การครองบัลลังก์ครั้งสุดท้าย

กำปั้นที่ชูเหยียด พลังแห่งศาสตร์มืดที่ก้าวขึ้นครอบงำ เบื้องหน้าเขาคือยอดสุดท้ายของหอคอยสุดท้าย ควันสีเข้มดั่งน้ำหมึกรวมตัวประสานกันเป็นแผ่นเหล็กสีดำ มอร์เดไคเซอร์จ้องมองดินแดนใต้อำนาจมืดของเขาด้วยความภาคภูมิใจมิตนา รัชนัน ปรโลกของเขาเสร็จสมบูรณ์แล้วครั้งหนึ่งเขาเคยยืนอยู่ ณ จุดนี้ ในสภาพวิญญาณมนุษย์ที่เผชิญหน้ากับความว่างเปล่าอันไร้จุดหมาย แต่ในตอนนี้ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคืออาณาจักรที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากน้ำมือของเขาเอง
เขามุ่งหน้าไปที่ป้อมของเขาด้วยความพึงพอใจในผลงานของตัวเอง หินแต่ละแผ่นใต้ฝ่าเท้า…น้ำพักน้ำแรงของเขา กำแพงป้อมและกำแพงเมือง… ทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากเวทมนตร์อันโหดร้ายและเจตจำนงที่คงมั่นดั่งเหล็กกล้า

สล็อตออนไลน์

เริ่มต้นจากศูนย์ มอร์เดไคเซอร์ค่อยๆ หล่อหลอมสิ่งที่วาดหวังไว้ให้กลายเป็นความจริง… อาณาจักรที่ทุกดวงวิญญาณจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ไม่มีวันจางหายไป
ซาห์น-ยูซัลกระพริบตาและมองรอบกาย เขารู้สึกไม่แน่ใจและคิดอะไรไม่ออกข้าตายแล้ว
ความคิดนั้นผุดแวบขึ้นมาดั่งเสียงกระซิบแว่วในสายลม เมื่อตระหนักซึ้งถึงความจริงนี้ ความรู้สึกเศร้าก็แล่นเอ่อล้นขึ้นในดวงจิตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นและแผ่ซ่านไปทั่วกายจนไหลแล่นขึ้นมาจากหน้าอกและพรั่งพรูออกมาดังก้องกังวาน
ดี
ซาห์น-ยูซัลกวาดตามองหาประตูใหญ่แห่งวิญญาณที่เปิดไปสู่หอแห่งอัฐิอันเลื่องชื่อ เขามองหาผู้ดูแลที่จะแห่แหนเขาเข้าสู่โลกแห่งความเป็นอมตะอย่างเกริกไกร ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้พบเหล่ามหาบุรุษผู้พิชิตที่มาก่อนหน้าเขา

แต่ทว่าเบื้องหน้ากลับไม่มีสิ่งใดนอกจากหมอกที่ปกคลุมไกลสุดลูกหูลูกตา

ซาห์น-ยูซัลขยับก้าวไปข้างหน้าและก้มมองพื้นเบื้องล่างด้วยความประหลาดใจ ใต้ฝ่าเท้าของเขาคือทรายเนื้อละเอียดและก้อนกรวดหยาบที่พลิกขยับเมื่อโดนย่ำ เสียงกระซิบอันสับสนลอยมาจากไกล ๆ เสียงนั้นเบาเกินกว่าจะจับใจความได้

jumboslot

นี่มันอะไรกันน่ะ

เขาเดินข้ามทุ่งร้างอันเวิ้งว้างนั้นไปด้วยความมุ่งมั่นจะค้นหาความจริง

กาลเวลาผ่านไปโดยไร้คำตอบ

ความสับสนงุนงงแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เชื่อ ซึ่งก่อเชื้อให้เกิดความโมโหที่โหมกระพือ และกลายเป็นเพลิงแห่งความกราดเกรี้ยว

ไม่มีสิ่งใด

ไม่มีอะไรเลย

ผืนทรายอันแห้งแล้งครอบคลุมอาณาเขตยาวไกลไร้สิ้นสุด เสียงกระซิบยังคงลอยแว่วรบกวนจิตใจเขาไม่หยุดหย่อน ม่านหมอกที่ปกคลุมไม่เคยจางหาย มันลอยอ้อยอิ่งตราบชั่วนิรันดร์ราวกับผ้าคลุมศพที่ปกคลุมทุกสิ่งอย่าง

นักบวชพวกนั้นหลอกลวงหรืออย่างไร? หรือว่าเป็นนักพยากรณ์จอมลวงโลกที่พูดจาเพ้อเจ้อเผยแพร่แต่ความเชื่องมงายไร้เหตุผล? หรือว่าบรรพบุรุษของเขาตัดสินผิดพลาดอย่างรุนแรงและทำให้เขาไม่เป็นที่ต้อนรับสู่หอแห่งเกียรติยศใดเลย?

คำถามเหล่านี้เคยกัดกินจิตใจของเขาในตอนแรก แต่คำถามเหล่านั้นไม่สำคัญเลย ณ ตอนนี้ซาห์น-ยูซัลรู้ชัดแล้ว สิ่งเดียวที่สำคัญคือความจริงตรงหน้าที่ยากจะปฏิเสธซึ่งก็คือ… ที่นี่ไม่มีสิ่งใดเลย ความว่างเปล่าที่เหลือคณานับ ไร้รางวัลตอบแทน ไร้คำมั่นสัญญา

เมื่อตระหนักซึ้งถึงความจริงข้อนี้ ความสิ้นหวังก็เข้าคืบคลานติดตามซาห์น-ยูซัลเป็นเงาที่จ้องเขมือบกลืนกินเขา
[NPC5]
แต่เขาคือซาห์น-ยูซัล ผู้พิชิตแห่งแดนเถื่อน จ้าวผู้ปกครองเผ่าต่างๆ เขาก่อร่างสร้างจักรวรรดิขึ้นมาจากศูนย์ เมื่อครั้งยังมีชีวิต เขาสามารถฝ่าฟันนานาอุปสรรคและเอาชนะความสิ้นหวังได้ด้วยดวงจิตที่มีความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยาน แม้เมื่อตายแล้วก็ย่อมไม่ต่างกัน
หากความตายไม่อาจมอบอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ให้ข้าได้ดั่งคำสัญญา… ข้าก็จะสร้างมันขึ้นมาเอง
มอร์เดไคเซอร์เดินผ่านประตูชักรอกด้านในที่ออกแบบให้มีลักษณะเหมือนประตูชักรอกของปราการไร้พ่ายซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของเขาเมื่อครั้งยังมีชีวิต เขาเดินผ่านทางเข้าไปสู่โถงใหญ่

ตรงหน้าคือบัลลังก์ที่ตั้งตระหง่าน

บริเวณโดยรอบนั้นมีแต่เสียงโหยหวนของเหล่าดวงวิญญาณที่พากันร้องระงมเซ็งแซ่ด้วยความทุกข์ทรมาน แต่มอร์เดไคเซอร์ไม่ได้ยินเสียงของดวงวิญญาณเหล่านั้น หรืออาจจะพูดว่าเขาได้ยินเสียงเหล่านั้นดั่งเสียงกระทบกันของโลหะในค่ายสงครามหรือเสียงของรองเท้าบูตย่ำพื้นกรวดระหว่างยาตราทัพ เป็นเสียงที่แสนจะธรรมดาสามัญไม่ควรค่าแก่ความสนใจ

แล้วถึงอย่างไรซะ ดวงวิญญาณที่ควรค่าซึ่งยืนประจำแถวเรียงรายอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ ก็ไม่มีดวงวิญญาณใดกล้าเอ่ยคำออกมา

ทุกสิ่งเป็นไปตามที่ควรจะเป็น

มอร์เดไคเซอร์ก้าวสู่บัลลังก์ของเขา
ตำราลึกลับลอยอยู่เหนือแท่นวางในสภาพที่ดูเรียบร้อยไร้การแตะต้อง ต่างจากสภาพโดยรอบที่มีแต่เลือดเปรอะเปื้อนกระจายไปทั่ว

นักเวทรายสุดท้ายที่ยังเหลือรอดชีวิตอยู่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เลือดไหลรินจากหน้าผากของเขา ประกายไฟริบหรี่เต้นระบำอยู่ระหว่างนิ้วของเขา… นี่คือการเสกคาถาครั้งสุดท้าย ความพยายามอันสิ้นหวังครั้งสุดท้าย

มอร์เดไคเซอร์เอ่ยเตือน “เวทมนตร์แบบนี้มีแต่จะส่งผลร้ายกับเจ้า แล้วก็ตำราอันล้ำค่าของเจ้าด้วย”

นักเวทรวบรวมกำลังเอ่ยคำตอบ “ข้าจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการหยุดยั้งเจ้าไม่ให้ได้ตำราเล่มนี้ไปครอง”

เปลวไฟสีน้ำเงินร้อนแรงพุ่งออกจากมือของนักเวท มันเข้าล้อมร่างขุนศึกเหล็กผู้หวนคืนที่ยืนตระหง่านค้ำร่างเขา พลังงานที่ร้อนแผดเผาแล่นไปตามแขนทั้งสองข้างและกรีดเนื้อสดๆ ของนักเวท มันคือผลข้างเคียงของคาถานี้ แต่เขาก็ยังคงอดทนกัดฟันสู้ต่อไปด้วยความหาญกล้า

มอร์เดไคเซอร์ก้าวมาข้างหน้า ดวงวิญญาณที่มีเกราะเหล็กสีเข้มห่อหุ้มพิทักษ์ของเขาไม่ระคายต่อภัยจากเปลวเพลิงที่เผลาผลาญ ในมือของเขาคือ “รัตติกาล” ลูกตุ้มหนามพิฆาตที่กลายเป็นสีเขียวชั่วขณะ ความร้อนจากเปลวไฟทำให้หินปะทุแตกและเผาไหม้เนื้อหนังของเหล่านักเวทที่สิ้นชีพแล้ว แต่มอร์เดไคเซอร์ยังคงยืนดูการกระเสือกกระสนนี้อย่างไม่สะทกสะท้าน

ท้ายที่สุด นักเวทก็ใช้พลังจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงและทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ลมหายใจที่ขาดห้วงของเขายังคงเป็นเสียงกระซิบอธิษฐานขอให้พลังของเขามากพอ

หากมอร์เดไคเซอร์ยังมีร่างกายที่เป็นเนื้อหลัง คงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแล้ว “ถอดใจแล้วสินะ”

นักเวทพยายามกลั้นสะอื้นในขณะที่มอร์เดไคเซอร์ขยับเข้ามาใกล้ เขาเงยหน้าหรี่ตามองวิญญาณร้ายตรงหน้าและเค้นเสียงพูดผ่านลำคออันแห้งผากและเจ็บปวด

“แกไม่มีทางพบสิ่งที่ตามหา! ปีศาจเหี้ยมโหดที่ใช้แต่กำลังไม่มีทางเข้าใจความลับของตำราแห่งดวงจิต และ—”

เครดิตฟรี

ลูกตุ้มหนามเหวี่ยงฟาด เสียงดังหนักหน่วงเมื่อกระแทกโดนเป้าหมาย

เลือดสดๆ ไหลนองไปรวมกับกองเลือดเหนียวข้นที่จับเป็นก้อนในห้องนั้น นักเวทรายที่สิบสามล้มตึงลงไปที่พื้น

มอร์เดไคเซอร์หัวเราะ

“พวกแกเข้าใจผิดแล้วหากคิดว่าผู้ที่ใช้กำลังจะไร้สมอง”

เขากวาดสายตาไปทั่วห้องเพื่อมองบรรดาศพและกระซิบเอ่ยวาจาในภาษาของโลกแห่งความตายที่ไม่มีผู้ใดใช้

การดิ้นรนอันน่าสังเวช
ผู้ที่ปลดเปลื้องจากกายหยาบ
พวกเจ้าคือทาสของข้า
เขาเคาะลูกตุ้มรัตติกาลบนพื้น มันเปล่งแสงเรืองเจิดจ้ายิ่งขึ้นจนดูเหมือนมีลมหายใจในขณะที่ดวงแสงทั้งสิบสามลอยขึ้นจากร่างที่แหลกเละก่อนจมลงสู่พื้น
มอร์เดไคเซอร์หันกลับไปสนใจตำราเล่มนั้นอีกครั้ง มันยังอยู่ประจำตำแหน่งเดิมและแผ่รัศมีเวทมนตร์แห่งวิญญาณ อีกหนึ่งความรู้สำหรับแผนการของเขา สมบัติชิ้นใหม่จากการพิชิตชัย

เขาก้าวไปหยิบรางวัลของเขามา
บัลลังก์นั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา แท่นพนักพิงหลังที่ทำจากแท่งเหล็กมันปลาบขนาดสูงมีปลายอันแหลมคมน่ากลัว ตัวอักษรออช์นันที่มีรูปทรงเป็นมุมแหลมคมถูกจารึกไว้ที่ฐานบัลลังก์ เสียงกระซิบที่ดังอย่างต่อเนื่องแทบจะกลายเป็นเสียงร้องคร่ำครวญกึกก้องที่ไม่เคยจางหายไปในที่แห่งนี้ มอร์เดไคเซอร์วางแขนลงบนพนักแขนและชื่นชมภูมิใจกับผลงานของเขา การสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาต้องใช้ดวงวิญญาณมากกว่าชิ้นส่วนอื่นใดทั้งหมดในปราการแห่งนี้ เสียงร้องคร่ำครวญที่ดังออกมาจากบัลลังก์นี้เปรียบเสมือนดนตรีเสนาะหูสำหรับเขา

มอร์เดไคเซอร์ใช้ความคิดและหยิบลูกตุ้มรัตติกาลมาไว้ในมือ เขาออกแรงเหวี่ยงฟาดบัลลังก์จนกลายเป็นซาก

สล็อต