เงาวิปโยค

แสงสว่างแรกที่เช้าทอดปกคลุมกลุ่มหลังคาในมหานครรวมทั้งทาทับหินซีดเผือดอ่อนให้เปลี่ยนแปลงเป็นสีทองคำ อากาศนิ่งสนิท สรรพเสียงที่ลอยขึ้นมาถึงระเบียงสวนฝั่งทิศตะวันออกของป้อม มีเพียงแค่เสียงแว่วของกลุ่มนกที่ขับร้องประสานเสียงรับย่ำรุ่งและก็เสียงที่การเปลี่ยนแปลงของเมืองข้างล่างที่พึ่งตื่นจากการหลับ
สินเฉาขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน รวมทั้งวางมือทับหอกที่พิงไว้บนตัก เขาจ้องมองลงไปดูสวนระดับล่างที่เรียงชั้นลดหลั่นกัน ทิ้งสายตาไกลไปยังเชิงเทินรวมทั้งเมืองหลวงของเดมาเซียที่อยู่ไกลออกไป ธรรมดาแล้ว การมองดวงอาทิตย์ขึ้นในดินแดนที่นี้ซึ่งเปรียบเหมือนบ้านค้ำชูของเขาจะช่วยทำให้ปรับจิตใจรู้สึกสงบ…แม้กระนั้นไม่ใช่วันนี้
เสื้อคลุมของเขาเลอะเทอะรอยเขม่าดำและก็หยดเลือดที่กระเด็นมา เกราะของเขาบุ๋มรวมทั้งมีรอยขูดขีด เส้นผมที่เวลานี้แปลงเป็นสีเทาเสมือนโลหะ ไม่ใช่สีดำสนิทดังเช่นยุควัยชายหนุ่ม หลุดลุ่ยจากจุกผมที่ผูกไว้ยุ่งเหยิงลงมาปรกหน้า ถ้าอยู่ในเหตุการณ์ธรรมดา ตอนนี้เขาคงชำระล้างร่างกายให้สะอาด ขัดล้างรอยเลือดเหงื่อไคลรวมทั้งเขม่าควันไฟไปแล้ว เขาคงส่งชุดเกราะไปให้ช่างซ่อมแซมแล้วก็เปลี่ยนเสื้อปกคลุมเป็นตัวใหม่ให้เป็นระเบียบ รูปลักษณ์เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมหาดเล็กผู้พิทักษ์ที่เดมาเซีย

สล็อตออนไลน์

แต่ว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไกลห่างจากคำว่าธรรมดาหลายขุมนักพระเจ้าแผ่นดินตายแล้วท่านเป็นบุคคลที่เปี่ยมด้วยเกียรติยศน่ายำเกรงที่สุดเท่าที่สินเฉาเคยเจอ สินเฉาอีกทั้งรักและก็เชิดชูยกย่องท่านเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังได้สาบานคำสัญญาว่าจะคุ้มครองป้องกันท่าน…แต่ เขากลับมิได้อยู่นั่นในตอนที่น่าจะอยู่สูงที่สุดเขาสูดหายใจลึกอย่างเจ็บ ความผิดพลาดกดทับหนักจนถึงเขาเกือบจะแหลกสลาย

การยืนขึ้นฮือของเหล่านักเวทที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนสร้างความแปลกใจให้ทั่วเมือง สินเฉาได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้าระหว่างเดินทางกลับวัง แม้กระนั้นเขากลับไม่รู้เรื่องสึกอะไร เขานั่งอยู่ที่ตรงนี้ผู้เดียวนานหลายชั่วโมงแล้วและก็ปลดปล่อยให้ไอเย็นของพื้นหินซึมซาบเข้าไปในกระดูกในเวลาที่ห้วงความเศร้าเสียใจ ความละอายใจและก็ความรู้สึกตัวว่าตัวเองผิดถั่งโถมเข้าใส่ เหล่าทหารคุ้มครองวังที่ผิดฆ่าสำหรับในการต่อสู้ปลดปล่อยให้เขาได้อยู่กับความกลัดกลุ้มนี้เพียงลำพังกับและไม่เข้ามายุ่มย่ามในสวนไล่ระดับที่เขานั่งเฉยๆท่ามกลางความมืดดำนานหลายชั่วโมง สินเฉาประทับใจความมีน้ำใจนิดๆหน่อยๆนี้ เขาไม่รู้จักว่าควรจะทำยังไงถ้าหากมองเห็นแววตาติเตียนของทหารพวกนั้น

สุดท้าย ดวงตะวันก็ฉายสาดมาถึงตัวเขา เช่นเดียวกันกับลำแสงที่คำวินิจฉัยที่เจิดจ้าตนเขาจำเป็นต้องหยีตามองเขาถอนใจลึกแล้วก็สั่งตนเองให้อดทน เขาลุกขึ้นยืนรวมทั้งส่ายตาดูดูทั้งเมืองที่เขารักยิ่งนัก รวมทั้งสวนนี้ที่เป็นที่พักอิงจิตใจให้เขาอยู่เป็นประจำ แล้ว เขาก็เลยหมุนเดินกลับไปที่วัง
เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เขาได้เคยให้คำมั่นคำสัญญาไว้ เดี๋ยวนี้ เขายึดมั่นว่าจะกระทำตามคำมั่นสัญญานั้น
สินเฉาอยู่ในภาวะไม่มีความรู้สึกนึกคิดและก็เศร้าสร้อย เขารู้สึกเสมือนเป็นวิญญาณที่เฝ้าสิงถูกจุดที่ตนหมดลม ตายเสียจะยังดีมากกว่าอยู่ ขั้นต่ำถ้าหากได้พลีชีพเพื่อคุ้มครองปกป้องผู้เป็นนายก็ยังทรงเกียรติเสียกว่า
เขาเดินโซซัดโซเซไปตามทางเดินของวังที่ดูเหมือนจะเย็นเยือกไม่มีชีวิตขึ้นมาโดยทันที ข้าหลวงที่เขามองเห็นล้วนเงียบๆและก็ได้แต่ว่าเดินไปๆมาๆในภาวะเงียบเชียบด้วยความสะดุ้งรวมทั้งเปิดตากว้าง เหล่าทหารรักษาการณ์ล้วนมีสีหน้าท่าทางซึมเซา พวกเขาคารวะแม้กระนั้นสินเฉากลับก้มตัว เขาไม่คู่ควรที่กำลังจะได้รับการเคารพ

jumboslot

ท้ายที่สุดเขาก็มายืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งซึ่งปิดอยู่ เขาเอื้อมมือออกไปจะเคาะประตูกลับหยุดชะงักกลางทาง มือเขาสั่นถ้าเช่นนั้นรึ? เขาสบถด่าทอความอ่อนแอของตนก่อนที่จะรัวเคาะประตูไม้โอ๊กเนื้อแข็ง แล้วหลังจากนั้นก็เลยยืนตรงพร้อมชนตั้งด้ามหอกบนพื้น เสียงสะท้อนกลับดังก้องกังวาลไปทั่วทางเท้า เขายืนนิ่งรอคอยให้ประตูเปิดอยู่ที่ตรงนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนอยู่เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

ทหารตรวจการณ์สองนายเลี้ยวตรงมุมแล้วก็เดินผ่านเขาไป ชุดเกราะของพวกเขาแผดเสียงกระทบกันวัวล้งเคล้ง ความรู้สึกละอายทำให้เขาไม่กล้ามองดูทหารคู่นั้น แม้กระนั้นประตูก็ยังคงปิดสนิท

“ท่านจอมพลสูงสุดคราวน์การ์ดคงจะอยู่ทางฝั่งเหนือขอรับ ท่านมหาดเล็กผู้พิทักษ์” ทหารตรวจการณ์นายหนึ่งเอ่ย “ตรวจการเพิ่มกำลังการดูแลและรักษาความปลอดภัย”

สินเฉาสูดลมหายใจลึกแต่ว่าขบฟันกรามแน่น เขาก้มศีรษะขอบคุณมากทหารนายนั้น

“ท่านขอรับ…” ทหารอีกนายเอ่ย “ไม่มีผู้ใดโทษท่านเรื่อง—”

“ขอบคุณมาก ทหาร” สินเฉาสอดแทรก เขาไม่ได้อยากต้องการความเห็นอกเห็นใจเห็นอกเห็นใจจากพวกเขา ทหารทั้งคู่นายทำท่าแสดงความเคารพนับถือและก็ออกเดินต่อ

สินเฉาเลี้ยวเดินย้อนด้านไปตามทางที่ทหารยามเดินจากมาแล้วก็มุ่งหน้าไปทางปีกเหนือของวัง การที่จอมพลสูงสุดเทียนน่า คราวน์การ์ดจะไม่อยู่ในห้องทำงานก็มิได้ช่วยทุเลาเหตุการณ์อะไร มันเพียงทำให้ประเด็นนี้ยิ่งคั่งค้างนานขึ้น
[NPC5]
เขาเดินผ่านโถงที่มีธงห้อยแต่งแต้มและก็หยุดยืนชั่วขณะเวลาหนึ่งใต้ธงผืนหนึ่ง—ธงใหญ่ที่เสริมแต่งรูปกระบี่เสริมแต่งเครื่องกั้นปีกสีขาวที่เดมาเซียบนพื้นธงสีน้ำเงิน ธงผืนนี้ทอโดยแม่ผู้เสียชีวิตขององค์ราชาและก็เหล่านางกำนัล แม้ว่าจะถูกไฟเผาไปเกือบจะหนึ่งในสามส่วน แม้กระนั้นธงผืนนี้ยังคงได้ผลงานที่สวยงามเปี่ยมศิลปอย่างน่าทึ่ง มันเคยตกลงมาคราวหนึ่งในระหว่างการต่อสู้ที่ซอลต์สไปก์ ฮิลล์ แม้กระนั้นกษัตริย์จาร์วานนำกองทัพไปเอาธงกลับมาด้วยท่านเองโดยมีสินเฉาเคียงคู่ พวกเขาตะลุยฝ่าเหล่าเฟรย์ลยอร์ดคลุ้มคลั่งนับร้อยๆที่ใส่ชุดขนสัตว์ สินเฉาเป็นคนที่ยกธงขาวผืนนั้นขึ้นมาหากว่ามันจะถูกไฟลุกลามถึงลายปัก การยืมธงใหญ่ผืนนี้กลับมาได้กลับเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในวันนั้นและก็ช่วยปลุกระดมเหล่าเดมาเซียให้พลิกกลับมาเป็นข้างคว้าชัยได้ กษัตริย์จาร์วานไม่ยินยอมให้นำธงไปซ่อมบำรุงภายหลังนำมันกลับมายังวังได้โดยสวัสดิภาพ ท่านอยากให้ทุกคนที่มองเห็นธงผืนนี้คนึงถึงประวัติศาสตร์ของมันได้

สินเฉาเดินผ่านห้องเล็กๆห้องหนึ่ง มันเป็นห้องทำงานที่กบดานอยู่ไกลในมุมหนึ่งของวังซึ่งไม่ค่อยมีคนไหนกันแน่ใช้และก็เป็นเยี่ยมในสถานที่องค์ราชามักแวะมาขลุกอยู่ในยามเย็น ตรงนี้เปรียบสถานที่ปลีกวิเวกที่ท่านสามารถหลบลี้จากข้ารับใช้และก็เจ้าขุนมูลนายที่ขวักไขว่วุ่นวาย มีหลายคราที่สินเฉามาอยู่ตรงนี้กับท่านจนถึงดึกและก็จิบเหล้าองุ่นน้ำผึ้งดีกรีแรงในขณะที่ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำประเด็นการปรับแก้จุดยุทธศาสตร์ต่างๆรวมทั้งประเด็นการเมืองรวมทั้งความจำยุคเยาว์วัยในสมัยก่อนเมื่อก่อนซึ่งๆหน้าคนกลุ่มมากมาย กษัตริย์จาร์วานจะวางท่านเป็นหัวหน้าที่ดูดุดันแข็งกระด้าง แม้กระนั้นเมื่ออยู่ตรงนี้ ในห้องส่วนตัวที่นี้—โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพักหลังเที่ยงคืนไปซึ่งทั้งสองได้ดื่มไปมากมายแล้ว—ท่านจะหัวเราะร่าจนกระทั่งร้องไห้รวมทั้งเล่าถึงอนาคตที่ทรงหวังไว้สำหรับราชลูกของท่าน

สินเฉาเจ็บแปลบขึ้นมาในอกเมื่อใส่ใจว่าจะไม่มีทางได้ยินเสียงหัวเราะของผู้เป็นเพื่อนของเขาอีกต่อไปแล้ว

แล้วต่อจากนั้นสินเฉาก็เดินผ่านห้องซ้อมโดยไม่รู้สึกตัว ในตอนยี่สิบปีที่ล่วงเลยไป เขาบางทีอาจใช้เวลาอยู่ตรงนี้มากยิ่งกว่าที่ไหนๆนี่เป็นบ้านที่จริงจริงของเขา เป็นที่ที่เขารู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองเยอะที่สุดในที่นี้ เขาได้ใช้เวลามากไปกับการฝึกหัดรวมทั้งฝึกต่อสู้กับกษัตริย์จาร์วานโดยไม่มีผู้ใดทราบในที่นี้ พระราชโอรสจาร์วานได้รับสินเฉาให้เป็นพวกคนหนึ่งของครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้กษัตริย์จาร์วานทั้งยังขำรวมทั้งยินดีในที่นี้ สินเฉาได้สอนพระราชโอรสเด็กวัยได้ศึกษาวิชาการต่อสู้ด้วยกระบี่ หอกแล้วก็ทวนในที่นี้ สินเฉาได้ช่วยปลอบประโลมพระราชโอรส ช่วยเช็ดน้ำตา แล้วก็ช่วยดึงเขาให้ยืนขึ้นมาได้อีกรอบข้างหลังล้มในที่นี้ เขาได้รวมหัวเราะและก็ร่วมยินดีไปกับการบรรลุเป้าหมายของพระราชโอรส

เครดิตฟรี

ห้วงคิดถึงพระราชโอรสจาร์วานทำให้สินเฉาเจ็บแปลบราวถูกคมกระบี่ทะลวง สินเฉาบางทีอาจจะสูญเสียเพื่อนรักไปเมื่อวานนี้ แต่ว่าพระราชโอรสจาร์วานสูญเสียพ่อ ท่านสูญเสียแม่ไปแล้วตั้งแต่ต้นกำเนิด ในตอนนี้ ท่านเหลือตัวผู้เดียว

สินเฉาเดินต่อไปด้วยหัวใจที่หนัก แม้กระนั้นเสียงชินหูทำให้เขาหยุดชะงัก…เสียงกระบี่ไม่มีคมที่ฟาดชนไม้ มีคนกำลังซ้อมอยู่ สินเฉาย่นคิ้ว

เขารู้สึกมวนท้องอืดท้องเฟ้อมาในขณะก้าวผ่านประตูครึ้มหนักที่ส่งผลให้เกิดข้างใน

ในตอนแรก เขาไม่เห็นว่าคนใดกันแน่อยู่ที่ตรงนั้น ซุ้มโค้งรวมทั้งเสาที่เรียงรายอยู่ขอบห้องนิรภัยที่นี้เป็นเครื่องบังสายตาให้มองเห็นไม่ชัดเจน เสียงกระบี่ที่ฟาดชนดังกังวานกึกก้องรอบกายเขา

ภายหลังลัดเดินพ้นกลุ่มเสา ท้ายที่สุดเขาก็มองเห็นพระราชโอรสจาร์วานที่กำลังรัวฟาดเป้าฝึกหัดที่ทำมาจากไม้ด้วยกระบี่ฝึกฝนที่ทำมาจากเหล็กดกหนัก ท่านเหงื่อแตกชำรุดทรุดโทรมกายและก็ออกแรงอย่างหอบหนักกระทั่งอกกระเพื่อม ท่าทางบอกให้ทราบถึงความปวดร้าวใจรานหัวใจที่ระบายออกมาผ่านการจู่โจมอย่างดุเดือด

สินเฉาหยุดอยู่ในเงา จิตใจของเขาเจ็บแปลบเมื่อได้มองเห็นพระราชโอรสวัยชายหนุ่มที่กำลังก่อกวนด้วยความเจ็บแบบนี้ เขาต้องการจะเข้าไปหาพระราชโอรสเพื่อปลอบประโลมใจแล้วก็ช่วยเหลือให้เขาก้าวผ่านระยะเวลาอันเลวทรามแบบนี้ไปได้อย่างยิ่งเพราะเหตุว่าอย่างเดียวที่ใกล้เคียงกับครอบครัวเยอะที่สุดสำหรับสินเฉาก็คือพระราชโอรสและก็พระพ่อนั่นเอง แม้กระนั้นพระราชโอรสจำเป็นจะต้องการเขาหรือ? เขาเป็นผู้พิทักษ์ประจำองค์ราชา แต่ถ้าว่าเขายังมีลมหายใจอยู่ขณะที่องค์ราชาตายแล้ว

ความโลเลไม่ใช่นิสัยที่สินเฉารู้จักหรือถนัด แม้กระทั้งเมื่อครั้งที่จะต้องต่อสู้ในสนามแข่งขันของน็อกซัส เขายังไม่เคยทราบสึกคลางแคลงตนเองเลย สินเฉาส่ายหน้ารวมทั้งหมุนจะเดินออกไป

สล็อต xo