XAYAH

ด้วยเกิดมาในเผ่าล็อตลัน ซายาห์จึงชอบฟังพ่อของนางขับขานบทเพลงพื้นบ้านเกี่ยวกับวีรชนชาววาสทาญ่าโบราณ ท่วงทำนองอันแสนเศร้าพานางย้อนไปสู่ช่วงเวลาในอดีตที่ถูกลืมเลือนไปแสนนาน ในยุคที่เวทมนตร์ยังร่ายรำได้อย่างเสรีทั่วเกาะเควลินและมอบพลังมหาศาลให้ชาวล็อตลัน

slotxo

แต่กระนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปในแต่ละชั่วอายุคน พวกมนุษย์ได้รุกล้ำเข้ามาในดินแดนบรรพบุรุษของชาววาสทาญ่าเผ่าต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการทำลายตัวตนอันเป็นแก่นรากที่สำคัญของพวกเขา เผ่าต่างๆ เริ่มหดหายและพลังชีวิตของพวกเขาก็เสื่อมถอยลงไปในขณะที่พวกเขาค่อยๆ ถูกตัดขาดจากวิญญาณของแดนปฐมภูมิจนทำให้จำเป็นต้องเจรจาต่อรองกับมนุษย์ผู้มาแย่งชิงดินแดน

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เหล่าทูตจูโลฮ์ประจำเผ่านางได้ตกลงทำสนธิสัญญากับพวกมนุษย์แต่ทว่าในไม่ช้าสัญญานั้นก็ถูกละเมิด ซายาห์ได้แต่มองดูเหตุการณ์เหล่าขึ้นนี้ด้วยความโมโห สิ่งที่สร้างความปั่นป่วนมากที่สุดก็คือ พวกมนุษย์ได้ค้นพบความลับของควินลอนซึ่งเป็นวัตถุขนาดมหึมาและใช้มันกำราบเวทมนตร์ในธรรมชาติของดินแดนไอโอเนียเพื่อปกป้องชุมชนของพวกเขาที่ขยายอาณาเขตออกไป

แม้ว่าซายาห์และคนอื่นๆ ที่เห็นด้วยกับนางจะปลุกระดมสมาชิกร่วมเผ่าให้ลุกขึ้นต่อสู้ตอบโต้ แต่ชาวล็อตลันกลับเลือกที่จะรักษาตัวรอดด้วยการถอยหนีจากโลกของพวกมนุษย์และอาศัยอยู่ในพื้นที่น้อยนิดเท่าที่เหลือ แต่การทำเช่นนี้ย่อมไม่อาจปกป้องพวกเขาได้ และในท้ายที่สุดพวกเขาก็ถูกขับไล่ไปจากดินแดนบ้านเกิดของตน

ชาวล็อตลันกลายเป็นชนเผ่าเร่ร่อนไร้หลักแหล่ง ซายาห์กลายมาเป็นนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพ

และนางก็ไม่ได้ต่อสู้ตามลำพัง การก่อกบฏโดยชาววาสทาญ่าได้ขยายลุกลามไปทั่วไอโอเนียเพื่อแก้แค้นพวกมนุษย์ หมดเวลาสำหรับการเจรจาต่อรองแล้ว ซายาห์ตั้งใจว่าจะต้องใช้อาวุธขนนกพิฆาตของนางเพื่อต่อสู้ปลดปล่อยเวทมนตร์แห่งป่าของดินแดนนี้ให้เป็นอิสระให้จงได้

นางบุกเข้าออกฐานที่มั่นต่างๆ ซึ่งมีการอารักขาแน่นหนาและทิ้งซากศพมากมายไว้ข้างหลัง ด้วยเหตุนี้ นางจึงได้รับสมญานามว่า “เรเวนสีม่วง” นางอุทิศตนทุ่มเทให้อุดมการณ์นี้อย่างเต็มเปี่ยมยากจะหาใครเปรียบ สิ่งเดียวที่นางสนใจคือภารกิจครั้งหน้าและก้าวถัดไปบนเส้นทางสู่การกู้อิสรภาพคืนสู่เผ่าพันธุ์ของนาง แม้ซายาห์จะชื่นชมพันธมิตรในขบวนการก่อกบฏ แต่นางก็มักจะลงมือตามลำพังด้วยเชื่อว่าสามารถทำงานนี้ได้ดีกว่าใคร

แต่แล้ว นางก็ได้พบวาสทาญ่ารายหนึ่งซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตนางไปตลอดกาล

หลังจากเข้าไปในเมืองวลอนโกซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาอันห่างไกลเพื่อตามหาโบราณวัตถุที่ถูกขโมย นางก็ต้องตะลึงเมื่อได้เห็นภาพที่ของเหล่ามนุษย์ที่พากันส่งเสียงอื้ออึง บนเวทีเบื้องหน้ามนุษย์เหล่านั้นคือนักแสดงเจ้าสำอางที่ดูโดดเด่นสะดุดตาและกำลังขับขานบทเพลงเก่าแก่ของเผ่าวาสทาญ่าต่อหน้าผู้ชมที่เคลิบเคลิ้ม เขาปิดท้ายการแสดงของตนเองด้วยลูกเล่นแพรวพราวสารพันที่ดูไม่ซับซ้อน และฝูงชนก็พากันโห่ร้องเรียกชื่อเขา ราคาน! ราคาน! ราคาน!

เขาโค้งคำนับด้วยลีลาเกินจริง ซายาห์เลิกสนใจและมองว่าเขาก็เป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่ง ถึงแม้ราคานอะไรนี่อาจจะเป็นสมาชิกร่วมเผ่าล็อตลัน แต่ดูท่าแล้วก็คงเป็นได้แค่มู’ทัคล์โง่ๆ เท่านั้น

ซายาห์บอกตัวเองให้เลิกสนใจเขา และนางก็เดินหน้าทำภารกิจต่อจนเสร็จสิ้น… ซึ่งนางปฏิเสธไม่ได้ว่าภารกิจลุล่วงได้ง่ายขึ้นเพราะราคานช่วยดึงความสนใจของชาวบ้าน

ราคานก็เข้าไปคุยกับซายาห์ก่อนที่นางจะทันหนีเข้าไปในป่า หลังจากเพียรหว่านเสน่ห์ป้อนคำหวานใส่นางอยู่นานซึ่งก็ไม่สำเร็จผล วาสทาญ่าจอมมุทะลุก็ถามข่าวคราวเกี่ยวกับเผ่าล็อตลัน เมื่อนางตอบว่าเผ่าล็อตลันสูญเสียดินแดนของพวกเขาไปแล้ว ขนนกของราคานถึงกับแปรเปลี่ยนเป็นสีเข้ม และซายาห์ก็ประหลาดใจที่เห็นเขากราดเกรี้ยวมากขนาดนั้น บางทีราคานอาจมีอะไรบางอย่างมากกว่าแค่ที่นางคิดไว้

เมื่อซายาห์เผยอุดมการณ์ที่แท้จริงของนางให้เขารู้ ราคานก็ขอเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย นางตอบตกลงเพราะเห็นว่า ต่อให้ไม่มีเหตุผลอื่น อย่างน้อยเขามีศักยภาพในการช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ

เมื่อทั้งคู่เริ่มต้นการเดินทาง นางก็เห็นว่าราคานนั้นมีประโยชน์ ถึงแม้จะน่ารำคาญก็ตาม นักระบำต่อสู้จอมโอ้อวดผู้นี้จะกระโดดและหมุนตัววนกลางวงศัตรูด้วยทีท่าสบายๆ และเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขาก่อนที่ซายาห์จะซัดจู่โจมพิฆาต ต้องยอมรับว่าลีลาการต่อสู้แบบนี้เกือบจะชดเชยข้อบกพร่องของเขาที่ไม่สามารถจดจำแผนการอันแสนละเอียดของซายาห์ได้

ราคานยังช่วยเหลือซายาห์ในเรื่องอื่นๆ ได้ด้วย นางมีนิสัยพูดจาโผงผางและไม่ถนอมน้ำใจใคร แต่ราคานมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและเปี่ยมเสน่ห์ อีกทั้งยังสามารถใช้เสน่ห์และคารมโน้มน้าวผู้อื่นในสถานการณ์ที่หากเป็นซายาห์คงจะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไปแล้ว นางประทับใจในความสามารถอันอัศจรรย์ของเขาที่ดูออกว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไรและไว้วางใจได้หรือไม่ บางครั้ง นางเองก็นึกสงสัยในความเมตตาที่ราคานมีให้พวกมนุษย์ แต่นางไม่เคยกังขาในความทุ่มเทที่เขามีต่ออุดมการณ์ของภารกิจก่อกบฏ

ในที่สุด ซายาห์ก็ตระหนักว่าความรู้สึกที่นางมีต่อราคานนั้นกำลังเปลี่ยนไป ความสดใสในตัวราคานและแนวทางอันความนอกกรอบของเขาเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดสำหรับนางอย่างน่าโมโห เมื่อเวลาผ่านไป ซายาห์เริ่มรู้สึกดีที่มีเขาเคียงข้าง และโลกใบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายและเต็มไปด้วยความเดียวดายอีกต่อไป แม้ว่าในตอนแรกนั้นนางจะชิงชังไม่อยากยอมรับเช่นนั้นก็ตาม พวกเขากลายเป็นคู่ที่ไม่อาจแยกจากกันได้

ตลอดเวลาหลายปีนับจากนั้น ทั้งคู่ได้กลายมาเป็นยอดนักรบแห่งวาสทาญ่า และวีรกรรมของพวกเขาก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว หลังจากการรุกรานของน็อกซัส ชาวไอโอเนียก็เริ่มมีความแข็งกร้าวและร้ายกาจขึ้นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ โดยเฉพาะพวกนาโวริและ “ภาคีแห่งเงา” ซึ่งเป็นที่เกลียดชัง แต่ทว่ามันกลับเป็นสิ่งที่ให้ซายาห์และราคานสามารถปลุกระดมชาววาสทาญ่ามากมายให้มาร่วมมือกับพวกเขาได้ และความฝันในการลุกฮือก่อกบฏของพวกเขาก็กำลังจะสัมฤทธิ์ผล

ทั้งคู่จะต่อสู้ร่วมกันเพื่อทวงแดนปฐมภูมิคืนมา เพื่อให้เผ่าต่างๆ กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง