การปรับเปลี่ยน

การเช็ดกขับไล่พอๆกับการเช็ดกลบตัวตนเจ้ามิได้ถูกลืม เจ้าไม่เคยมีตัวตนแม้แต่น้อย การเต้นของชีพจรเจ้าถูกตีตราว่าไม่สมควรค่าแก่การนับ แม้กระทั้งข้ารับใช้ยังมีเครื่องพันธนาการที่พิสูจน์ให้ทราบว่ามีคุณค่า แม้กระทั้งผู้เสียชีวิตยังมีผู้ไว้อาลัยให้
เราปราศจากความหมายใดต่อคีลาชที่เป็นเผ่าเกิดของเรา ชื่อเรนก้ามิได้ทำให้พวกเขาคิดถึงบริเวณใบหน้าของคนที่เป็นเครือญาติร่วมเผ่ารวมทั้งเป็นลูกของพอนจาร์ฟหัวหน้าเผ่าอีกต่อไปแล้ว เราเป็นคนที่ถูกไล่ให้พ้นไปจากหัวใจและก็เรือนพักพิงของพวกเขา

ไม่มีผู้ใดที่จะหนีออกไปจากชะตาแบบนี้ได้

สล็อตออนไลน์

เราได้ยินมาแบบนั้น ยุคสมัยและก็เลือดสามารถเปลี่ยนสิ่งพวกนั้นได้

หัวใจเรายังเต้นอยู่ เราก็เลยไปพบพวกเขาพร้อมที่ระลึกนึกถึงซึ่งสั่งสมได้ในระหว่างทางที่การเป็นนักล่า โดยไม่มีคำบอกเล่าใด เราถูกพาตัวมาอยู่ต่อหน้าต่อตาบิดาของเรา เขายื่นข้อเสนอให้เรากลับสู่เผ่าในที่นี้ ชื่อของเราจะได้รับการเรียกชื่อ บริเวณใบหน้าของเราจะมีผู้จำ รวมทั้งการเต้นของชีพจรเราจะสื่อความหมายอีกที

แล้วเขาก็บอกให้ทราบดีว่าสิ่งนั้นจำต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยอะไร

เราต้องตามรอยเงา คมเสี้ยวที่คืนไม่มีจันทร์ สิ่งที่น่าแขยง

แม้เอาหัวมันกลับมาจากป่าได้ เราจะผิดขับไล่อีกต่อไป
เราอำพรางตัวกลืนไปกับแมกไม้ เราฟังเสียง สูดกลิ่น และก็ใช้ความสามารถสึก เราค้นหาสัตว์น้อยใหญ่นับพัน มันเป็นสัญชาตญาณที่ได้รับการขัดเกลาผ่านบทเรียนอันไม่มีความสนใจจากมนุษย์ที่ส่งตัวผู้ถูกขับไล่ที่พวกเขาเจอไปสู่ทางที่การไล่ล่า เรายังคงพกมีดที่มาร์คอนให้ประจำตัวไว้

เราตามหาร่างบาปซึ่งอาศัยอยู่ตรงนี้ มันไม่บางทีอาจเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของตรงนี้ได้

ที่ระลึกนึกถึงที่การล่าที่เคยแขวนแผดเสียงกระทบกันตรงเสื้อคลุมของเราไม่อยู่แล้ว เราทิ้งพวกมันไว้ที่ค่ายพัก ช่วงนี้ ข้ามีเพียงแค่มีด ไขน้ำมันสำหรับแต่งขน แล้วก็หัวใจของนักล่าที่เต้นเป็นจังหวะเนิบช้าคงเดิมในอกเรา

ท่ามกลางทุกๆชีวิตในป่าดิบชื้นที่นี้ไม่มีอะไรอยู่เลย… ตราบจนกระทั่งเมื่อสิ่งหนึ่งปรากฏขึ้น มันคืบคลานเข้ามาอย่างแผ่วเบาแต่ว่าชัดเจนในประสาทสัมผัสของเรา ความแปลกประหลาดที่น่าสยองขวัญของมันทำให้เราหยุดชะงักประเดี๋ยวเดียวเพื่อสังเกตการณ์ มันไม่ถูกไปทุกสิ่งทุกอย่าง น่ารังเกียจ สิ่งที่เป็นข้าศึกต่อชีวิตในลักษณะที่ไม่บางทีอาจชี้แจงได้ มันท้าต้านทุกอย่างที่อยู่รอบข้างมัน

การล่าที่จริงจริงเริ่มขึ้นแล้ว เราสะกดรอยไป

เราลัดไปบริเวณไม่แตะสิ่งใด เราฝ่าฝืนสูดของร่างบาปโน่นจนตราบเท่าได้ยินเสียงที่การฆ่าฟันดังขึ้นบอกทาง

บางสิ่งบางอย่างใกล้จะตาย เลยป่าดงต้นไม้ข้างหน้าไป มิได้เป็นการตายที่สบาย

นกป่านักล่าฝูงหนึ่ง ถึงแม้นกนักล่าเหล่านี้จะห่างชั้นจากเหล่ายอดนักล่าในห่วงโซ่ของกิน แม้กระนั้นยังนับว่าเป็นนักล่าที่หาญกล้าและก็เกือบจะไม่เคยกลายเป็นเหยื่อ คนที่จู่โจมพวกมันนั้น แม้มิได้ทำลงไปเนื่องจากว่าอยู่ในสภาวะหิวโหยจนถึงไม่มีหนทางอื่น ก็อาจจะเป็นด้วยเหตุว่าไม่รู้เรื่องซึ้งถึงความน่าอันตรายของพวกมัน

เราแสยะยิ้ม นี่บางทีอาจเป็นคำท้าทาย

jumboslot

กลิ่นของร่างบาปคลุ้งไปทั่ว มันขยุ้มกลุ่มขนเปียกแฉะเลือดแดงฉานที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นป่า เราใช้อุ้งเล็บจิกไต่ลำต้นดกปุ่มๆป่ำๆขึ้นไปถึงยอดของต้นไม้อย่างเงียบเชียบ เราหมอบซุ่มอยู่ในเงาของพุ่มไม้ใบแล้วก็รับทราบได้ถึงความชื้นที่อยู่ภายในอากาศตอนที่หรี่ตาไล่หาจุดมุ่งหมายของเรา

มันเขยื้อนได้เร็วทีเดียว นี่เป็นอาวุธที่มันเฝ้าลับจนถึงปรับปรุงถึงกับขนาดสูง ผ่านองมองเห็นมันเพียงแค่แวบๆในระหว่างที่มันพุ่งขยับไปๆมาๆเพื่อฆ่าเหยื่อแล้วก็จัดเตรียมสังสรรค์มื้อใหญ่

ที่ระลึกนึกถึงที่ชัยไม่ใช่แรงผลักดันสำหรับการล่าของมัน เราสัมผัสได้ถึงความหิวหิวที่ร้ายแรงเพิ่มขึ้นได้จากการเคลื่อนไหวของมัน เป็นสิ่งเหนือไปกว่าสัญชาตญาณดิบที่การเอาตัวรอด

เมื่อนกนักล่าตัวท้ายที่สุดถูกฆาตกรรม เจ้าร่างบาปเริ่มผ่อนความเร็วลง แต่ว่าแต่กระนั้นมันก็ยังไม่อยู่กับที่ มันกระโจนและก็เลื่อนลื่นไถลไปบนพื้นเหมือนกับควัน ในช่วงเวลานี้ เรามองเห็นมันชัดขึ้นแล้ว ภาพที่มองเห็นทำให้เรารู้สึกงงมาก

มันมองเหมือนแมลง แม้กระนั้นก็ไม่ราวกับไปทั้งผองพลาดท่าเดียว องค์ประกอบต่างๆของมันมองไม่ถูกฝาผิดตัว ทั้งยังแขนขา ผิวเนื้อ เปลือกรวมทั้งอุ้งเล็บของมันไม่น่าจะมาอยู่รวมกันในร่างเดียวได้ องค์ประกอบทั้งสิ้นนี้ถูกหุ้มห่อด้วยกระดูกที่มันเงาและก็เป็นสีม่วงคล้ำราวผลไม้เน่า อากาศรวมทั้งแสงสว่างรอบข้างมันสลัดวน เพราะว่าไม่ได้อยากต้องการสัมผัสสัมผัสร่างของมัน

โน่นทำให้เรารู้เรื่องขึ้นมา ร่างบาปถูกตีตราของผู้ถูกขับไล่เหมือนกัน เราพร้อมจะส่งมันกลับไปสู่ความเละที่สร้างมันขึ้นมาแล้ว

เรากำมีดของมาร์คอนไว้รวมทั้งไต่ก้านไม้ลงมา

ไม่มีเสียงอันใดเล็ดลอดออกมาในเวลาที่เราขยับไปข้างหลังของสิ่งมีชีวิตนั้น มันไม่สนใจการบุกติดของเรานิดหน่อย เราทราบดีว่าจะต้องเคลื่อนเช่นไรไม่ให้มีใครมองเห็นหรือได้ยินจวบจนกระทั่งกำลังจะถึงนาทีข้างหลังการฆ่าเมื่อความระทึกใจสูบฉีดไปทั่วร่าง เราก้าวขึ้นมาเป็นยอดเยี่ยมนักล่าได้ไพเราะการปรับตัว ด้วยเหตุว่าสัญชาตญาณ… รวมทั้งช่วงนี้ สัญชาตญาณของเรากำลังกรีดก้องว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างจากปกติ

ความลังเลใจช่วยทำให้เลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราไม่ต้องหลั่งรินไปรวมกับกองเลือดของนกนักล่าฝูงนั้น เราเกือบจะไม่เห็นอุ้งมือของมันที่ฟาดตะครุบลงมาถูกจุดที่เราแทบจะไปอยู่ มันรู้อยู่แล้วว่าข้ามา ถ้าเกิดเรามิได้หยุดชะงักเท้าไว้ ก็อาจจะตายด้วยอุ้งมือมันไปแล้ว

ทุกสิ่งราบรื่นเกินความจำเป็น ง่ายดุยเกินความจำเป็น เราคงจะฉงนใจฉุกคิดได้ก่อนหน้าที่ผ่านมา คำมั่นสัญญาของพอนจาร์ฟทำให้เราดวงตามืดบอด ทำให้ข้ามั่นหัวใจจนกระทั่งฮึกเหิมจนกระทั่งมิได้ดูแลตัว

เสียงแหลมสูงดังออกมาจากคอของภูติผีปีศาจตัวนั้น มูกน้ำลายสอห้อยที่ฟันกรามมัน แผ่นข้างหลังมันขยับเขยื้อนแล้วก็ทำให้เปลือกกายของมันถูกดันออก มันแผดเสียงร้องที่เราฟังไม่ออกว่ามาจากความเจ็บหรือความพอใจในช่วงเวลาที่อวัยวะใหม่ของมันแตกหน่อออกมาเป็นปีกที่มองน่าเกลียดและก็มีมูกของเหลวหยดออกมา มันแลเห็นภัยรุกรามที่เราก่อ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงตาม มันไม่คิดจะยอมยกธงขาวกลายเป็นเหยื่อ

เราพุ่งตัว

ช้าไป การโต้ตอบของมันนำมาซึ่งการทำให้มีดของมาร์คอนกระเด็นหลุดมือ ความโง่เง่ารวมทั้งอารมณ์ที่ครอบครองทำให้เราเผลอมองตามแวบหนึ่ง ข้อผิดพลาดคราวนี้เปิดทางแหว่งให้ร่างบาปเข้าจู่โจม
[NPC5]
อุ้งเล็บเหวี่ยงฟาดลงมาอีกที ความเจ็บปวดร้อนแล่นวาบ เสียงคำรามดังก้องกังวาลในหูทั้งสองข้างของเรา

เราล้มลง เลือดอาบหน้า

เราปีนป่ายถอยหนี อุตสาหะกระพริบตาไล่เลือดที่บังการมองมองเห็น ดวงตาข้างขวาเห็นภาพมัว ส่วนข้างซ้ายมืดมาก เสียงคำรามยังคงกระหึ่ม

เรายกมือขึ้นจับแก้ม เราทราบได้ว่าสิ่งที่สัตว์ร้ายเอาไปเป็นยังไง

ร่างบาปสลัดปีกเพื่อสลัดมูกเปรอะเปื้อนให้หมดจากปีกแล้วก็บินขึ้นมาอยู่เหนือร่างเรา มันแยกเขี้ยวซึ่งไม่ทราบว่าเป็นสัญญาณท้าให้สู้ต่อหรือเป็นรอยยิ้มอันเหี้ยมโหดอำมหิต ก่อนที่จะยกดวงตาข้างซ้ายของเราขึ้นเพื่อเรามอง แล้ว มันแล้วก็ค่อยๆเลื่อนเอาดวงตาอาบเลือดดวงนั้นมาไว้เหนือเขี้ยวก่อนและก็หย่อนยานลงคอหอยของมัน

เรารู้สึกจุกขึ้นมาที่คอ เรากำมือแน่นแล้วก็เอาขึ้นเช็ดดวงตาข้างที่เหลืออยู่

รอยตราบาปที่มันก่อ เครื่องหมายที่บอกถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัตว์ร้ายตัวนี้ดึงสถานะนักล่าของเราทิ้งไป เราไม่รู้จักสึกเจ็บแม้แต่น้อย มีแต่ว่าความเกรี้ยวกราด

เราพุ่งเข้าใส่มัน เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มีด ข้ามีอุ้งเล็บที่ประจำตัวมาแต่ว่ากำเนิดและก็เสียงคำรามประกาศชัยที่เราได้ศึกษามาด้วยตัวเอง เราควรต้องไม่แพ้

พวกเราปะทะกัน

เครดิตฟรี

การสาดกระเด็นของเลือดดูเหมือนจะดำเนินไปไม่รู้จักจบสิ้น พวกเราเปลี่ยนกันไล่รุก ความน่าแขยงเป็นเช่นความมืดมนมิดอันหนาวเย็น เราเป็นศูนย์กลางของพระอาทิตย์ที่การชำระแค้น พวกเราต่อสู้ใส่กันซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งอื่นในโลกนี้ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ท้ายที่สุด เมื่อถึงยามกลางคืน ศัตรูของเราก็หนีไป

หรือ… โน่นเป็นเพียงแค่สิ่งที่เราปรารถนามองเห็น? บางโอกาส มันบางครั้งอาจจะได้ทำความเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ทำเป็นจากเราแล้วแล้วก็สัญชาตญาณก็บอกให้มันผละไปสู่สิ่งอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่า ความอ่อนเพลียเข้าครอบครอง เราทรุดกายลงในภาวะซึ่งมีแต่รอยแผลโชกเลือดทั่วร้างรวมทั้งความรู้สึกใหม่อันทรามที่ว่าตัวเองมีความเชื่อมโยงกับสัตว์ร้ายตัวนั้น ความสัมพันธ์ซึ่งเกิดขึ้นในนาทีที่มันรับประทานองค์ประกอบหนึ่งของเราเข้าไป

พวกคีลาชเรียกร่างบาปนี้ว่าค้าง’ซิกข์

ในภาษาโบราณ คำนี้มีความหมายว่า “พบเจอกับตัวเอง”

จริงทีเดียว มันแปรไปในขณะที่พวกเราต่อสู้กัน มันเติบโตรวมทั้งเปลี่ยนแปลงไป มันก้าวไปด้านหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อหาข้อจำกัดของมัน ในตอนที่เราหันกลับมามองดูตนเอง มองดูอดีตกาลของเรารวมทั้งเผ่าแหล่งกำเนิดของเราเพื่อปลุกพลังที่ความโกรธเคืองโกรธของเราในฐานะผู้ถูกขับไล่

เท่านี้มันน้อยเกินไป ในเมื่อมันเปลี่ยนแปลง เราก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง

เพราะว่าเราจำเป็นจะต้องฆ่ามันให้ได้

สล็อต