่วยทำให้ปรับจิตใจรู้สึกสงบ…แม้กระนั้นไม่ใช่วันนี้
เสื้อคลุมของเขาเลอะเทอะรอยเขม่าดำและก็หยดเลือดที่กระเด็นมา เกราะของเขาบุ๋มรวมทั้งมีรอยขูดขีด เส้นผมที่เวลานี้แปลงเป็นสีเทาเสมือนโลหะ ไม่ใช่สีดำสนิทดังเช่นยุควัยชายหนุ่ม หลุดลุ่ยจากจุกผมที่ผูกไว้ยุ่งเหยิงลงมาปรกหน้า ถ้าอยู่ในเหตุการณ์ธรรมดา ตอนนี้เขาคงชำระล้างร่างกายให้สะอาด ขัดล้างรอยเลือดเหงื่อไคลรวมทั้งเขม่าควันไฟไปแล้ว เขาคงส่งชุดเกราะไปให้ช่างซ่อมแซมแล้วก็เปลี่ยนเสื้อปกคลุมเป็นตัวใหม่ให้เป็นระเบียบ รูปลักษณ์เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมหาดเล็กผู้พิทักษ์ที่เดมาเซีย

สล็อตออนไลน์

แต่ว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไกลห่างจากคำว่าธรรมดาหลายขุมนักพระเจ้าแผ่นดินตายแล้วท่านเป็นบุคคลที่เปี่ยมด้วยเกียรติยศน่ายำเกรงที่สุดเท่าที่สินเฉาเคยเจอ สินเฉาอีกทั้งรักและก็เชิดชูยกย่องท่านเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังได้สาบานคำสัญญาว่าจะคุ้มครองป้องกันท่าน…แต่ เขากลับมิได้อยู่นั่นในตอนที่น่าจะอยู่สูงที่สุดเขาสูดหายใจลึกอย่างเจ็บ ความผิดพลาดกดทับหนักจนถึงเขาเกือบจะแหลกสลาย

การยืนขึ้นฮือของเหล่านักเวทที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนสร้างความแปลกใจให้ทั่วเมือง สินเฉาได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้าระหว่างเดินทางกลับวัง แม้กระนั้นเขากลับไม่รู้เรื่องสึกอะไร เขานั่งอยู่ที่ตรงนี้ผู้เดียวนานหลายชั่วโมงแล้วและก็ปลดปล่อยให้ไอเย็นของพื้นหินซึมซาบเข้าไปในกระดูกในเวลาที่ห้วงความเศร้าเสียใจ ความละอายใจและก็ความรู้สึกตัวว่าตัวเองผิดถั่งโถมเข้าใส่ เหล่าทหารคุ้มครองวังที่ผิดฆ่าสำหรับในการต่อสู้ปลดปล่อยให้เขาได้อยู่กับความกลัดกลุ้มนี้เพียงลำพังกับและไม่เข้ามายุ่มย่ามในสวนไล่ระดับที่เขานั่งเฉยๆท่ามกลางความมืดดำนานหลายชั่วโมง สินเฉาประทับใจความมีน้ำใจนิดๆหน่อยๆนี้ เขาไม่รู้จักว่าควรจะทำยังไงถ้าหากมองเห็นแววตาติเตียนของทหารพวกนั้น

สุดท้าย ดวงตะวันก็ฉายสาดมาถึงตัวเขา เช่นเดียวกันกับลำแสงที่คำวินิจฉัยที่เจิดจ้าตนเขาจำเป็นต้องหยีตามองเขาถอนใจลึกแล้วก็สั่งตนเองให้อดทน เขาลุกขึ้นยืนรวมทั้งส่ายตาดูดูทั้งเมืองที่เขารักยิ่งนัก รวมทั้งสวนนี้ที่เป็นที่พักอิงจิตใจให้เขาอยู่เป็นประจำ แล้ว เขาก็เลยหมุนเดินกลับไปที่วัง
เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เขาได้เคยให้คำมั่นคำสัญญาไว้ เดี๋ยวนี้ เขายึดมั่นว่าจะกระทำตามคำมั่นสัญญานั้น
สินเฉาอยู่ในภาวะไม่มีความรู้สึกนึกคิดและก็เศร้าสร้อย เขารู้สึกเสมือนเป็นวิญญาณที่เฝ้าสิงถูกจุดที่ตนหมดลม ตายเสียจะยังดีมากกว่าอยู่ ขั้นต่ำถ้าหากได้พลีชีพเพื่อคุ้มครองปกป้องผู้เป็นนายก็ยังทรงเกียรติเสียกว่า
เขาเดินโซซัดโซเซไปตามทางเดินของวังที่ดูเหมือนจะเย็นเยือกไม่มีชีวิตขึ้นมาโดยทันที ข้าหลวงที่เขามองเห็นล้วนเงียบๆและก็ได้แต่ว่าเดินไปๆมาๆในภาวะเงียบเชียบด้วยความสะดุ้งรวมทั้งเปิดตากว้าง เหล่าทหารรักษาการณ์ล้วนมีสีหน้าท่าทางซึมเซา พวกเขาคารวะแม้กระนั้นสินเฉากลับก้มตัว เขาไม่คู่ควรที่กำลังจะได้รับการเคารพ

jumboslot

ท้ายที่สุดเขาก็มายืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งซึ่งปิดอยู่ เขาเอื้อมมือออกไปจะเคาะประตูกลับหยุดชะงักกลางทาง มือเขาสั่นถ้าเช่นนั้นรึ? เขาสบถด่าทอความอ่อนแอของตนก่อนที่จะรัวเคาะประตูไม้โอ๊กเนื้อแข็ง แล้วหลังจากนั้นก็เลยยืนตรงพร้อมชนตั้งด้ามหอกบนพื้น เสียงสะท้อนกลับดังก้องกังวาลไปทั่วทางเท้า เขายืนนิ่งรอคอยให้ประตูเปิดอยู่ที่ตรงนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนอยู่เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

ทหารตรวจการณ์สองนายเลี้ยวตรงมุมแล้วก็เดินผ่านเขาไป ชุดเกราะของพวกเขาแผดเสียงกระทบกันวัวล้งเคล้ง ความรู้สึกละอายทำให้เขาไม่กล้ามองดูทหารคู่นั้น แม้กระนั้นประตูก็ยังคงปิดสนิท

“ท่านจอมพลสูงสุดคราวน์การ์ดคงจะอยู่ทางฝั่งเหนือขอรับ ท่านมหาดเล็กผู้พิทักษ์” ทหารตรวจการณ์นายหนึ่งเอ่ย “ตรวจการเพิ่มกำลังการดูแลและรักษาความปลอดภัย”

สินเฉาสูดลมหายใจลึกแต่ว่าขบฟันกรามแน่น เขาก้มศีรษะขอบคุณมากทหารนายนั้น

“ท่านขอรับ…” ทหารอีกนายเอ่ย “ไม่มีผู้ใดโทษท่านเรื่อง—”

“ขอบคุณมาก ทหาร” สินเฉาสอดแทรก เขาไม่ได้อยากต้องการความเห็นอกเห็นใจเห็นอกเห็นใจจากพวกเขา ทหารทั้งคู่นายทำท่าแสดงความเคารพนับถือและก็ออกเดินต่อ

สินเฉาเลี้ยวเดินย้อนด้านไปตามทางที่ทหารยามเดินจากมาแล้วก็มุ่งหน้าไปทางปีกเหนือของวัง การที่จอมพลสูงสุดเทียนน่า คราวน์การ์ดจะไม่อยู่ในห้องทำงานก็มิได้ช่วยทุเลาเหตุการณ์อะไร มันเพียงทำให้ประเด็นนี้ยิ่งคั่งค้างนานขึ้น
[NPC5]
เขาเดินผ่านโถงที่มีธงห้อยแต่งแต้มและก็หยุดยืนชั่วขณะเวลาหนึ่งใต้ธงผืนหนึ่ง—ธงใหญ่ที่เสริมแต่งรูปกระบี่เสริมแต่งเครื่องกั้นปีกสีขาวที่เดมาเซียบนพื้นธงสีน้ำเงิน ธงผืนนี้ทอโดยแม่ผู้เสียชีวิตขององค์ราชาและก็เหล่านางกำนัล แม้ว่าจะถูกไฟเผาไปเกือบจะหนึ่งในสามส่วน แม้กระนั้นธงผืนนี้ยังคงได้ผลงานที่สวยงามเปี่ยมศิลปอย่างน่าทึ่ง มันเคยตกลงมาคราวหนึ่งในระหว่างการต่อสู้ที่ซอลต์สไปก์ ฮิลล์ แม้กระนั้นกษัตริย์จาร์วานนำกองทัพไปเอาธงกลับมาด้วยท่านเองโดยมีสินเฉาเคียงคู่ พวกเขาตะลุยฝ่าเหล่าเฟรย์ลยอร์ดคลุ้มคลั่งนับร้อยๆที่ใส่ชุดขนสัตว์ สินเฉาเป็นคนที่ยกธงขาวผืนนั้นขึ้นมาหากว่ามันจะถูกไฟลุกลามถึงลายปัก การยืมธงใหญ่ผืนนี้กลับมาได้กลับเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในวันนั้นและก็ช่วยปลุกระดมเหล่าเดมาเซียให้พลิกกลับมาเป็นข้างคว้าชัยได้ กษัตริย์จาร์วานไม่ยินยอมให้นำธงไปซ่อมบำรุงภายหลังนำมันกลับมายังวังได้โดยสวัสดิภาพ ท่านอยากให้ทุกคนที่มองเห็นธงผืนนี้คนึงถึงประวัติศาสตร์ของมันได้

สินเฉาเดินผ่านห้องเล็กๆห้องหนึ่ง มันเป็นห้องทำงานที่กบดานอยู่ไกลในมุมหนึ่งของวังซึ่งไม่ค่อยมีคนไหนกันแน่ใช้และก็เป็นเยี่ยมในสถานที่องค์ราชามักแวะมาขลุกอยู่ในยามเย็น ตรงนี้เปรียบสถานที่ปลีกวิเวกที่ท่านสามารถหลบลี้จากข้ารับใช้และก็เจ้าขุนมูลนายที่ขวักไขว่วุ่นวาย มีหลายคราที่สินเฉามาอยู่ตรงนี้กับท่านจนถึงดึกและก็จิบเหล้าองุ่นน้ำผึ้งดีกรีแรงในขณะที่ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำประเด็นการปรับแก้จุดยุทธศาสตร์ต่างๆรวมทั้งประเด็นการเมืองรวมทั้งความจำยุคเยาว์วัยในสมัยก่อนเมื่อก่อนซึ่งๆหน้าคนกลุ่มมากมาย กษัตริย์จาร์วานจะวางท่านเป็นหัวหน้าที่ดูดุดันแข็งกระด้าง แม้กระนั้นเมื่ออยู่ตรงนี้ ในห้องส่วนตัวที่นี้—โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพักหลังเที่ยงคืนไปซึ่งทั้งสองได้ดื่มไปมากมายแล้ว—ท่านจะหัวเราะร่าจนกระทั่งร้องไห้รวมทั้งเล่าถึงอนาคตที่ทรงหวังไว้สำหรับราชลูกของท่าน

สินเฉาเจ็บแปลบขึ้นมาในอกเมื่อใส่ใจว่าจะไม่มีทางได้ยินเสียงหัวเราะของผู้เป็นเพื่อนของเขาอีกต่อไปแล้ว

แล้วต่อจากนั้นสินเฉาก็เดินผ่านห้องซ้อมโดยไม่รู้สึกตัว ในตอนยี่สิบปีที่ล่วงเลยไป เขาบางทีอาจใช้เวลาอยู่ตรงนี้มากยิ่งกว่าที่ไหนๆนี่เป็นบ้านที่จริงจริงของเขา เป็นที่ที่เขารู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองเยอะที่สุดในที่นี้ เขาได้ใช้เวลามากไปกับการฝึกหัดรวมทั้งฝึกต่อสู้กับกษัตริย์จาร์วานโดยไม่มีผู้ใดทราบในที่นี้ พระราชโอรสจาร์วานได้รับสินเฉาให้เป็นพวกคนหนึ่งของครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้กษัตริย์จาร์วานทั้งยังขำรวมทั้งยินดีในที่นี้ สินเฉาได้สอนพระราชโอรสเด็กวัยได้ศึกษาวิชาการต่อสู้ด้วยกระบี่ หอกแล้วก็ทวนในที่นี้ สินเฉาได้ช่วยปลอบประโลมพระราชโอรส ช่วยเช็ดน้ำตา แล้วก็ช่วยดึงเขาให้ยืนขึ้นมาได้อีกรอบข้างหลังล้มในที่นี้ เขาได้รวมหัวเราะและก็ร่วมยินดีไปกับการบรรลุเป้าหมายของพระราชโอรส

เครดิตฟรี

ห้วงคิดถึงพระราชโอรสจาร์วานทำให้สินเฉาเจ็บแปลบราวถูกคมกระบี่ทะลวง สินเฉาบางทีอาจจะสูญเสียเพื่อนรักไปเมื่อวานนี้ แต่ว่าพระราชโอรสจาร์วานสูญเสียพ่อ ท่านสูญเสียแม่ไปแล้วตั้งแต่ต้นกำเนิด ในตอนนี้ ท่านเหลือตัวผู้เดียว

สินเฉาเดินต่อไปด้วยหัวใจที่หนัก แม้กระนั้นเสียงชินหูทำให้เขาหยุดชะงัก…เสียงกระบี่ไม่มีคมที่ฟาดชนไม้ มีคนกำลังซ้อมอยู่ สินเฉาย่นคิ้ว

เขารู้สึกมวนท้องอืดท้องเฟ้อมาในขณะก้าวผ่านประตูครึ้มหนักที่ส่งผลให้เกิดข้างใน

ในตอนแรก เขาไม่เห็นว่าคนใดกันแน่อยู่ที่ตรงนั้น ซุ้มโค้งรวมทั้งเสาที่เรียงรายอยู่ขอบห้องนิรภัยที่นี้เป็นเครื่องบังสายตาให้มองเห็นไม่ชัดเจน เสียงกระบี่ที่ฟาดชนดังกังวานกึกก้องรอบกายเขา

ภายหลังลัดเดินพ้นกลุ่มเสา ท้ายที่สุดเขาก็มองเห็นพระราชโอรสจาร์วานที่กำลังรัวฟาดเป้าฝึกหัดที่ทำมาจากไม้ด้วยกระบี่ฝึกฝนที่ทำมาจากเหล็กดกหนัก ท่านเหงื่อแตกชำรุดทรุดโทรมกายและก็ออกแรงอย่างหอบหนักกระทั่งอกกระเพื่อม ท่าทางบอกให้ทราบถึงความปวดร้าวใจรานหัวใจที่ระบายออกมาผ่านการจู่โจมอย่างดุเดือด

สินเฉาหยุดอยู่ในเงา จิตใจของเขาเจ็บแปลบเมื่อได้มองเห็นพระราชโอรสวัยชายหนุ่มที่กำลังก่อกวนด้วยความเจ็บแบบนี้ เขาต้องการจะเข้าไปหาพระราชโอรสเพื่อปลอบประโลมใจแล้วก็ช่วยเหลือให้เขาก้าวผ่านระยะเวลาอันเลวทรามแบบนี้ไปได้อย่างยิ่งเพราะเหตุว่าอย่างเดียวที่ใกล้เคียงกับครอบครัวเยอะที่สุดสำหรับสินเฉาก็คือพระราชโอรสและก็พระพ่อนั่นเอง แม้กระนั้นพระราชโอรสจำเป็นจะต้องการเขาหรือ? เขาเป็นผู้พิทักษ์ประจำองค์ราชา แต่ถ้าว่าเขายังมีลมหายใจอยู่ขณะที่องค์ราชาตายแล้ว

ความโลเลไม่ใช่นิสัยที่สินเฉารู้จักหรือถนัด แม้กระทั้งเมื่อครั้งที่จะต้องต่อสู้ในสนามแข่งขันของน็อกซัส เขายังไม่เคยทราบสึกคลางแคลงตนเองเลย สินเฉาส่ายหน้ารวมทั้งหมุนจะเดินออกไป

สล็อต xo

การปรับเปลี่ยน

การเช็ดกขับไล่พอๆกับการเช็ดกลบตัวตนเจ้ามิได้ถูกลืม เจ้าไม่เคยมีตัวตนแม้แต่น้อย การเต้นของชีพจรเจ้าถูกตีตราว่าไม่สมควรค่าแก่การนับ แม้กระทั้งข้ารับใช้ยังมีเครื่องพันธนาการที่พิสูจน์ให้ทราบว่ามีคุณค่า แม้กระทั้งผู้เสียชีวิตยังมีผู้ไว้อาลัยให้
เราปราศจากความหมายใดต่อคีลาชที่เป็นเผ่าเกิดของเรา ชื่อเรนก้ามิได้ทำให้พวกเขาคิดถึงบริเวณใบหน้าของคนที่เป็นเครือญาติร่วมเผ่ารวมทั้งเป็นลูกของพอนจาร์ฟหัวหน้าเผ่าอีกต่อไปแล้ว เราเป็นคนที่ถูกไล่ให้พ้นไปจากหัวใจและก็เรือนพักพิงของพวกเขา

ไม่มีผู้ใดที่จะหนีออกไปจากชะตาแบบนี้ได้

สล็อตออนไลน์

เราได้ยินมาแบบนั้น ยุคสมัยและก็เลือดสามารถเปลี่ยนสิ่งพวกนั้นได้

หัวใจเรายังเต้นอยู่ เราก็เลยไปพบพวกเขาพร้อมที่ระลึกนึกถึงซึ่งสั่งสมได้ในระหว่างทางที่การเป็นนักล่า โดยไม่มีคำบอกเล่าใด เราถูกพาตัวมาอยู่ต่อหน้าต่อตาบิดาของเรา เขายื่นข้อเสนอให้เรากลับสู่เผ่าในที่นี้ ชื่อของเราจะได้รับการเรียกชื่อ บริเวณใบหน้าของเราจะมีผู้จำ รวมทั้งการเต้นของชีพจรเราจะสื่อความหมายอีกที

แล้วเขาก็บอกให้ทราบดีว่าสิ่งนั้นจำต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยอะไร

เราต้องตามรอยเงา คมเสี้ยวที่คืนไม่มีจันทร์ สิ่งที่น่าแขยง

แม้เอาหัวมันกลับมาจากป่าได้ เราจะผิดขับไล่อีกต่อไป
เราอำพรางตัวกลืนไปกับแมกไม้ เราฟังเสียง สูดกลิ่น และก็ใช้ความสามารถสึก เราค้นหาสัตว์น้อยใหญ่นับพัน มันเป็นสัญชาตญาณที่ได้รับการขัดเกลาผ่านบทเรียนอันไม่มีความสนใจจากมนุษย์ที่ส่งตัวผู้ถูกขับไล่ที่พวกเขาเจอไปสู่ทางที่การไล่ล่า เรายังคงพกมีดที่มาร์คอนให้ประจำตัวไว้

เราตามหาร่างบาปซึ่งอาศัยอยู่ตรงนี้ มันไม่บางทีอาจเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของตรงนี้ได้

ที่ระลึกนึกถึงที่การล่าที่เคยแขวนแผดเสียงกระทบกันตรงเสื้อคลุมของเราไม่อยู่แล้ว เราทิ้งพวกมันไว้ที่ค่ายพัก ช่วงนี้ ข้ามีเพียงแค่มีด ไขน้ำมันสำหรับแต่งขน แล้วก็หัวใจของนักล่าที่เต้นเป็นจังหวะเนิบช้าคงเดิมในอกเรา

ท่ามกลางทุกๆชีวิตในป่าดิบชื้นที่นี้ไม่มีอะไรอยู่เลย… ตราบจนกระทั่งเมื่อสิ่งหนึ่งปรากฏขึ้น มันคืบคลานเข้ามาอย่างแผ่วเบาแต่ว่าชัดเจนในประสาทสัมผัสของเรา ความแปลกประหลาดที่น่าสยองขวัญของมันทำให้เราหยุดชะงักประเดี๋ยวเดียวเพื่อสังเกตการณ์ มันไม่ถูกไปทุกสิ่งทุกอย่าง น่ารังเกียจ สิ่งที่เป็นข้าศึกต่อชีวิตในลักษณะที่ไม่บางทีอาจชี้แจงได้ มันท้าต้านทุกอย่างที่อยู่รอบข้างมัน

การล่าที่จริงจริงเริ่มขึ้นแล้ว เราสะกดรอยไป

เราลัดไปบริเวณไม่แตะสิ่งใด เราฝ่าฝืนสูดของร่างบาปโน่นจนตราบเท่าได้ยินเสียงที่การฆ่าฟันดังขึ้นบอกทาง

บางสิ่งบางอย่างใกล้จะตาย เลยป่าดงต้นไม้ข้างหน้าไป มิได้เป็นการตายที่สบาย

นกป่านักล่าฝูงหนึ่ง ถึงแม้นกนักล่าเหล่านี้จะห่างชั้นจากเหล่ายอดนักล่าในห่วงโซ่ของกิน แม้กระนั้นยังนับว่าเป็นนักล่าที่หาญกล้าและก็เกือบจะไม่เคยกลายเป็นเหยื่อ คนที่จู่โจมพวกมันนั้น แม้มิได้ทำลงไปเนื่องจากว่าอยู่ในสภาวะหิวโหยจนถึงไม่มีหนทางอื่น ก็อาจจะเป็นด้วยเหตุว่าไม่รู้เรื่องซึ้งถึงความน่าอันตรายของพวกมัน

เราแสยะยิ้ม นี่บางทีอาจเป็นคำท้าทาย

jumboslot

กลิ่นของร่างบาปคลุ้งไปทั่ว มันขยุ้มกลุ่มขนเปียกแฉะเลือดแดงฉานที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นป่า เราใช้อุ้งเล็บจิกไต่ลำต้นดกปุ่มๆป่ำๆขึ้นไปถึงยอดของต้นไม้อย่างเงียบเชียบ เราหมอบซุ่มอยู่ในเงาของพุ่มไม้ใบแล้วก็รับทราบได้ถึงความชื้นที่อยู่ภายในอากาศตอนที่หรี่ตาไล่หาจุดมุ่งหมายของเรา

มันเขยื้อนได้เร็วทีเดียว นี่เป็นอาวุธที่มันเฝ้าลับจนถึงปรับปรุงถึงกับขนาดสูง ผ่านองมองเห็นมันเพียงแค่แวบๆในระหว่างที่มันพุ่งขยับไปๆมาๆเพื่อฆ่าเหยื่อแล้วก็จัดเตรียมสังสรรค์มื้อใหญ่

ที่ระลึกนึกถึงที่ชัยไม่ใช่แรงผลักดันสำหรับการล่าของมัน เราสัมผัสได้ถึงความหิวหิวที่ร้ายแรงเพิ่มขึ้นได้จากการเคลื่อนไหวของมัน เป็นสิ่งเหนือไปกว่าสัญชาตญาณดิบที่การเอาตัวรอด

เมื่อนกนักล่าตัวท้ายที่สุดถูกฆาตกรรม เจ้าร่างบาปเริ่มผ่อนความเร็วลง แต่ว่าแต่กระนั้นมันก็ยังไม่อยู่กับที่ มันกระโจนและก็เลื่อนลื่นไถลไปบนพื้นเหมือนกับควัน ในช่วงเวลานี้ เรามองเห็นมันชัดขึ้นแล้ว ภาพที่มองเห็นทำให้เรารู้สึกงงมาก

มันมองเหมือนแมลง แม้กระนั้นก็ไม่ราวกับไปทั้งผองพลาดท่าเดียว องค์ประกอบต่างๆของมันมองไม่ถูกฝาผิดตัว ทั้งยังแขนขา ผิวเนื้อ เปลือกรวมทั้งอุ้งเล็บของมันไม่น่าจะมาอยู่รวมกันในร่างเดียวได้ องค์ประกอบทั้งสิ้นนี้ถูกหุ้มห่อด้วยกระดูกที่มันเงาและก็เป็นสีม่วงคล้ำราวผลไม้เน่า อากาศรวมทั้งแสงสว่างรอบข้างมันสลัดวน เพราะว่าไม่ได้อยากต้องการสัมผัสสัมผัสร่างของมัน

โน่นทำให้เรารู้เรื่องขึ้นมา ร่างบาปถูกตีตราของผู้ถูกขับไล่เหมือนกัน เราพร้อมจะส่งมันกลับไปสู่ความเละที่สร้างมันขึ้นมาแล้ว

เรากำมีดของมาร์คอนไว้รวมทั้งไต่ก้านไม้ลงมา

ไม่มีเสียงอันใดเล็ดลอดออกมาในเวลาที่เราขยับไปข้างหลังของสิ่งมีชีวิตนั้น มันไม่สนใจการบุกติดของเรานิดหน่อย เราทราบดีว่าจะต้องเคลื่อนเช่นไรไม่ให้มีใครมองเห็นหรือได้ยินจวบจนกระทั่งกำลังจะถึงนาทีข้างหลังการฆ่าเมื่อความระทึกใจสูบฉีดไปทั่วร่าง เราก้าวขึ้นมาเป็นยอดเยี่ยมนักล่าได้ไพเราะการปรับตัว ด้วยเหตุว่าสัญชาตญาณ… รวมทั้งช่วงนี้ สัญชาตญาณของเรากำลังกรีดก้องว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างจากปกติ

ความลังเลใจช่วยทำให้เลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราไม่ต้องหลั่งรินไปรวมกับกองเลือดของนกนักล่าฝูงนั้น เราเกือบจะไม่เห็นอุ้งมือของมันที่ฟาดตะครุบลงมาถูกจุดที่เราแทบจะไปอยู่ มันรู้อยู่แล้วว่าข้ามา ถ้าเกิดเรามิได้หยุดชะงักเท้าไว้ ก็อาจจะตายด้วยอุ้งมือมันไปแล้ว

ทุกสิ่งราบรื่นเกินความจำเป็น ง่ายดุยเกินความจำเป็น เราคงจะฉงนใจฉุกคิดได้ก่อนหน้าที่ผ่านมา คำมั่นสัญญาของพอนจาร์ฟทำให้เราดวงตามืดบอด ทำให้ข้ามั่นหัวใจจนกระทั่งฮึกเหิมจนกระทั่งมิได้ดูแลตัว

เสียงแหลมสูงดังออกมาจากคอของภูติผีปีศาจตัวนั้น มูกน้ำลายสอห้อยที่ฟันกรามมัน แผ่นข้างหลังมันขยับเขยื้อนแล้วก็ทำให้เปลือกกายของมันถูกดันออก มันแผดเสียงร้องที่เราฟังไม่ออกว่ามาจากความเจ็บหรือความพอใจในช่วงเวลาที่อวัยวะใหม่ของมันแตกหน่อออกมาเป็นปีกที่มองน่าเกลียดและก็มีมูกของเหลวหยดออกมา มันแลเห็นภัยรุกรามที่เราก่อ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงตาม มันไม่คิดจะยอมยกธงขาวกลายเป็นเหยื่อ

เราพุ่งตัว

ช้าไป การโต้ตอบของมันนำมาซึ่งการทำให้มีดของมาร์คอนกระเด็นหลุดมือ ความโง่เง่ารวมทั้งอารมณ์ที่ครอบครองทำให้เราเผลอมองตามแวบหนึ่ง ข้อผิดพลาดคราวนี้เปิดทางแหว่งให้ร่างบาปเข้าจู่โจม
[NPC5]
อุ้งเล็บเหวี่ยงฟาดลงมาอีกที ความเจ็บปวดร้อนแล่นวาบ เสียงคำรามดังก้องกังวาลในหูทั้งสองข้างของเรา

เราล้มลง เลือดอาบหน้า

เราปีนป่ายถอยหนี อุตสาหะกระพริบตาไล่เลือดที่บังการมองมองเห็น ดวงตาข้างขวาเห็นภาพมัว ส่วนข้างซ้ายมืดมาก เสียงคำรามยังคงกระหึ่ม

เรายกมือขึ้นจับแก้ม เราทราบได้ว่าสิ่งที่สัตว์ร้ายเอาไปเป็นยังไง

ร่างบาปสลัดปีกเพื่อสลัดมูกเปรอะเปื้อนให้หมดจากปีกแล้วก็บินขึ้นมาอยู่เหนือร่างเรา มันแยกเขี้ยวซึ่งไม่ทราบว่าเป็นสัญญาณท้าให้สู้ต่อหรือเป็นรอยยิ้มอันเหี้ยมโหดอำมหิต ก่อนที่จะยกดวงตาข้างซ้ายของเราขึ้นเพื่อเรามอง แล้ว มันแล้วก็ค่อยๆเลื่อนเอาดวงตาอาบเลือดดวงนั้นมาไว้เหนือเขี้ยวก่อนและก็หย่อนยานลงคอหอยของมัน

เรารู้สึกจุกขึ้นมาที่คอ เรากำมือแน่นแล้วก็เอาขึ้นเช็ดดวงตาข้างที่เหลืออยู่

รอยตราบาปที่มันก่อ เครื่องหมายที่บอกถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัตว์ร้ายตัวนี้ดึงสถานะนักล่าของเราทิ้งไป เราไม่รู้จักสึกเจ็บแม้แต่น้อย มีแต่ว่าความเกรี้ยวกราด

เราพุ่งเข้าใส่มัน เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มีด ข้ามีอุ้งเล็บที่ประจำตัวมาแต่ว่ากำเนิดและก็เสียงคำรามประกาศชัยที่เราได้ศึกษามาด้วยตัวเอง เราควรต้องไม่แพ้

พวกเราปะทะกัน

เครดิตฟรี

การสาดกระเด็นของเลือดดูเหมือนจะดำเนินไปไม่รู้จักจบสิ้น พวกเราเปลี่ยนกันไล่รุก ความน่าแขยงเป็นเช่นความมืดมนมิดอันหนาวเย็น เราเป็นศูนย์กลางของพระอาทิตย์ที่การชำระแค้น พวกเราต่อสู้ใส่กันซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งอื่นในโลกนี้ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ท้ายที่สุด เมื่อถึงยามกลางคืน ศัตรูของเราก็หนีไป

หรือ… โน่นเป็นเพียงแค่สิ่งที่เราปรารถนามองเห็น? บางโอกาส มันบางครั้งอาจจะได้ทำความเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ทำเป็นจากเราแล้วแล้วก็สัญชาตญาณก็บอกให้มันผละไปสู่สิ่งอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่า ความอ่อนเพลียเข้าครอบครอง เราทรุดกายลงในภาวะซึ่งมีแต่รอยแผลโชกเลือดทั่วร้างรวมทั้งความรู้สึกใหม่อันทรามที่ว่าตัวเองมีความเชื่อมโยงกับสัตว์ร้ายตัวนั้น ความสัมพันธ์ซึ่งเกิดขึ้นในนาทีที่มันรับประทานองค์ประกอบหนึ่งของเราเข้าไป

พวกคีลาชเรียกร่างบาปนี้ว่าค้าง’ซิกข์

ในภาษาโบราณ คำนี้มีความหมายว่า “พบเจอกับตัวเอง”

จริงทีเดียว มันแปรไปในขณะที่พวกเราต่อสู้กัน มันเติบโตรวมทั้งเปลี่ยนแปลงไป มันก้าวไปด้านหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อหาข้อจำกัดของมัน ในตอนที่เราหันกลับมามองดูตนเอง มองดูอดีตกาลของเรารวมทั้งเผ่าแหล่งกำเนิดของเราเพื่อปลุกพลังที่ความโกรธเคืองโกรธของเราในฐานะผู้ถูกขับไล่

เท่านี้มันน้อยเกินไป ในเมื่อมันเปลี่ยนแปลง เราก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง

เพราะว่าเราจำเป็นจะต้องฆ่ามันให้ได้

สล็อต

ดาวสนธยา

ฉันมีปริศนาที่ต้องการถามคุณเยอะไปหมด ฉันแอบมองมองดูคุณระหว่างที่พวกเราเดินไปร่วมกัน คุณดูตรงไปด้านหน้า ฉันมองเห็นคุณส่ายตาดูดูไปทั่วยังสุดขอบขอบเขตของสวนสาธารณะซึ่งอยู่ไกลออกไป ผมสีแดงของคุณสะท้อนประกายแสงตะวันท้ายที่สุดของยามบ่ายในทุกก้าวที่เดิน คุณมองเห็นอะไรรึเปล่านะ? ธรรมดาแล้วคุณเที่ยวตรวจอย่างงี้หรอ? คุณเบื่อรึเปล่านะ? คุณมาตรงนี้เพราะเหตุไร? เชื่อว่าเลยว่าคุณจะต้องการมา คุณมาเพราะเหตุใดนะ? ฉันเร่งฝีเท้าเพื่อตามคุณให้ทัน

“ฟอร์จู—ซาร่าห์” ฉันเปลี่ยนวลีเพราะว่าคิดขึ้นได้

สายตาของคุณยังคงจ้องอยู่ที่ทางเบื้องหน้า ฉันเลยบอกต่อ

“ขอบคุณมากที่มานะ ฉันทราบว่าเชื้อเชิญคุณแบบฉับพลันไปหน่อย บางคราว ลูลู่ก็วาดภาพอะไรแปลกๆที่แท้ก็เยอะแยะเลยล่ะ แล้วผู้รักษาดวงดาวผู้อื่นจากกลุ่มของคุณ—”
“เอซถูกกักขังจริงๆลักซ์” คุณบอกขึ้น

สล็อตออนไลน์

“โอ้” ฉันติดๆขัดๆ “ไม่ต้องคิดมากหรอก” ฉันรู้สึกได้เลยว่าแก้มของตนเองกลายเป็นสีชมพู ฉันดึงปลายถุงมือของตน คุณหันมามองดูฉันด้วยรอยยิ้มกริ่มที่ทำให้สีหน้าท่าทางคุณมองสุภาพขึ้น

“เขาเองก็ต้องการมาที่นี่็” คุณกล่าวต่อ “โซรากะก็ด้วย แม้กระนั้นกลุ่มแพนธิออนคนไม่เพียงพอ แล้วคืนวันนี้สินดร้าก็ติดดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย—”

“—แล้วอาริล่ะ?” ฉันพูดโพล่งถามเร็วเกินความจำเป็น

รอยยิ้มของซาร่าห์แข็งทื่อไป “ตอนนี้เขายุ่งๆน่ะ”

“ช่างเถอะ”ฉันกล่าวพลางคิดหาทางแปลงเรื่องคุย ที่กึ่งกลางสวนสาธารณะ แจนน่ากำลังดันป๊อปปี้และก็จิงซ์ผู้มีนิสัยถูกใจเอารัดเอาเปรียบบุคคลอื่นให้ขึ้นไปนั่งบนม้าหมุนที่แผดเสียงเอี๊ยดอ๊าด ลูลู่นั่งแกว่งชิงช้าอยู่ในจุดที่ใกล้ๆนั้น โซ่ชิงช้าที่ทำมาจากโลหะแผดเสียงกระทบกันเบาๆเหมือนกับกระดิ่งลมอันเดียวถาง ในสวนสาธารณะไม่มีผู้ใดอื่นเว้นเสียแต่เรา “เงียบจังเลยเนอะ”

“ก็อย่างที่คุณบอก บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” คุณบอกแบบสบายๆ

ฉันถือแผ่นกระดาษที่พับไว้ออกมาจากกระเป๋า ขอบกระดาษที่ฉันฉีกมาจากสมุดเขียนของลูลู่นั้นรุ่ยแล้วก็สลัดกระจายกึ่งกลางสายลมเอื่อยๆ ทรงของเครื่องมือสนามเด็กเล่นแล้วก็สายไฟฟ้าที่อยู่รอบสวนสาธารณะกลางเมืองวาโลแรนนั้นกระจ่างแจ้งพอเหมาะพอควร แม้กระนั้นสิ่งที่ฉันหนักใจก็คือวงกลมนับสิบๆที่อยู่บนฟ้า ป๊อปปี้พูดว่าห้องเรียนวิชาฟิสิกส์มันอากาศอบอ้าวเกินความจำเป็นแล้วลูลู่ก็มัวแต่วาดภาพเล่นเรื่อยเปื่อยแก้ง่วงหงาวหาวนอน

“มองสิ!” เสียงร้องของลูลู่ที่ดังมาจากชิงช้ากระตุกฉันออกมาจากห้วงความคิด คุณแกว่งชิงช้าไปจนกระทั่งจุดสุดยอดแล้วก็ชี้เส้นขอบฟ้าด้วยอาการตื่นเต้น มีแสงไฟจุดหนึ่งพึ่งปรากฏขึ้นตัดกับผืนฟ้า “ดาวย่ำสนธยา! ฉันมองเห็นก่อนคนไหนเพื่อนพ้องเลย”

ฉันผ่อนลมหายใจที่ไม่รู้ตัวว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้กลั้นไว้ออกมา ก็แค่ดาวดวงหนึ่ง พวกดาวรังควานพวกเรามิได้

“ดาวย่ำสนธยามันไม่ใช่ดาวจริงๆซะหน่อย” ป๊อบปี้ทำเสียงเอือมระอา “ตามหลักแล้ว มันเป็นดาวพระเคราะห์”

“แจนน่ากล่าวว่าทั้งหมดทุกอย่างมีแสงสว่างดาวอยู่ด้วย” ลูลู่แย้งกลับ

แจนน่าผงกศีรษะเห็นด้วย

jumboslot

“คุณจะขออะไรล่ะ ลูปส์?” จิงซ์โยนชิโระกับคุโระสลับกันไปๆมาๆด้วยอาการเหม่อลอยในขณะม้าหมุนขยับวนไปเรื่อยลูลู่ออกแรงใช้เท้าถีบพื้นเพื่อส่งแรงให้ชิงช้าแกว่งไกวสูงมากขึ้น

“ดาวเยอะมากๆเลย!” คุณแผดเสียง “ฉันต้องการมองเห็นดาวเยอะมากๆ”

“แต่ว่ามันยังไม่มืดดี” จิงซ์บอก “ยังไม่เห็นดาวดวงอื่นๆหรอก”

“ไม่เกี่ยวสักนิด” ลูลู่ใช้เท้าถีบพื้นแรงขึ้น “ถึงอย่างไรดาวดวงอื่นๆก็อยู่ตรงที่ของพวกมันตลอดระยะเวลานี่ แม้กระทั่งไม่เห็นก็เหอะ”

“ที่ไอพ่นจรวดกล่าวก็ถูก” ป๊อปปี้อำพรางลักษณะของตนเองที่จำต้องฝืนใจเห็นด้วยกับจิงซ์โดยการทำเป็นตรวจมองรอยถลอกปอกเปิกที่มิได้มีอยู่จริงบนค้อนของตัวเอง “ถ้าเกิดเป็นในเมือง มันจะต้องมืดตึดตื๋อก่อนถึงจะมองเห็นดาว มันไม่ราวกับที่ค่ายนะ”

ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นป้องปากและก็ตะโกนร้อง “ทุกคนบอกถูกหมดล่ะ” จิงซ์อ้าปากจะโต้เถียง แม้กระนั้นและยักไหล่รวมทั้งเห็นด้วยความมีชัยคราวนี้ไป

ฉันหันกลับไปพบซาร่าห์

“พวกเขาเป็นอย่างงี้ตลอดเลยหรอ?” ซาร่าห์ถาม ฉันแน่ใจว่าคุณคงกำลังคิดเทียบเรากับกลุ่มของคุณอยู่แน่นอนบทสำหรับพูดแบบงี้คงจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่หากมีแต่ว่าพวกเขา พวกเขาคงดำเนินงานเอาจริง เที่ยวตรวจตรวจสอบสวนสาธารณะรวมทั้งจบหน้าที่ไป ฉันมองไม่ออกว่าซาร่าห์รู้สึกผิดหวัง หรือหงุดหงิดรำคาญ หรือทั้งคู่อย่างกันแน่

“เป็นว่าพวกเขาแย้งกันหนักอย่างงี้ตลอดรึเปล่าอ่ะหรอ?” ฉันหยั่งท่าที “ไม่หรอก เป็นว่า มันก็ใช่ล่ะ… บางครั้งบางคราว—”

“ความไม่รู้เดียงสานี้” คุณพูดเสียงค่อยๆ

“เอ่อ… ก็คุณมีอาริเป็นหัวหน้านี่ท้องนา คุณก็จะต้องทราบแน่ว่าจำต้องทำอะไรอย่างไร ส่วนกลุ่มพวกเรา ก็นะ… พวกเขามีแม้กระนั้นฉัน”

เครดิตฟรี

“ความไม่รู้เดียงสามันก็มิได้ห่วยแตกเสมอหรอก” คุณเริ่มเหม่อไปไกลอีกทีประหนึ่งว่ากำลังบากบั่นรำลึกถึงความฝันครั้งเก่าก่อน ซาร่าห์ผงกศีรษะช้าๆเช่นเดียวกันกับกำลังเห็นด้วยกับสิ่งที่ผุดขึ้นมาในความจำ “ใช่ คุณทำให้ฉันรำลึกถึงคนคนนั้นโน่นล่ะ”

“ฉันเนี่ยนะ? ทำให้คุณรำลึกถึงอาริหรอ?!” ฉันถามแล้วก็มานะเต็มกำลังที่จะคุมน้ำเสียงไม่ให้มองห่อเหี่ยว นี่คุณมีความรู้สึกว่าฉันราวกับอาริจริงหรอ? ที่ไหนกันเนี่ย? บางครั้งอาจจะเป็นอาริยุคที่อายุน้อยกว่านี้รึเปล่า? เป็นว่าคุณก็ควรทราบสิ ก็คุณเป็นผู้หมวดของอารินี่ท้องนา กลุ่มเก่าของอาริมีผู้หมวด ผู้คนจำนวนมากรึเปล่านะ? ถ้าเกิดกลุ่มของเรารวมกัน ฉันบางครั้งก็อาจจะได้เป็นคนอื่นๆแทน อย่างซาร่าห์อะไรงี้?

“ไม่เลย” ซาร่าห์หัวเราะขึ้นมาเฉยเมยเลย ฉันไม่รู้เรื่องว่าคุณอ่านใจผู้อื่นได้รึเปล่า แม้กระนั้นความมุ่งหวังฉันดับวูบไม่ได้แตกต่างจากลูกโป่งที่ถูกปลดปล่อยลมออก

“บุคคลอื่นน่ะ คุณทำให้ฉันรำลึกถึงอีกคนหนึ่ง” ซาร่าห์ตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “เป็นผู้ที่จากฉันไปตั้งแต่เมื่อก่อน หญิงคนนั้นก็มีผมสีชมพูแบบเดียวกัน” คุณดูฉันอีกที ฉันพากเพียรไม่ขยุกขยิกไปๆมาๆระหว่างที่โดนจ้องมองตรวจสอบ “คิดไปคิดมา คุณเองก็จงรักเหลือเกินเช่นเดียวกันนะ… และก็ช่างฝันอย่างยิ่ง จะว่าไปคุณน่ะเสมือนพวกเขาผสมๆกันมากยิ่งกว่า” คุณสรุป
[NPC5]
พวกเขา? กลุ่มที่คุณเสียไปถ้าเช่นนั้นหรอ? เกิดเรื่องไม่ดีรึเปล่า? พวกเขาเป็นใครกันแน่กันนะ? ฉันเพิ่มปัญหาอีก 10 ข้อที่ต้องการจะถามคุณเข้าไปในรายการปัญหาในหัวที่ยาวยืดขึ้นเรื่อยโดยตลอด

เรื่องราวมันคืออะไรกันนะ?

“ลักซ์! ซาร่าห์! มองสิ” ลูลู่ตะเบ็งอย่างสุขสบายขึ้นมาสอดแทรกห้วงความคิดของฉันก่อนที่จะฉันจะคิดไปไกลกว่านี้ “คำภาวนาของฉัน!”

พวกเราหันกลับไปดูสนามเด็กเล่นที่อยู่ห่างออกไป ฉันกวาดสายตามองอย่างคร่าวๆลูลู่ จิงซ์ ป๊อปปี้ แจนน่า ทุกคนยังไม่เป็นอันตรายดี แสงสว่างยามเย็นทำให้พวกเขามองละมุนตารวมทั้งเด็กกว่าอายุจริง ประทีปประดับประดาถนนหนทางในสวนสาธารณะสว่างพรึ่บขึ้นมาพร้อมพอดิบพอดีอย่างบังเอิญเชิญชวนให้ไม่น่าเชื่อใจ กรุ๊ปแสงสว่างพริบพราวแพรวลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา ทุกคนในกลุ่มดูเหมือนกับว่ากำลังตกอยู่ในห้วงความฝันที่ความฝันอันน่าพิศวง

“ลูปส์ อย่างที่จิ๋วเยี่ยมบอกเลย มันยังไม่มืดพอเพียง…” เสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ดังมาจากม้าหมุนเบาๆช้าลงจนกระทั่งอยู่นิ่งตอนที่แจนน่า ป๊อปปี้ และก็จิงซ์แหงนดูเช่นเดียวกัน ฟ้ามืดลงอย่างเร็ว เร็วมากเกินความจำเป็น ฉันเกือบจะไม่เห็นกลุ่มต้นไม้ที่อยู่ตรงขอบสวนสาธารณะแล้ว ซาร่าห์กับฉันเริ่มเร่งฝีเท้ากลับไปที่สนามเด็กเล่น

สล็อต

คืนสู่เหย้า

ลูเซี่ยนนั่งอยู่บนยอดเนินใต้เงาของไทรใหญ่รวมทั้งส่ายตาดูมองดูไปทั่วซอกเขาระดับล่าง มือเขาวางอยู่บนปืนพกทั้งคู่กระบอกของเขา นิ้วก็คลำแตะต้องผิวโลหะสำริด หมอกร้ายกาจโรยตัวปกคลุมที่ราบลุ่มสีเขียวชอุ่มรวมทั้งกลืนรับประทานทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเขยื้อนผ่าน แฮร์โรว์วิงได้เริ่มขึ้นบนเกาะที่นี้ตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้
แสงสว่างจากคบเพลิงนับไม่ถ้วนเขยื้อนท่ามกลางความมืดดำมิด กรุ๊ปหมอกลอยปกคลุมทั่วรอบๆ เปลวหยีจนกระทั่งเบาๆดับลงครั้งละกองๆระยะห่างนั้นไกลเกินกว่าจะนำพาเสียงกรีดของคนที่กำลังจะสิ้นใจมาถึงได้
แต่ว่ามีแสงสว่างหนึ่งที่ยังเจิดจ้า แสงสว่างเรืองสีเขียวจางของมันล่องลอยกึ่งกลางหมอกดุร้ายเหมือนกับมิได้อิทธิพลใดจากหมอกนั้น เปลวเพลิงทรามที่วิญญาณบาป หัวใจของลูเซี่ยนเต้นรัวเมื่อเห็นภาพข้างหน้าพร้อมความรู้สึกเดือดลนลานที่แล่นไปทั่วร่าง

เขาถลันลงจากเนินโดยเพียรพยายามทรงตัวบนทางที่มีหินก้อนกรวดเรียงกันหละหลวมๆจนตราบเท่ามาถึงที่ราบข้างล่าง ศพร่างหนึ่งนอนอยู่กึ่งกลางดงหญ้าสูง แขนทั้งสองข้างของร่างนั้นเกาะหัวไหล่ไว้แน่น ดวงตาเบิกโพลงเปิดเผยให้มองเห็นดวงตาดำสนิทที่มองดูฟ้าซึ่งไม่มีแสงเดือน เขาเดินผ่านไปเพื่อตามหาต่อ

สล็อตออนไลน์

ศพที่ห้าทำให้เขาจำเป็นต้องหยุดชะงัก ร่างของชายแก่อยู่ในท่าเหยเกเพราะเหตุว่าความเจ็บร้ายแรง เสื้อคลุมขาดเป็นริ้ว เนื้อฉีกแขวน มองดูด้วยสายตาที่ชำนิชำนาญก็รู้ว่าเป็นรอยแผลจากเคียวแน่ๆ

ลูเซี่ยนเปลี่ยนเส้นทางแล้วก็เดินตามรอยศพไปจนกระทั่งตีนเนินที่สูงชัน เขาไต่ไต่ขึ้นไปผ่านดงไม้พุ่มไม้ที่เรียงหน้าดก เสียงกรีดดังขึ้นให้ได้ยินตั้งแต่เขายังไม่ถึงยอดเนินที่อยู่ไกลออกไป

หมอกร้ายกาจหลั่งไหลเย็บปกปกคลุมทั่วรอบๆลานเตียน มันเขยื้อนถั่งโถมและก็ขยับแปลงในขณะทรงที่มองง่อยเปลี้ยเสียขาขยับเขยื้อนอยู่ในกรุ๊ปหมอกดก ชาวเกาะซึ่งอยู่ในภาวะขวัญหายพากันวิ่งกระโจนลงจากผาสูงลงสู่ห้วงมหาสมุทรด้วยความมุ่งหวังอันน้อยนิดที่จะรักษาชีวิตรอด สายหมอกกลืนรับประทานพวกเขาทั้งปวง เงาคลั่งโรยตัวปกคลุมวิญญาณอันน่าสังเวชที่ออกเสียงกรีดลั่นระงมผสานกับเสียงคำรามอันเลวร้ายที่ดังกระหึ่มอยู่ด้านใน

เขาเล็งปืนไปยังมวลสารที่ดีดตัวพุ่งขึ้นมา ฝูงวิญญาณร้ายที่กรีดโหยหวนทะยานออกมาจากหมอกเพื่อจู่โจมใส่เขาด้วยคมกระบี่อันไร้มนุษยธรรมแล้วก็เขี้ยวฟันอันน่าสยอง

เขายิงลำแสงชำระล้างสวนเข้าใส่ภูตผีจะต้องคำแช่งพวกนั้น แรงดีดนำมาซึ่งการทำให้เขาเซถอยไปหนึ่งก้าว ส้นรองเท้าเขาเหยียบลงที่ขอบขอบผา เขาหันละเลยไหล่ คลื่นสมุทรที่ป่วนปั่นโหมซัดริมตลิ่งท่ามกลางความมืดมนมิดของระดับล่าง

เสียงหัวเราะแผดดังขึ้นท่ามกลางเสียงโหยหวนของผีจำนวนนับไม่ถ้วน เขาหมุนพร้อมเล็งอาวุธในมือทั้งสองข้างไปที่หมอกซึ่งกำลังเขยื้อนเข้ามา ไฟสัญญาณส่องอยู่กึ่งกลางกรุ๊ปหมอกที่ขยายใหญ่ด้วยความพลุ่งพล่าน

jumboslot

ลูเซี่ยนเก็บปืนกระบอกหนึ่งใส่ซองรวมทั้งล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค้ตหนัง เขาควานหาพบระเบิดมือและก็เอามันออกมา ที่เปลือกผิวหยาบคายของระเบิดขนาดเท่าฝ่ามือมีเครื่องหมายประทับไว้ ถึงเวลาพิสูจน์แล้วว่าช่างทำอาวุธวัยแก่ในใบเสร็จรับเงินจ์วอเทอร์น่าไว้วางใจหรือไม่

เขาปาระเบิดออกไปไกลเป็นเส้นโค้งแล้วก็เมื่อมันถึงจุดสุดยอดของรัศมีวงโค้ง เขาก็ลั่นกระสุนปืน ระเบิดมือแตกกระจายเป็นกรุ๊ปผงสีเงิน ผงนั้นลอยหมุนแล้วค้างอยู่ในอากาศเป็นช่องเวิ้งประกายวับๆที่อยู่กับที่อยู่ท่ามกลางไอหมอกที่ความตายและก็ไล่ส่งหมอกร้ายกาจให้พ้นไป

เธร็ชยืนอยู่ภายในรอยแยกนั้นเหนือร่างหญิงสาวผู้หนึ่ง นางบิดกายไปๆมาๆด้วยความเจ็บในตอนที่เคียวปลายโซ่ฝังจิกลงไปในเนื้อกายแล้วก็ฉุดกระชากวิญญาณของนางออกมาจากร่าง ผู้คุมโซ่ปลิดวิญญาณชูตะเกียงโบราณของเขาขึ้นในขณะมันเริ่มส่องแสงเรือง ร่างไม่มีชีวิตของหญิงสาวตกลงไปกองที่พื้นแล้วก็ตะเกียงดวงนั้นก็รับผู้ต้องขังรายใหม่เข้าไปสถิต

ภูติผีหันมาหาลูเซี่ยนแล้วก็แสยะยิ้ม “เราในเฮเลียนึกถึงเจ้าแล้วก็เป็นห่วงว่าเจ้าจะลืมรสของชัยไปเสียแล้ว นักล่าเงา”

เธร็ชเคาะตะเกียงดวงนั้น มันสว่างวาบขึ้นมาอย่างกับสนองตอบสัญญาณจากเขา

“มองสิ เพียงพอเจ้ามา วิญญาณของนางก็สว่างขึ้นเลย” เธร็ชเอ่ย “ความมุ่งหวังที่เจ้าหยิบยื่นให้ มันช่วยดีขึ้นกว่าเดิมความทุกข์ระทมแสนสาหัสได้ชั่วครั้งคราว”
[NPC5]
สายตาของลูเซี่ยนขยับดูตะเกียงดวงนั้น ผงสีเงินกระจัดกระจายเฉดหัวไล่รัศมีแสงสว่างป้องกันที่แบออกมาจากตารางขังวิญญาณที่หุ้มห่อด้วยเหล็กดัดลวดลาย เขากำปืนทั้งคู่กระบอกไว้แน่นคอยจังหวะ

“โอ้ แต่ว่าถ้าหากทำผิดพลาดก็จำต้องรับผลเสียที่ตามมาด้วย” เธร็ชหัวเราะ “พวกมันช่วยตัดทอนความเจ็บปวดรวดร้าวทุกข์ทรมานแสนสาหัสของนาง ความคาดหมายทั้งปวงลอยละลิ่วหลุดลอยเสมือนเด็กที่ถูกเหวี่ยงชนหิน”

ห้วงความคิดลูเซี่ยนหวนคิดไปถึงการเจอกันครั้งปัจจุบันของพวกเขา แม้กระนั้นเขาเพียรพยายามปัดความนึกคิดนั้นทิ้งไป

“เจ้าทราบรึเปล่าว่าสิ่งนาขี้ตระหนี่ลัวที่สุดเป็นยังไง?” เธร็ชเอ่ย “การที่จะต้องทนทุกข์จนกระทั่งวันสุดท้ายของทุกสิ่ง โดยมีเจ้าอยู่ใกล้เคียงยังไงล่ะ”

ไฟในตะเกียงดวงนั้นวูบไหว ลำแสงสีเขียวซีดเผือดริบรี่ลง เขารู้สึกได้ว่านางกำลังขยับเอื้อมมาสวมกอดเขาด้วยความอบอุ่นที่ไม่บางทีอาจสัมผัสได้ซึ่งเจอได้ในจากวิญญาณแล้วก็ความจำแค่นั้น

ลูเซี่ยน…

ไออุ่นกระจายขึ้นมาในหัวใจของเขาเมื่อได้ยินเสียงนาง เธร็ชบอกถูก เซนน่ารับทราบถึงตัวตนของเขาเมื่อใดก็ตามเขาอยู่ใกล้ ความรู้สึกนางส่งมาจะมีพลังแรงขึ้นเมื่อใดก็ตามเจอกัน เหมือนกับท้าอำนาจของผู้คุมโซ่ปลิดวิญญาณรวมทั้งการทรมาทรกรรมจากเขา พวกเขาจับสัมผัสของกันและกันได้เมื่อเขาก้าวขึ้นมาบนเกาะที่นี้

ตะเกียงสั่นไปๆมาๆอยู่ในกำมือของเธร็ช แสงสว่างแรงหมุนเป็นเกลียวอยู่ในตะเกียงและก็ดิ้นรนขยายดันตัวตะเกียงที่ขัง เธร็ดูองดูการเคลื่อนที่นั้นรวมทั้งเพียงแค่ยิ้มเยาะ ลูเซี่ยนเล็งปืนคู่ของเขาไปยังพลังป่วนปั่นในก่อตัวขึ้นภายใน แสงสว่างปกป้องของตะเกียงดวงนั้นเริ่มจางลง

ในขณะนี้เลย สุดที่รัก…

ลูเซี่ยนยิงปืน

เครดิตฟรี

ลำแสงทะลวงเผาแนวคุ้มครองป้องกันที่คลอนแคลนแล้วก็พุ่งชนลำแสงทะลวงแนวปกป้องที่กระเพื่อมไปๆมาๆไปชนชิ้นเหล็ก ตะเกียงที่ห้อยติดอยู่ที่โซ่แกว่งไกวอย่างหนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ตารางกักวิญญาณอันดั้งเดิมชิ้นนี้โดนเปลวเพลิงชำระล้างของเขาจู่โจม

เธร็ชร้องขู่คำรามด้วยความเกรี้ยวกราดแล้วก็สลัดมือพาตะเกียงไปไว้ข้างๆ

แก๊สพิษของหมอกดุร้ายระเบิดขึ้นในตะเกียงดวงนั้นและก็หุ้มครอบเกลียวแสงสว่าง เงามืดขยายตัวกลืนรับประทานสิ่งที่เปรียบได้ดั่งร่างของหญิงสาวคู่รักของเขารวมถึงผีเยอะมากที่ดิ้นรนต้องการมีอิสรภาพ นางถูกทึ้งฉุดกระชากและก็กรีดในขณะความมืดดำแผ่กระจายในตะเกียง

“อย่า!” ลูเซี่ยนร้องขึ้นมาพร้อม “ปลดปล่อยนาง!”

เธร็ชหัวเราะ เสียงหัวเราะอันโหดเหี้ยมดังกระหึ่มเย้ยหยันในระหว่างที่เซนน่ากรีดด้วยความเจ็บ

ลูเซี่ยนหันกระบอกปืนไปทางเธร็ช ความเกรี้ยวกราดทั้งสิ้นที่เขารู้สึกถูกส่งไปที่อาวุธประจำกายที่ระเบิดเปลวไฟออกไป

พลังที่ถูกยิงออกไปพุ่งเข้าใส่ร่างของผู้คุมโซ่ปลิดวิญญาณจนถึงกำเนิดเปลวชำระล้างหุ้มห่อร่างอันต่ำช้าของเขา ลูเซี่ยนพุ่งตัวไปด้านหน้ารวมทั้งซัดยิงซ้ำ แต่ว่าการจู่โจมคราวนี้กลับไม่เกิดผลเนื่องมาจากถูกปัดป้องด้วยรัศมีที่ความมืดดำที่แบออกมาอีกทีจากตะเกียงดวงนั้น

เปลวไฟที่เผาผลาญเธร็ดูอดดับลงด้วยฤทธิ์ของพลังที่ความมืดมนนั้น เขายิ้มรวมทั้งยกตะเกียงขึ้นในอากาศเหมือนกับเป็นรางวัลให้แย่งชิง

ลูเซี่ยนรู้สึกหนักขึ้นมาในอก การจู่โจมทะลวงพลังคุ้มครองปกป้องของตะเกียงได้แท้ๆแต่เสียเปล่า ผงสีเงินที่อยู่รอบกายเขาลอยหล่นลงสู่พื้น สายหมอกร้ายกาจชำแรกแทรกเข้ามาในโพรงป้องกันที่เกิดขึ้นมาจากอำนาจของระเบิดมือ รอยแยกเริ่มปิดลง ตอนนาทีทองสิ้นสุดลงสุดแท้แต่คู่รักของเขายังถูกคุมขัง

สล็อต

แดนอเวจีเบื้องหน้า

มันเป็นเมืองที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีชีวิตชีวา อย่างกับจะถูกทะเลทรายกลืนรับประทานไม่ได้ต่างอะไรจากเมืองอื่นที่อยู่ห่างจากรางรถไฟมาด้านใต้ไกลขนาดนี้ เรานึกออกว่ามันเคยเป็นเมืองที่งดงามอย่างยิ่งจริงๆในสมัยที่การขยายดินแดนครั้งใหญ่ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เกือบจะไม่มีอะไรเหลือนอกเหนือจากร้านเหล้าแห่งหนึ่งที่เลอะเทอะเกรอะกรังแล้วก็บ้านช่องปริมาณถือมือที่ทรุด บริเวณใบหน้าประชาชนดูไม่สดใสและก็หมองคล้ำหม่นหมองอมทุกข์—พวกเขามองเราด้วยหวังว่าจะมีแนวทางสู่การรอคอยดพ้น แต่ว่าเราไม่ใช่เทวทูตโดยแท้จริง และไม่อาจจะส่งผลให้คำภาวนาของพวกเขาเป็นจริงได้

เรายังไม่แน่ใจว่าเมืองนี้จะทนภาวะความมืดมนมิดที่เขตแดนได้นานเท่าไร หรือจะยังคงรอคอยต้อนรับเราอยู่นี้เมื่อเรากลับมาหรือเปล่า จะอย่างไรก็ดี เราจำต้องรีบไปต่อ

สล็อตออนไลน์

จุดมุ่งหมายของเราอยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งปกคลุมด้วยเงาของซุ้มหินทรายและก็ความกันดารที่ครอบคลุมพื้นที่เป็นระยะทางหลายไมล์ ไร้คนสติดีใครจะมาตั้งหลักแหล่งอยู่ภายในเขตพื้นที่แบบนี้ซึ่งเป็นภัยแล้วก็อันตรายต่อการดำรงชีพแม้กระทั้งสำหรับคนที่เตรียมความพร้อมอย่างดีเยี่ยม แล้วก็แผนการที่เราตามหานั้นร้ายกาจกว่าเหล่าโจรโจรทั่วๆไปหลายขุมนัก โดยเหตุนี้ เราก็เลยจะต้องนำมือสังหารติดตามมาด้วย ค่าตอบแทนครึ่งเดียวจ่ายล่วงหน้า แล้วก็อีกกึ่งหนึ่งเมื่อภารกิจเสร็จ

มือสังหารผู้นี้รูปร่างใหญ่มโหฬารสูงลิ่วแล้วก็เต็มไปด้วยความเลวซึ่งมักพบในกลุ่มผู้มีอาชีพเหมือนกัน เราแทบสัมผัสได้ถึงความร้อนของเลือดที่เดือดวุ่นวายอยู่ข้างในดวงใจอันมืดมนของเขา แม้กระนั้นเขาเป็นคนที่มีคุณลักษณะอันจำเป็นต้องสำหรับในการผจญภัยคราวนี้ ไม่สงสัย ไม่ลังเล มีเพียงแค่พลังและก็สัญชาตญาณดิบ ด้วยเหตุดังกล่าว ดาเรียส นักล่ามือสังหารก็เลยได้ร่วมภารกิจคราวนี้กับเราสำหรับเพื่อการเดินทางสู่สันเขาอันสันโดษของซอกเขากางล็กแคนยอน

ลึกเข้าไปในสถานที่อันเปล่าเปลี่ยวที่นั้น พวกเราจะไล่ล่ามารร้ายแล้วก็ฆ่ามัน

jumboslot

9 เดือนมิถุนายน 1868
พวกเราออกมาจากเมืองดัสต์มาได้สองวันแล้ว แล้วดาเรียสก็เกือบจะไม่บอกอะไรเลย เขาเป็นผู้ที่มีความตั้งใจจริงมุ่งมั่น แล้วก็ขับเคลื่อนด้วยความขุ่นเคืองที่อัดแน่นในอก เขาย้ำเตือนชัดให้เรารำลึกถึงเหล่าผู้ผลิตของเราที่ดินแดนทิศตะวันออก แล้วก็ที่ยิ่งชัดกว่านั้นก็เป็นบรรพบุรุษของเขาซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ได้บุกกระหน่ำสวนสรวงสวรรค์รวมทั้งฆ่าล้างทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น

โน่นเป็นความย้อนโต้เถียงเป็นอย่างมากของภารกิจคราวนี้ เครื่องจักรที่ทำขึ้นตามแบบของเหล่าเทวทูตผู้ดับสิ้นรวมทั้งนักฆ่าผู้สืบสายเลือดมือสังหารกลับร่วมมือกันเพื่อทำลายผลิตผลที่บาปที่ไม่ดีที่สุดของมนุษยชาติ เพื่อนร่วมทางของเราอาจจะชื่นชอบแน่ๆ

พวกเราเดินทางสวนกระแสลม โดยสะกดรอยกลิ่นขี้เถ้ากำมะถัน คราบจากการไหม้รูปกีบเท้า แล้วก็ป่าดงพุ่มที่ถูกไฟแดนนรกเผาไหม้เกรียม ดินแดนที่นี้ทอดยาวหลายพันโยชน์ เป็นหลักที่กว้างสุดสายตาที่มีทั้งยังดิน ต้นหญ้าแล้วก็ลาเวนเดอร์ป่าปกคลุมไปจนถึงบรรจบเส้นขอบฟ้ากึ่งกลางและก็ทอดยาวถัดไปไม่มีจุดจบ มันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เราได้ตรวจสอบดินแดนที่นี้มามากพอมองนับจากวันที่เราเกิดขึ้นมา รวมทั้งจะยังคงตรวจถัดไปอีกหลายสิบปีรวมทั้งหลายร้อยปีด้านหน้า ถ้าว่าเปลือกกายนี้ยังอยู่ได้นานถึงแค่นั้น

โชคร้ายที่ความลับเกี่ยวกับการผลิตเราขึ้นมานั้นได้หายไปเป็นเวลานานมากแล้ว เราเป็นเทวทูตกายเลียนแบบรายแรกแล้วก็รายในที่สุด รวมทั้งได้พลังจากเลือดที่กลุ่มเหล่าเทวดาบรรพชน เสียงกระซิบบอกของพวกเขายังแว่วมาถึงหูเรา แม้กระนั้นทวยเทพพวกนั้นได้ตายไปแล้วรวมทั้งบริวารของพวกเขาก็เกลื่อนกลาดกระจุยกระจายอยู่ตามจุดต่างๆทั่วดินแดน ถ้อยคำต่างๆเองก็ไม่มีอำนาจฤทธิ์หรือผลใด รอเพียงแค่วันที่พวกมันจะสลายไปจากโลกนี้โดยบริบูรณ์เหมือนกัน ฉะนั้น เราก็เลยเลือกเขียนบันทึกนี้ไว้ เพื่อที่ให้คนที่ยังคงอยู่ภายหลังจากบรรพชนได้ลาลับไปแล้วจะได้ไม่ลืมเลือนเรา และก็อย่างต่ำก็ได้รับทราบเรื่องราวของพวกเรา

เมื่อเวลาผ่านไป กายหยาบคายของเราย่อมเสื่อมผุพังรวมทั้งจิตใจข้างในจะหวนกลับสู่สถานที่ใดก็ตามที่วิญญาณของเหล่าเทวทูตมักไปสถิต ซึ่งบางทีอาจอยู่ไกลจากที่นี่มากมาย และก็บางโอกาสเราก็คิดสงสัยว่าเมื่อตอนสุดท้ายของข้ามาถึง เราจะมีวันได้มองเห็นดินแดนที่ความสวยงามอันเจ็บปวดรวดร้าวนี้อีกหรือเปล่า
[NPC5]
พวกเราได้กลิ่นของไร่ปศุสัตว์ก่อนจะเห็นมัน บ้านนาสองชั้นและก็คอกเลี้ยงม้าถูกเผากระทั่งเปลี่ยนเป็นเพียงแต่ซากขี้เถ้าสีดำ นี่เป็นร่องรอยของมารร้ายที่พวกเราตามล่าอยู่อย่างแน่แท้ ทางที่มีรอยกีบม้าไหม้ปั่นป่วน รวมทั้งศพไหม้ไฟของสัตว์และก็มนุษย์ที่ราดกระจัดกระจายไปทั่วเช่นเดียวกันกับถูกยักษ์ร้ายเหี้ยมโหดเหวี่ยงหมุนในอากาศก่อนที่จะส่งพวกเขาสู่ความดับสิ้น บริเวณใบหน้าที่โดนเผาของสัตว์โลกแต่ละรายอยู่ในภาวะเหยเกเหยเกด้วยความสยองขวัญกลัวขณะที่พวกเขาจ้องเปลวไฟจากแดนนรกที่อยู่ไกลออกไปกำลังกลืนรับประทานทุกอย่างอย่าง

ไอ้พวกมารจอมเลวทราม! สิ่งอันน่าสยองขวัญจากดินแดนอื่นทั้งปวงนี้หนีออกมาจากตารางที่ควันแล้วก็ความมืดดำของพวกมัน เล็กน้อยบางทีอาจปักหลักใช้ตรงนี้เป็นบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกซาตานหัวกะโหลกโคกเลื่องลือจากโลกเก่าที่ออกหากินอยู่ทั่วดินแดนที่นี้ตั้งแต่ช่วงของเทวดาบรรพชนโบราณ แม้กระนั้นพวกที่เหลืออาศัยอยู่ที่ในใจกึ่งกลางเมืองนรกใต้ดินมาตรงเวลาเป็นเวลายาวนานชั่วนิจนิรันดร พวกมันรอทรมาทรกรรมภูตผีถูกลงโทษและก็สร้างความเจ็บให้ภูตผีบาปทั้งหลายแหล่ แม้กระนั้นต่อจากนั้น สรวงสวรรค์ได้กระหน่ำลงเมื่อครั้งที่เหตุรุกล้ำดินแดนครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นเป็นหนแรก และก็แดนสุขาวดีก็ได้ลาจากมนุษยชาติไปชั่วกัลปวสาน

ภูตผีของผู้คนผู้มีมลทินมัวหมองไม่มีที่อื่นๆใดให้ไปสู่ เว้นเสียแต่ห้วงเหวขุมลึกอันกว้างที่เปิดอ้ารออยู่

แต่ว่าแม้กระนั้น โลกแดนนรกก็ไม่บางทีอาจแบกรับมนุษย์โลกผู้ครางครวญไว้ได้หมด และก็ได้ปริออกพร้อมด้วยพ่นเปลวไฟแล้วก็ความชิงชังที่ล้นทะล้นออกมา—สุดท้าย พวกมารร้ายก็ได้หวนมาอยู่ร่วมกับวงศ์วานว่านเครือของพวกมันอย่างเหล่าภูติผีปีศาจที่ได้รับการฉาวโฉ่มานานอีกครั้ง สัตว์แดนนรกพวกนี้จำแลงกายอยู่ในคราบเปื้อนของพ่อค้าลวงโลก พิธีกรงานคาร์นิวัล และก็สัปเหร่อร่อนเร่พเนจร นิสัยรู้สึกชื่นชอบการวางเป้าหมายให้ผู้ลำบากจำต้องจมหาสู่ยนะอันทารุณโหดร้ายนั้นใส่รับกับภัยที่ไฟนรกอเวจีและก็ความตายที่ก่อตัวขยายขึ้นใหม่อย่างดีเยี่ยม

ในเวลานี้ สรวงสวรรค์ร้างว่างเปล่าเวลาที่แดนนรกแน่นล้นหลาม วิญญาณสัตว์โลกผู้น่าเวทนากลุ่มนี้แทบจะไม่บางทีอาจป้องกันตนเองจากโทษทัณฑ์สำหรับบาปที่พวกเขาก่อไว้ได้เลย

แม้กระนั้นดาเรียสยังดูอย่างกับว่าไม่ยี่หระอะไรก็ตามต่อความวายวอดที่มักปรากฏให้มองเห็นเป็นเครื่องบอกทางของพวกเรา เขาเอ่ยถึงภาระที่เขามีต่อเราและก็การบรรลุผลของภารกิจเสี่ยงอันตรายคราวนี้ของพวกเรา แต่ก็ยังเปรยๆสงสัยออกมาว่าเทวทูตร่างจักรกลจะได้ประโยชน์อันใดจากการออกรบในศึกระหว่างคุณความดีและก็ความชั่วที่จบไปนานแล้ว เขามิได้มองอึดอัดที่มีเราอยู่ใกล้ และไม่ได้คาดหมายปาฏิหาริย์อย่างการมีเทวทูตมาจุดแสงไฟด้านในจิตใจอันมืดบอดของเขา อาการเขาเสมือนไม่ใส่ใจต่อสิ่งใดทั้งหมด ละเว้นการต่อสู้ที่รออยู่ตรงหน้ารวมทั้งรางวัลจากชัยของเขา

เราไว้วางใจชายผู้นี้ในขณะที่ข้ามีนิสัยสงสัยเหล่ามนุษย์ มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาจากสิ่งที่ได้เผชิญจริง รวมทั้งเราก็มีความคิดว่าเขาเองก็คงจะรู้สึกเชื่อใจในตัวเราเหมือนกัน

บางที ผ่านองดูเขาท่ามกลางความมืดมนมัวระหว่างที่พวกเราเข้าค่ายค้างแรมยามเย็น ดวงตาเขามองดูจ้องมองถ่านที่ส่งแสงกึ่งกลางกองไฟอยู่ตลอด บางทีอาจกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่บางทีอาจมองเห็นได้มั๊ง

เครดิตฟรี

14 เดือนมิถุนายน 1868
พวกเรามาถึงทางเข้าซอกเขากางล็กแคนยอนแล้วภายหลังเดินทางสะกดรอยกีบเท้าสีดำของทหารม้าอันน่าน่ากลัวของมารร้ายมานานยาวนานหลายวัน ม้าของดาเรียสไม่ยินยอมเดินต่อ เราก็เลยจำต้องทิ้งเจ้าเวอร์ยกของเราไว้ด้วยเช่นเดียวกัน พวกเราทั้งสองจะเดินทางต่อด้วยเท้า เทียวไปเทียวมานี่บางทีอาจมีผลดีต่อพวกเราก็ได้ เนื่องจากอย่างงี้จะช่วยทำให้พวกม้าไม่สะดุ้งเตลิดเปิดเปิงและไม่ทำให้จุดหมายของพวกเรารู้สึกตัวซะก่อนด้วย

นักล่าพกขวานอันทรงอำนาจของเขามาด้วย ตรงด้ามขวานมีรอยบากนับไม่ถ้วนซึ่งบอกให้ทราบถึงเงินค่าหัวเป็นอย่างมากที่ได้รับมา คนที่ไร้อารมณ์อันใดย่อมผิดบั่นทอนโดยความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอ ไม่เหมือนกับนายทหารแล้วก็ความชั่วร้ายร้ายแรงที่พวกเขาได้ปฏิบัติต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ต่ำต้อชูว่ามนุษย์ ดวงตาของเขาเปี่ยมด้วยเจตนาอันโหดร้ายแล้วก็รอพินิจเสียงและก็การเคลื่อนไหวไม่ว่าจะน้อยนิดเท่าใดอยู่ในทุกเมื่อ ต่อให้เวลาที่เส้นขอบฟ้าไม่มีสิ่งใด ตามประสาของมือสังหารผู้โชกโชนประสบการณ์ที่เคยชินกับการโจมตีที่ไม่บางทีอาจคาดคะเนได้จากศัตรูผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ

สายลมพัดแผ่วเบาแล้วก็ไม่มีเสียงใดเว้นเสียแต่เสียงบดของก้อนกรวดใต้อุ้งเท้าพวกเรา ดาเรียสถามคำถามว่าเพราะอะไรมารร้ายก็เลยมาพักพิงอยู่ตรงนี้ เราตอบไปว่าสำหรับมารแล้ว ไม่มีที่แห่งใดจะดีไปขุนนางเกลื่อนกลาด
พวกเรายืนอยู่ท่ามกลางกองกระดูกของเทพเทวดาองค์หนึ่งซึ่งถูกพวกมนุษย์ฆ่าไปเมื่อไม่นานนัก

เมื่อเพียงแค่ห้าสิบปีกลายหน้านี้ เหล่าเทพที่ไม่ยินยอมถอยร่นไปสู่ดินแดนตะวันตกอันไกลมากถูกทางการไล่ล่าอย่างไร้ความเมตตา รวมทั้งถูกฆ่าโดยนายทหารของทางการ รวมทั้งถูกเฉือนโดยช่างถลกหนัง คนฟอกหนัง และก็คนที่คุ้ยหาทรัพย์สิน กระดูกขนาดใหญ่โตมโหฬารของทวยเทพองค์นี้ใหญ่ถึงขั้นที่พวกโลภมากพวกนี้เองก็ยังไม่บางทีอาจเอาขึ้นได้ไหว ทำให้ถูกทิ้งเอาไว้ตรงนี้ เร็วนี้ๆ หินได้ก่อตัวขึ้นในบริเวณรอบๆกระดูกกลุ่มนี้จนกระทั่งกำเนิดลักษณะที่พวกนักทำแผนที่คิดว่าเป็นช่องเขา ถึงแม้ว่าในความจริงมันจะไม่ใช่ซอกเขาก็ตาม

ดาเรียสหัวเราะ เสียงนั้นลอยผ่านฝาผนังหินปูนลงไปสู่หลุมข้างล่างของโพรงโลกที่เปิดกว้าง เสียงของเขาหมุนม้วนบิดวนแล่นผ่านแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ตกกระหน่ำทับทับกันลงมาก่อนที่จะหยุดลงแปลงเป็นเสียงกระซิบกระซาบและก็ความไม่มีตัวตนสุดท้าย ขณะนี้เอง นักล่ายิ้มออกมา

เจ้ามีความคิดว่ามนุษย์ใช้เวลานานขนาดไหนถึงฆ่าทวยเทพได้? เขาถามเรา ก่อนที่จะเราจะตอบอะไร ดาเรียสถืออาวุธของเขาขึ้นพาดไหล่ ความกระหายหิวแบบใหม่ฉายชัดบนบริเวณใบหน้าของเขา ผู้ชายออกเดินไปตามทางด้วยจังหวะฝีเท้าที่เร็วกว่าที่ผ่านๆมา

สล็อต xo

เสียงของผู้วายชนม์

บนเกาะของข้ามีคำพูดว่า “สายลมสามารถกล่าวได้ต่อเมื่อมันลักขโมยลมหายใจของพวกเราแค่นั้น” เจ้าอยากที่จะให้เราเล่าเกี่ยวกับหมอกร้ายกาจที่มาทักเราในช่วงเวลาที่เราเดินทางมาถึงหมู่บ้านชาวไอโอเนียเป็นครั้งแรกโดยคลุมหมวกฮู้ดไว้รวมทั้งตะพายปืนใหญ่โบราณไว้ที่ข้างหลังแบบงั้นหรอ?”
หมอกโน่นก็ลักขโมยถ้อยคำด้วยเหมือนกัน เสียงกรีดของมนุษย์ที่เสียชีวิตลงด้านในนั้น
คราวหนึ่ง มันเคยเป็นเสียงกรีดของเรา—แต่ว่าเวลานี้ข้ามีชีวิต

เราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในตอนที่มือของลูเซี่ยนสัมผัสลงบนไหล่เราในขณะพวกเราก้าวจากเรือลงเหยียบแผ่นดินของดินแดนไอโอเนีย เขาสามารถผ่านกำแพงที่เราผลิตขึ้นได้ด้วยแนวทางซึ่งมีแต่เขาเพียงแค่นั้นที่ทำเป็น ด้วยแนวทางที่คนเขลาหัวดื้ออย่างเขาแค่นั้นที่จะกล้าทดลอง

สล็อตออนไลน์

การได้ศึกษาสิ่งหนึ่งซึ่งสามารถก้าวผ่านเกราะกำบังของเราแล้วก็กฎทุกข้อที่อยู่ข้างในได้ โน่นเป็นความรัก

“เจ้าดูด้านบน เราดูด้านข้างล่าง ตกลงมั้ย?” เราถามแล้วก็รู้สึกได้ว่าความอบอุ่นจากเขาเริ่มคลายแปลงเป็นความเย็นในเวลาที่เขาตรึกตรองครุ่นคิด ในชั่วครู่หนึ่ง เขามองไม่เห็นเราที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขา เขามองเห็นหญิงสาวที่เขาอุตสาหะช่วย หญิงสาวผู้ถูกสาปรวมทั้งจำต้องหนีอยู่อยู่ตลอดไป เขามองเห็นเคียวที่เหวี่ยงฟาดใส่นาง… เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตานางถึงแม้ในตอนที่เขากำลังจ้องตาเรา

“เราดูด้านด้านล่าง” เขาตอบแล้วก็ปลดปล่อยให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เหลือตกอยู่ในความเงียบ ปัจจุบันนี้ มือทั้งสองข้างเขาจับปืนทั้งคู่กระบอกไว้ “เซนน่า…” เสียงเขาสั่นคลอนด้วยความจำอันหนัก

“ช่างเถอะหรอก” เราพูดเสียงเบาๆ เราจำหญิงคนนั้นได้เช่นเดียวกัน

ที่เส้นขอบฟ้า ความมืดมนหมุนวนและก็ทำให้เกิดเงาซึ่งดำทะมึนมากกว่าพิงทับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการแกะหินรวมทั้งถูกกลืนรับประทานด้วยฝนที่ซัดซ้ำๆรวมทั้งสิ่งที่ไม่ดีกว่านั้น ที่จุดหนึ่งท่ามกลางความมืดมนนั้นมีแสงไฟปรากฏอยู่ ผู้พิทักษ์อีกรายหนึ่งที่เรียกพวกเรามาตรงนี้

เราจำเป็นต้องสู้เพื่อไปถึงนั่นให้ได้

ทางขึ้นไปบนไปสู่หมู่บ้านถูกเซาะด้วยแรงลมพายุเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหลายร้อยปีจนถึงเกือบจะไม่เหลือสิ่งใดเว้นแต่เขาหินชันที่อดทนที่สุด… หากโน่นมันใช่คำที่ใช้เรียกน่ะนะ เรารู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดสวมหมวกหุ้มของเรา ละอองน้ำจากห้วงมหาสมุทรที่ลอยละลิ่วชนผิวเรา เหมือนว่าโลกกำลังดันเราให้ย้อนกลับไปและก็เตือนให้ทราบถึงความมืดมนที่รออยู่ข้างหน้า แม้กระนั้นสิ่งพวกนี้ไม่บางทีอาจเปรียบเทียบได้เลยกับสิ่งที่จู่โจมเราเวลาที่เสียงโหยหวนดังขู่คำรามก้องไปทั่วอีกทั้งหมู่บ้าน…

jumboslot

มันเป็นคำสาปแช่งของเรา หมอกดุร้ายรู้ดีว่าเราอยู่ตรงนี้ มันจะมาตามล่าเราก่อนคนใดอื่น

“ถึงเวลาหลบซ่อนทุกวันแล้วสินะ” เราพึมๆพำๆและก็นิ่งคงที่ เหล่าภูตผีพากันพุ่งตัวมาจากเส้นขอบฟ้าที่ดำทะมึนด้วยความตายที่ครอบครอง พวกมันถูกยั่วยวนใจเข้ามาหาเรายามที่เราสูดลมหายใจ

ในช่วงเวลาที่เราชักอาวุธออกมา

หินที่ระลึกนึกถึงขององค์รักษาผู้ลาลับไปแล้วเกลือกมากมายองรวมกัน แต่ละก้อนเคยผ่านมือของใครๆก่อนหน้าข้ามาเยอะมาก อีกทั้งเพศชาย หญิง บิดา พี่สาวน้องสาวที่ต่างก็ปราชัยต่อความมืดมน แต่ว่าเมื่อเราถืออาวุธของเรา เรากำลังถือแสงสว่างของพวกเขาที่ส่งประกายอยู่ในลำกล้องถ่ายรูปของปืนทั้งคู่กระบอกนี้

ไอกรุ๊ปหนึ่งจากหมอกดุร้ายเลื้อยเข้าจู่โจมเราในระหว่างที่วิญญาณที่อยู่ข้างในก่อตัวให้มองเห็นเป็นรูปร่าง แรงชนทำเอาเราเซถอยหลังแม้กระนั้นทรงตัวได้ทันก่อนจะหล่นลงไปสู่แนวหินข้างล่าง ฟ้าคำรามเสียงลั่นในเวลาที่เสียงกรีดของวิญญาณดังขึ้นผสานกับเสียงฝนแล้วก็คลื่นที่ถั่งโถมใส่เกาะที่นี้ แม้กระนั้นแสงไฟวาบที่ตามมาไม่ใช่แสงสว่างฟ้าแลบ

มันมาจากปืนใหญ่โบราณของเรา การยิงที่เผาผลาญผีให้แปลงเป็นเงา

จำต้องใช้การควบคุมที่ดี จำต้องอาศัยสมาธิที่ตั้งมั่น เราจะต้องต่อสู้กับหมอกดุร้ายโดยเก็บกำลังจากทุกอณูในตัวตนของเรา…. แล้วก็เราไม่บางทีอาจยับยั้งได้ มิได้หากแม้สักเพียงแต่เสี้ยวขณะที่ชีวิตนี้ของเรา

ครั้งใดก็ตามยิงจู่โจมเผาวิญญาณดวงหนึ่งลงได้ วิญญาณดวงใหม่จะออกมา ในขณะนี้เราใกล้ถึงหมู่บ้านแล้ว ผ่านองมองเห็นกรุ๊ปวิญญาณใหม่ที่ปรากฏขึ้นรวมทั้งลอยวนพุ่งมาหาเรา

สู่แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์

“อนาบัล เจ้าอยู่นั่นรึเปล่า?” เราตวาดออกไป เราเคยพบเขาเพียงแค่ครั้งเดียวในระหว่างที่ยูเรียสพาเราไปร่วมการสัมมนาของเหล่าผู้รักษา จังหวะที่ผู้รักษาจะมาชุมนุมกันนั้นเกิดขึ้นนานๆครั้งครั้ง แต่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ยูเรียสรู้สึกหวาดหวั่นกระทั่งจำเป็นต้องเรียกพวกเขามารวมตัวกัน เขาไม่เคยบอกข้าว่ามันเป็นอย่างไร แต่ว่าเราพอเพียงจะทราบได้จากสายตาที่คนอื่นดูเรา…

การที่พวกเขาไม่เคยรู้ทำให้มันเจ็บมากกว่า เมื่อพวกเขามานะจะมองดูทะลุชุดเกราะเราไป รวมทั้งได้เจอเหตุผลที่หลบซ่อนอยู่ในนั้น

เรายังยิงตลอดพร้อมเดินหน้าไปสู่หมู่บ้าน เหล่าผีเคลื่อนอย่างเร็วและก็โฉบเข้าไปในสิ่งก่อสร้างต่างๆที่โบราณเท่าๆกับเกาะที่นี้รวมทั้งสลักขึ้นจากหินก้อนเดียวกัน แม้กระนั้นในความระส่ำระสายนั้นมีความเรียบร้อยอยู่ ภูตผีลอยวนเป็นวงกลมอยู่ข้างบน พวกมันอยากบางสิ่งบางอย่าง ไม่ใช่แค่ชีวิต ไม่ใช่แค่วิญญาณ ไม่ใช่แค่เรา…

“อนาบัล!” เราแผดเสียงอีกที เกือบจะไม่ยินเสียงตนเองกึ่งกลางลมพายุ

“ทางนี้! เร็วเข้า!” เสียงผวาหนึ่งดังตอบ เป็นเสียงของเด็กผู้หญิง… แล้วหลังจากนั้น แสงไฟของนางรวมทั้งเราได้รวมตัวกันท่ามกลางความมืดมนมิด

นางเป็นดาโอแวน ศิษย์ของอนาบัล

นางยืนอยู่เหนือร่างที่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง สองร่างอยู่ท่ามกลางความมืดดำ กระบี่หินโบราณของอนาบัลเรืองแสงหมองสะท้อนบนบริเวณใบหน้านาง เห็นได้ชัดจากรอบๆหน้าผากว่านางทุ่มกำลังกายจิตใจป้องกันคุณครูของตัวเองที่ถูกทำร้าย

เขาจัดแจงส่งไม้ต่อได้เสร็จ สุดท้าย…หินที่ระลึกนึกถึงของเขาก็ไม่เสียเปล่า

“พวกเราจำเป็นต้องออกไปจากที่นี่” เด็กผู้หญิงเอ่ยเสียงสั่นเครือ “พวกเราจำเป็นต้องพาประชาชนออกไปจากที่นี่ เรายังได้ยินเสียงของพวกมันอยู่เลย จำเป็นต้องใช่พวกมันแน่นอน…” นางหยุดประเดี๋ยวเดียวแล้วก็ก้มมองดูร่างที่กองอยู่ตรงเท้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวผสมงงงัน “เรายังได้ยินเสียงเขา…”

กระทั่งข้อนิ้วนางกเงินลายยังเป็นสีขาวเพราะว่ากำด้ามกระบี่ไว้แน่น เราชูปืนใหญ่โบราณของเราขึ้นพิงข้างหลัง เรายื่นมือออกไปสัมผัสไหล่นางอย่างเบามือ

“พวกเราจำเป็นต้องรอด” เราเอ่ย เลยจากตำแหน่งนางยืนอยู่ ผ่านองมองเห็นปากทางเข้าป่าช้าใต้ดินของหมู่บ้าน ที่มีฝูงวิญญาณแน่น “พวกเราทุกคน” เราบอกต่อเบาๆ

ไม่ว่าสิ่งที่หมอกดุร้ายต้องการจะเป็นสิ่งใด มันอยู่นั่น

หลุมฝังศพใต้ดินถูกกัดกร่อนจากสายน้ำท่วมที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน ในเวลาที่พวกเราเดินทางออกจากหมู่บ้านโดยมุ่งสู่ทางใต้ดิน ลมพายุยังคงซ้ำๆ สายน้ำซัดโถมใส่กำแพงรอบข้างพวกเรา แม้กระนั้นถ้าพวกเราจึงควรจมลึกลงไป คงจะไม่ใช่เพราะว่าจากสายน้ำขึ้นของทะเลหรือพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมา…

แต่ว่าอาจเป็นด้วยเหตุว่าหมอกร้ายกาจที่เขยื้อนวนราวลูกคลื่นมาทางพวกเรารวมทั้งกลืนรับประทานแสงไฟของพวกเราพร้อมเสียงคำรามก้อง

เราได้ยินเสียงกรีดของราษฎรในหมู่บ้านของเราที่ถูกทำลายจนถึงวอดวายเมื่อในขณะที่เรายังเป็นเพียงแค่เด็กแล้วก็ได้มองเห็นความตายเป็นครั้งแรก เราได้ยินเสียงตนเองดังกังวานรวมทั้งมองเห็นสีหน้าท่าทางของลูเซี่ยนเมื่อในระหว่างที่ความตายมาเยี่ยมเราเป็นครั้งแรก เราสะเทือนขวัญกับความเกรี้ยวกราดและก็ความกลัวของมนุษย์ข้างบนที่ยังถูกความตายไล่ล่า ถึงแม้เสียงร้องของพวกเขาจะเป็นภาษาที่เราไม่รู้เรื่อง แต่ว่ามันบ่งถึงความเจ็บที่เรารู้จักอย่างดีเยี่ยม

ภูตผีลอยละล่องไปทั่วป่าช้าใต้ดิน ถูกคุมขังอยู่ในห้วงที่ความทุกข์ระทมแสนสาหัสที่พวกมันตั้งอกตั้งใจทำขึ้น แม้กระนั้นไม่ว่าเสียงกรีดของคนที่มีชีวิตจะดังสักเท่าใดก็ไม่บางทีอาจกลบเสียงกรีดของภูตผีกลุ่มนี้ได้ และไม่ว่าแสงไฟของเราจะเจิดจ้าสักเพียงแค่ไหนก็ไม่บางทีอาจรังแกพวกมันได้ร้ายแรงเท่าความมืดดำที่หวนกลับมา

แล้วก็ด้วยประการฉะนี้… เราก็เลยโอบรับพวกนั้นไว้ก่อนที่จะความตายจะมาพรากไป

เครดิตฟรี

เสียงเรียกของเราเป็นสิ่งที่ไม่บางทีอาจยับยั้งได้ เราสามารถเรียกหมอกดุร้ายให้หันจากผู้อื่นมาหาเราแทน เรามีความรู้สึกว่าความตายกำลังล้นเข้ามาแล้วก็เสือกไสร่างเราออกไป ในขณะหมอกร้ายกาจเข้าเกาะเราครั้งละส่วน มันก็ปลดปล่อยวิญญาณอื่นไป ทุกคนที่ถูกนำพามาตรงนี้ ทุกคนที่ตายอยู่ด้านบน ในชั่วขณะนั้น เรารู้สึกว่าตนเองมองเห็นอนาบัล…

มีร่างเห็นเป็นเงาๆเพียงแค่อันเดียวที่ยังร่ำไรอยู่ ความมุ่งมั่นตั้งใจที่หวนฟื้นคืนมาช้าๆมันนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันมาเจอหน้าเรา ความเกรี้ยวกราดลุกในจุดที่ไม่มีซึ่งดวงตา

“ไม่” เราแผดเสียงกระซุบกระซิบผ่านม่านหมอกที่ความตายที่กำลังเปลี่ยนให้เราแปลงเป็นวิญญาณ “เจ้าไม่มีช่องทางกล่าวหรอก เจ้าจำต้องฟัง”

เราผลักหมอกดุร้ายให้เข้าไปอยู่ในปืนของเราแล้วก็ยิงความเจ็บรวมทั้งความหวาดกลัวทั้งสิ้นที่สั่งสมมากมายลับไปยังแหล่งกำเนิดให้สมกับที่มันควรจะได้รับ ความมืดดำปะทะความมืดมน แสงไฟในกายเราเรืองวาบขึ้น ชีวิตไม่ยินยอมปลดปล่อยให้เราจากไป เรารู้สึกได้ว่าร่างกายของเรากลับมาอีกทีในเวลาที่เสี้ยวท้ายที่สุดของหมอกร้ายกาจออกมาจากตัวเราไป เราหอบเฮือกรวมทั้งทรุดหัวเข่าลงกองที่พื้น

“เราพลาดอะไรไป?” เสียงหนึ่งดังขึ้นถามจากจุดที่อยู่ลึกเข้าไปในอุโมงค์

“ก็นะ ตามธรรมดาน่ะล่ะ” เรากล่าวเสมือนไม่มีอะไรทั้งๆที่หายใจแรง

“ราชาผู้หมดกำลังใจบุกเล่นงานหลุมฝังศพใต้ดินแล้วก็เจออะไรเข้าก็ไม่รู้จักถ้าอย่างนั้นหรอ?” ลูเซี่ยนถาม

“ก็ราวๆนั้น” เราตอบ เราเงยมองดูดาโอแวน สีหน้าท่าทางของนางบอกให้รู้ดีว่าพึ่งตระหนักถึงความเป็นจริง กระบี่ของนางยังคงชี้มาทางเรา

บนเกาะของข้ามีคำบอกเล่าว่า “สายลมสามารถกล่าวได้ต่อเมื่อมันลักขโมยลมหายใจของพวกเราแค่นั้น”

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องขู่คำรามของหมอกร้ายกาจ เราได้ยินคำกล่าวของคนที่ตายไปแล้ว

แล้วก็ข้ามาตรงนี้เพื่อคืนเสียงให้พวกเขา

สล็อต xo

ตราไว้ในดวงจิต

วาทัยหมุนแหวนหชูบนนิ้วด้วยความรู้สึกกระวนกระวายเวลาที่แหงนหน้าจ้องมองวัดซึ่งฝังตัวอยู่ตรงไหล่เขา แท่นบูชาไม่มีจบ ซึ่งเป็นบ้านของคาร์มา ตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา นางไม่คิดเลยว่าจะได้กลับมาตรงนี้อีกที การเดินทางเต็มไปด้วยความเจ็บมาก โดยเฉพาะจากหัวเข่าที่มีปัญหาของนาง วาทัยสูดลมหายใจลึกรวมทั้งออกเดินขึ้นไปตามทาง มุ่งหน้าเข้าสู่วิหารขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าห้องสมาธิส่วนตัวของคาร์มา

หัวเข่าของนางเหน็ดเหนื่อยทรุดฮวบเมื่อมาถึงปากทางเข้า วาทัยล้มโครมลงชนพื้น สถานที่น่าสังเวชๆนางเริ่มชังแท่นบูชาไม่มีหมดตั้งแต่เมื่อหนแรกที่มาเยี่ยมพร้อมจากรีที่ถูกพวกบรรพชิตเรียกตัวให้มาตรงนี้เมื่อราวหกสิบปีกลาย ความจำต่างๆสร้างความเจ็บให้นางได้เทียบเท่าการล้ม วาทัยเพียรพยายามลุกด้วยความลำบากตรากตรำ

“เป็นอะไรหรือไม่?”

เมื่อแหงนขึ้น วาทัยก็มองเห็นสาวสวยร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยื่นมือมาให้ แม้นางจะไม่ทราบหญิงสาวผู้นี้ แม้กระนั้นก็จำชุดหุ้มนางสวมอยู่แล้วก็มังกรคู่ที่ไอโอเนียที่ม้วนอยู่ตรงหัวนางเช่นเดียวกันกับรัศมีทรงกลดได้ คาร์มา

สล็อตออนไลน์

“เราช่างเถอะ” วาทัยตอบสั้นๆ”เรานัดเจ้าไว้”

“ยินดีต้อนรับ แขก” หญิงสาวยิ้มอย่างงามเด่น ดวงตาสีดำของนางแวววาวเวลาที่ประสานมือของวาทัย “มา ให้เราทดลองหน่อย…” คาร์มาขยับมืออีกข้างช่องว่างอยู่ แสงสีเขียวผุดขึ้นโอบล้อมนาง นางวาทัยรู้สึกจี๊ดๆรอบๆผิวหนัง—ลำแสงนั้นให้ความรู้ความเข้าใจสึกเย็นที่ผิว หญิงสาวช่วยประคองวาทัยให้ลุกขึ้นยืน “เป็นไงบ้าง?”

วาทัยลองทดลองขาของตนเองด้วยความระแวดระวัง หัวเข่านางไม่อ่อนฮวบแล้ว ถึงกระนั้น การได้มองเห็นคาร์มาคนใหม่ใช้พลังแบบนี้ทำให้ดวงใจนางปวดร้าว “เรายืนได้แล้ว” นางพูดเสียงเครียด

หญิงสาวดูวาทัยด้วยความไม่สาบายใจ “มั่นใจนะ? เจ้ามองไม่—”

“ขาเราช่างเถอะแล้ว ผู้มีปัญญา” วาทัยสวนขึ้นมาและก็ชักมือกลับ “แม้กระนั้นมนตร์ของเจ้าไม่อาจจะรักษาความเจ็บได้ทุกเรื่องหรอก”

นางคาดไว้ว่าหญิงสาวน่าจะออกอาการงงหรือรำคาญออกมา แต่ว่าเปลี่ยนเป็นว่าคาร์มาดู… สงบนิ่ง

jumboslot

“เจ้ากล่าวถูก” คาร์มาตอบรวมทั้งผงกศีรษะด้วยอาการนิ่งสำรวม นางพาวาทัยเข้าไปในห้องสมาธิ “เราไม่บางทีอาจแก้ไขจิตใจที่เศร้าได้ ถ้าเจ้าสูญเสียผู้ใดกันแน่ไปเพราะเหตุว่าการทำศึก ก็ไม่มีสิ่งใดที่เราสามารถทำเป็นนอกเหนือจากขอประทานโทษ เราได้ใช้เวลาหลายปีล่วงมาแล้วเดินทางไปทั่วดินแดนเพื่อขอโทษสำหรับการสิ้นไปแล้วก็ความเจ็บทั้งผองที่ได้เกิดขึ้นภายหลังที่เราตกลงใจที่จะเกื้อหนุน…ที่จะก้าวเข้าสู่การสู้รบกับน็อกซัส แต่ว่า…” นางหยุดพูดแล้วก็สูดลมหายใจยาว “เราไม่รู้จักสึกเศร้าใจที่เรา—ไอโอเนีย—สู้โต้ตอบ”

วาทัยแล้วก็คาร์มาจ้องมองกันอยู่นาน “มีเรื่องมีราวอื่นที่จะให้เราช่วยอีกมั้ย?” คาร์มาถามอย่างไม่ไม่มีซึ่งความมีน้ำใจ

วาทัยใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อสะสมสติ “การสูญเสียของเราเกิดขึ้นก่อนการทำศึก” นางยกมือข้างหนึ่งขึ้น “เจ้าจำแหวนวงนี้ได้รึเปล่า?”

สายตาของคาร์มาหันไปมองดูที่แหวนหชูวงนั้น นางร้องเฮือกออกมา “คิดออก ผ่านอบแหวนนี้ให้… ไม่จริง เขาหรอ? เขามอบให้คนอื่นๆ” นางหลับตาและก็ยกมือขึ้นปิดตา
[NPC5]
จากการที่ได้อยู่สนิทสนมกับจากรี วาทัยก็เลยทราบว่าเดี๋ยวนี้คาร์มากำลังใช้สมาธิอย่างมากและก็เพียรพยายามจะเข้าไปสู่ความจำที่ไม่ใช่ของนางแต่เพียงผู้เดียว “ช่างเถอะ ไม่ต้องรีบ”

เมื่อหกสิบปีกลาย จากรีได้ขอให้วาทัยซึ่งเป็นคู่หมั้นคู่หมายร่วมเดินทางกับเขาไปยังแท่นบูชาไม่มีหมด วาทัยซึ่งไม่เคยออกนอกหมู่บ้านมาก่อน รู้สึกตื่นเต้นที่กำลังจะได้มองเห็นโลกกว้าง บางเวลา นี่บางทีอาจเป็นแบบที่ชีวิตการครองเรือนของพวกเขาจะดำเนินไปนับจากจุดนี้ก็ได้ รวมทั้งแล้ว วาทัยแล้วก็จากรีก็ได้เริ่มการเดินทางช่วงเวลาสองเดือนของพวกเขา โดยมีจุดหมายเป็นวัดที่นี้

เจ้าจำเป็นที่จะต้องถูกใจตรงนี้แน่ จากรีร้องบอก รอยยิ้มของเขาประทับใจอยู่ในใจนาง เราทราบว่ามันไกลจากหมู่บ้านของพวกเรา แต่ว่าประเดี๋ยวพวกเราให้ช่างก่อสร้างบ้านของพวกเราทำห้องนอนไว้หลายๆห้องสำหรับครอบครัวของเจ้าตอนที่พวกเขามายอดเยี่ยม พวกเราจะอาศัยอยู่ร่วมกันในเมืองที่อยู่ใกล้ๆกับวัดที่นี้ ดีเลิศไปเลยเนอะ เจ้าว่ามั้ย?

แต่ว่าชีวิตที่พวกเขาวาดวิมานในอากาศไว้ด้วยกันกลับไม่บางทีอาจเป็นจริงได้ ในระยะเวลาเพียงไม่นาน วาทัยก็ศึกษาและทำการค้นพบว่าตนเองไม่อาจมีความสำราญได้เมื่ออยู่ไกลบ้านถึงเพียงนี้ แม้กระนั้นทางของจากรีนำพาเขามาตรงนี้—เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะย้อนกลับไปได้ เขามีบทบาทที่จำเป็นต้องรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้ นางก็เลยเดินทางกลับไปที่หมู่บ้านเพียงลำพังโดยยังสวมแหวนเขาติดนิ้วไว้ และไม่คิดจะกลับมาอีก ไม่คิดว่าจะได้พบคาร์มาของนางอีกรอบ

ท้ายที่สุด คาร์มาก็เอามือลงมาไว้ข้างกายรวมทั้งลืมตาโพลง ม่านตาของนางเป็นสีเขียวเรืองลักษณะเดียวกันกับจากรีขณะที่เขากล่าวโดยมีเสียงต่างๆล้นหลามดังอยู่ในห้วงความคิดของเขา ชีวิตก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาของเขาเป็นของนางแล้วในขณะนี้ คาร์มากมายระพริบตาเดียวแล้วก็ดวงตาของนางก็กลับมาเป็นสีธรรมดาอีกที

“วาทัย?” น้ำเสียงบอกให้รู้ดีว่านางรู้สึกเกือบจะเชื่อว่าและก็กลัวว่าตัวเองจะเข้าจิตใจไม่ถูกไป

แต่ว่านางมิได้หลงผิด “โอ้ ขอให้ภูตผีทั้งหลายแหล่ควรแฮปปี้” วาทัยบอกขึ้นรวมทั้งเฉือนน้ำตาทิ้งก่อนที่จะมันจะทันไหลรินลงมา “เรายังไม่มั่นใจว่าจากรีจะ… อยู่กับเจ้าหรือไม่”

“เขาทั้งยังอยู่และไม่อยู่ ความจำของเขาอยู่กับเรา แต่…” นางเงียบไปแล้วก็ทำท่าอึกอัก

ช่างเถอะ เท่านั้นก็พอแล้ว วาทัยจ้องมองดวงตาของคาร์มาด้วยความคาดหมายว่าจากรีจะสามารถแลเห็นนางได้ผ่านดวงตาคู่นั้น วาทัยอยากได้สะสางเงื่อนอันหนักในใจให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะตายไปพร้อมความรู้สึกเศร้าใจ “เราขออภัยนะ จากรี เราคงจะอยู่ตรงนี้กับเจ้า หรือเปล่าเจ้าก็คงจะกลับไปอยู่บ้านกับเรา เราหวังว่าเจ้าจะได้เจอรักใหม่ เราไม่ต้องการให้เจ้าจำเป็นต้องอยู่สิ่งเดียวถาง”

นางถอดแหวนออกแล้วก็วางลงบนฝ่ามือของคาร์มาก่อนจะพับนิ้วเรียวยาวของหญิงสาวทาบทับลงบนนั้น

เครดิตฟรี

“ไม่” เสียงพูดจำนวนมากดังขึ้นพร้อม ดวงตาของคาร์มาเรืองแสงขึ้นมาด้วยพลังที่วิญญาณจากอดีตกาลอีกรอบ “จากรีรักเจ้าตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตเขา เรื่องเดียวที่เขาเศร้าใจเกี่ยวกับการรับหน้าที่คาร์มาก็เป็นการที่เขาไม่บางทีอาจดำรงชีวิตคู่ร่วมกับเจ้าที่เจ้าทางนี่ได้ แม้กระนั้นเขาไม่เคยโดดเดี่ยว เขามีวิญญาณที่ไอโอเนียอยู่ด้วยเสมอ” นางยื่นแหวนให้วาทัย “เขาต้องการให้เจ้าเก็บแหวนวงนี้ไว้ ถ้าเกิดเจ้ายังอยากได้มันอยู่”

วาทัยสวมแหวนวงนั้นใส่นิ้วของนางอีกทีโดยมีคาร์มาจ้องดู นางมีความคิดว่ามันถูกแล้ว ด้วยนางเองก็ไม่เคยเปลี่ยนความคิดไปรักผู้ใดอื่นด้วยเหมือนกัน “เรารักเจ้า จากรี” นางกระซุบกระซิบเสียงสั่นเครือแต่ว่าสุขล้นดวงใจ “เรารักเจ้า”

ดวงตาสีแก่ของคาร์มาหันมามองดูวาทัย “เราเศร้าใจด้วย มันชอบเกิดขึ้นไม่นาน”

วาทัยก้มศีรษะรวมทั้งรู้สึกจุกขึ้นมาในคอ “ขอบพระคุณนะ สำหรับสิ่งนี้”

“เราควรเป็นข้างขอบพระคุณกว่า วาทัย”

“เพราะเหตุไรล่ะ?”

“เขาไม่กล่าวกับเราเลย” นางพึมๆพำๆ “ไม่เลยตั้งแต่การจู่โจมตอนนั้น เขา… รู้สึกผิดหวัง และหายเงียบไป เป็นระยะเวลานานยาวนานหลายปีที่เราอยู่โดยไม่มีเสียงของจากรี ไม่มีความรู้นำทางจากคาร์มาคนก่อนหน้าเรา” นางประสานมือวาทัยแน่น “ขอบคุณมากนะ ขอบคุณมากที่พาเขากลับมาหาเรา”

สล็อต

ตรวนแห่งศรัทธา

ธอร์วา พี่หญิงที่น้ำแข็ง ดึงสายบังเหียนให้ดรูวาสก์ร่างยักษ์ของนางหยุดตรงข้างวรินน่า สการ์มาคุณร์ที่เผ่าวินเทอร์คลอว์ เจ้าสัตว์ขนฟูพะรุงพะรังแผดเสียงฟืดฟาดต่อต้าน มันเป่าลมหายใจร้อนที่แลเห็นเป็นไอเมื่อกระทบอากาศข้างนอก
“เงียบนะ ไอซ์ทูธ” ธอร์วาเอ็ด กระดูกของขลังแล้วก็ยี่ห้อเครื่องหมายตรงข้อมือของนางกระทบกันเมื่อนางขยับมือคลำเจ้าสัตว์ยานพาหนะที่กำลังอารมณ์เสีย
อากาศหนาวบาดกระดูกโหมพัดทั่วแผ่นดินดินแดนกันดารที่นี้ แม้กระนั้นมีธอร์วาคนเดียวในกรุ๊ปนักสู้ที่มิได้ใส่ชุดดกที่ทำมาจากหนังและก็ขนสัตว์ แขนทั้งสองข้างของนางซึ่งมีรอยสักรูปเกลียวสีครามไม่มีสิ่งคุ้มครองจากพลังที่ธรรมชาติ แต่ว่านางมองไม่สะท้านสั่นสะเทือนอะไร เนื่องจากว่าความหนาวเย็นไม่บางทีอาจทำอะไรนางได้มาเป็นเวลายาวนานมากแล้ว

สล็อตออนไลน์

ร่างอันมองน่าเคารพของวรินน่า สการ์มาคุณร์นั่งอยู่บนหมูป่าดรูวาสก์เขี้ยวโง้งอีกตัวหนึ่งซึ่งใหญ่ยักษ์กว่าตัวที่ธอร์วาขี่อยู่เสียอีก มันร้องขู่คำรามแล้วก็กระทืบเท้าที่เป็นกีบข้างหนึ่งพร้อมมองดูธอร์วาด้วยสายตาดุร้าย กระทั่งเมื่อโดนวรินน่าเตะเข้าแรงๆหนหนึ่งก็เลยเงียบ

สการ์มาคุณร์โชกโชนสงครามและก็ไร้ความปรานี นางคว้าแชมป์จากการต่อสู้เลือดสาดมาเยอะแยะ แม้กระนั้นธอร์วามิได้ชื่นชมชื่นชอบนางกระทั่งเกินจริง ถึงแม้ว่าชื่อของธอร์วาจะยังไม่มีชื่อเสียงกว้างใหญ่ในดินแดนเฟรย์ลยอร์ดอย่างสการ์มาคุณร์ แม้กระนั้นนางเป็นชาแมนก้า ผู้สามารถนิมิตมองเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเหล่าเทพเจ้า และก็แม้กระทั้งสตรีหัวหน้าเผ่าต่างๆที่มีอำนาจที่สุดในเฟรย์ลยอร์ดก็ยังเฉลี่ยวฉลาดพอที่จะไม่ดูถูกเหยียดหยามเลื่อมใสความศรัทธาแบบเก่า

ทหารวินเทอร์คลอว์ผู้อื่นดึงบังเหียนสั่งให้สัตว์ยานพาหนะหยุดแล้วก็รอคอยสการ์มาคุณร์และก็ชาแมนก้า พวกเขารีบเดินทางมาเกือบจะตลอดวันโดยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกลึกเข้าไปในดินแดนของอวาโรซ่า ภายหลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาแวะพักผ่อน พวกเขาก็เลยฉวยโอกาสลงมายืดเส้นยืดสายคลายแผ่นข้างหลังที่อ่อนเพลียและก็แข้งขาที่เป็นเหน็บ

ลมพัดแรงขึ้นพร้อมหอบหิมะแล้วก็น้ำแข็งลอยละลิ่วใส่ธอร์วา

“ลมพายุกำลังจะออกเดินทางมา” นางเอ่ย

วรินน่าซึ่งมีรอยแผลเป็นพิงอยู่บนบริเวณใบหน้าไม่ตอบอะไร แล้วก็ยังคงจ้องมองไปทางด้านทิศใต้ ดวงตาข้างขวาของวรินน่าเป็นสีหม่นหมองและก็บอดไม่เห็น เส้นผมสีดำของนางมีปอยผมสีขาวแทรกอยู่—ไม่ว่าสิ่งที่สร้างรอยแผลพวกนี้ให้นางจะเป็นอะไร แต่ว่ามันได้ทิ้งรอยไว้แจ่มแจ้ง ในกลุ่มชาวเผ่าวินเทอร์คลอว์ รอยบากแบบนี้เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจแล้วก็น่าชมเชย—มันเป็นเครื่องหมายของคนรอดพ้นจากความตาย

jumboslot

“เจ้าเห็นอะไรถ้าอย่างนั้นหรอ?” ธอร์วาถาม

วรินน่าก้มศีรษะแล้วก็ยังคงเพ่งมองจุดที่อยู่ไกลออกไป

ธอร์วาหรี่ตา แต่ว่าเกือบจะไม่เห็นอะไรท่ามกลางลักษณะอากาศที่ชั่วร้ายหนักขึ้น

“เรามองไม่เห็นอะไรเลย”

“เจ้ามีดวงตาสองเราที่ใช้การได้แท้ๆแต่มืดบอดมากกว่าเราเสียอีก นังหนู” วรินน่าเย้ย

น้ำแข็งเกาะอยู่บนข้อนิ้วของธอร์วาในตอนที่นางกำมือแน่น ม่านตาของนางแปลงเป็นสีฟ้าอ่อนราวกับแผ่นน้ำแข็ง แต่ว่านางสะกดความโกรธไว้และก็สั่งตนเองให้สูดลมหายใจลึกๆ

เห็นได้ชัดเจนว่าวรินน่า สการ์มาคุณร์เองก็ราวกับชาววินเทอร์คลอว์โดยมากที่ไม่ค่อยให้ความเอาใจใส่กับนางหรือความเลื่อมใสของนาง การที่ธอร์วาร่วมขบวนจู่โจมคราวนี้โดยไม่มีผู้ใดเชิญชวนก็ดูเหมือนจะไม่มีสาระอันใด แน่ๆว่านางน่าจะมีความคิดว่าการที่มีชาแมนก้ามาร่วมขบวนอาจจะทำให้ทหารที่เชื่อเรื่องไสยเวทกำเนิดความสับสนขึ้นมาได้ ซึ่งจะเป็นภัยต่อการเป็นผู้พิชิตจุดหมายของพวกเขารวมทั้งอำนาจของนาง
[NPC5]
ในความจริง สัญชาตญาณที่แม้ว่าจะกำกวมแต่ว่าทรงอำนาจได้กระตุ้นสั่งให้ธอร์วาร่วมการบุกโจมตีคราวนี้ถึงแม้สการ์มาคุณร์จะแย้งไม่เห็นพ้องในตอนแรก ธอร์วาได้ศึกษามานานแล้วว่าควรจะโอบรับญาณบันดาลใจแบบนี้ไว้ภายในฐานะของขวัญ เหล่าเทพเจ้าอยากที่จะให้นางมาตรงนี้ แต่ว่าเพื่อจุดหมายใดนั้น นางไม่บางทีอาจทราบได้

“ตรงโน้น ห่างออกไปหนึ่งไมล์ด้านทิศใต้” วรินน่าชี้ “ใกล้ๆชะง่อนผาหินโน่น มองเห็นมั้ย?”

ธอร์วาก้มศีรษะท้ายที่สุด มีร่างหนึ่งซึ่งมองเห็นเป็นเพียงแค่เงาจางยืนอยู่กึ่งกลางหิมะ นางไม่บางทีอาจทราบว่าวรินน่าสังเกตมองเห็นได้ยังไง ธอร์วาย่นคิ้วในขณะกำเนิดความรู้สึกเสียวขึ้นตรงก้านคอ มีบางสิ่งบางอย่างแปลกออกไปเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้ไม่ว่าเขาจะเป็นคนใดกันแน่…

ลมโหมกระหน่ำขึ้นรวมทั้งร่างนั้นก็ถูกบังอีกที แม้กระนั้นความกังวลของธอร์วายังอาจจะค้างคาอยู่

“พลลาดตระเวนจากอวาโรซ่าถ้าเช่นนั้นหรอ?”

“ไม่ใช่” วรินน่าบอกแล้วก็สั่นหน้า “พวกนั้นจะฝ่าฝ่าเนินหิมะกองโตไปตรงๆเลย ชาวเฟรย์ลยอร์ดไม่ว่าจะเป็นเด็กตัวเล็กๆเพียงใดก็ไม่มีวันตกลงใจผิดแบบนี้แน่

เครดิตฟรี

“ถ้างั้นก็เป็นคนต่างบ้านต่างเมืองสินะ แม้กระนั้นมาทางด้านเหนือไกลขนาดเลยรึ?”

วรินน่า สการ์มาคุณร์ยักไหล่ “ชาวอวาโรซ่าไม่ปฏิบัติตามวิถีเริ่มแรกแล้ว พวกเขาหันมาค้าขายแลกกับชาวดินแดนใต้ แทนที่จะแย่งชิงสิ่งที่อยากได้ไปตามใจชอบ นี่บางทีอาจจะเป็นพ่อค้าที่หลงทางมา”

วรินน่าถุยน้ำลายอย่างไม่ยี่หระแล้วก็บังคับดรูวาสก์ของนางให้หมุนเพื่อเดินทางต่อ นักสู้ที่เหลือทำตามอย่างรวมทั้งสั่งให้สัตว์ยานพาหนะตัวโตเขี้ยวโง้งของพวกเขาหันเดินไปตามแนวสันเขามุ่งสู่ทิศตะวันออก มีแม้กระนั้นธอร์วาผู้เดียวที่ยังไม่ขยับไปไหน นางถมึงทึงเข้าไปในลมพายุ

“เขาบางครั้งก็อาจจะมองเห็นพวกเราแล้ว ถ้าหากเขาไปส่งข่าวคราวว่ามองเห็นเรา พวกอวาโรซ่าบางทีก็อาจจะเตรียมรับมือได้ทัน”

“เจ้าทึ่มโน่นเป็นไปไม่ได้คาบข่าวอะไรไปบอกคนไหนกันแน่ได้หรอก บางทีอาจเว้นก็เสียแม้กระนั้นพวกทวยเทพเทวดาใดๆก็ตามที่พวกเขาบูชาในดินแดนไกลมาก” วรินน่าตอบเสียงดัง “ลมพายุหนักขึ้นแล้ว เขาได้ตายก่อนที่จะถึงเวลามืดแน่ มาเถิด พวกเรายืดยาดมานานพอแล้ว”

แม้กระนั้นยังคงมีบางอย่างที่ก่อกวนจิตใจของธอร์วา นางยังไม่ขยับออกมาจากขอบสันเขาและก็ดูกลับไปที่คนต่างเมืองผู้สันโดษ แม้นางจะแลเห็นแทบจะไม่ไกลเกินสิบกว่าก้าวก็ตาม นี่เป็นเหตุผลนางถูกพามาตรงนี้หรือไม่?

“นี่เจ้า!” วรินน่าตะโกน “จะไปมั้ย?”

ธอร์วามองวรินน่าก่อนหันกลับไปมองดูทางด้านใตน

“ไม่”

ธอร์วากระเหม็นตุกสั่งให้หมูป่าดรูวาสก์ของนางเดินลงลาดสันเขาไป รวมทั้งยิ้มหนำใจออกมาเมื่อได้ยินเสียงวรินน่าสบถอยู่ข้างหลังนาง

สล็อต